บทที่ 7 ถ่านไฟเก่ากับเงื่อนไขเรียลลิตี้
“จริงหรือเปล่าจ๊ะพ่อ!”
เสียงหวานใสของเด็กหญิงวัยแปดขวบดังกังวาน ดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบความหวานซึ้งมาผิดกับดวงตาคมปลาบดุดันของผู้เป็นพ่อ ทอประกายตื่นเต้น
“จริงสิ ลูกก็รู้ว่าคนอย่างพ่อไม่เคยพูดเล่น”
รอยยิ้มกว้างพลันปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้ม จอมใจกระโดดโลดเต้นขึ้นจากพื้นเรือนกลางวงกินข้าว
“เย้! เย้! คุณไอริณจะมาบ้านเรา!”
“เบา ๆ หน่อยลูก ทำตัวกระโดกกระเดกแบบนี้ เดี๋ยวคุณไอริณมาเห็น เขาจะหาว่าย่าไม่สั่งไม่สอนเอาได้นะ”
ทองประศรีรีบคว้ามือหลานสาวให้นั่งลงที่เดิม หญิงสูงวัยหน้าคมระบายยิ้มกว้างจนเห็นรอยย่นที่หางตาด้วยความเอ็นดู ช่างขัดกับกำนันจอมพลที่เอาแต่นั่งหน้าตึง ไม่ยอมยิ้มแย้มขณะร่วมวงกินข้าวแบบพื้นบ้านบนชานเรือน
“มึงไม่ดีใจหรือไงไอ้พล”
“ไม่เลยสักนิด จันทน์กะพ้อมีแต่นำปัญหามาให้”
“แต่มึงก็รับปากเขาไปแล้วนี่”
มือหนาที่กำลังใช้ช้อนสั้นตักข้าวชะงักไปเพียงนิด ปกติแล้วเขาจะกลับมานอนที่บ้านเรือนไทยหลังนี้แค่วันจันทร์ถึงพุธ ส่วนพฤหัสบดีถึงอาทิตย์จะกลับไปนอนบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ที่ยังรักษาวิถีชีวิตล้อมวงกินข้าวแบบเดิมไว้ ก็เพราะพ่อกับแม่ต้องการให้ลูกสาวของเขาได้ซึมซับวิถีดั้งเดิม
“แล้วมึงก็ต้องเลิกเรียกหนูไอริณว่าจันทน์กะพ้อได้แล้วนะ เขาเป็นดาราดัง เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่มาตั้งนานแล้ว มึงยังจะเรียกแต่จันทน์กะพ้ออยู่นั่นแหละ” ทองประศรีอดรนทนไม่ไหว เอ่ยเตือนลูกชายพลางตักหมูทอดให้หลานสาว
“พ่อเอ็งน่ะ... คงยังหวนระลึกนึกถึงความหลัง ฝังใจลืมไม่ลงล่ะสิ”
“แม่!” เสียงทุ้มตวาดปรามลั่น
แต่มีหรือที่ทองประศรีจะกลัว ซ้ำยังแฉเรื่องเก่าต่อหน้าหลาน
“ก็สมัยหนุ่ม ๆ น่ะนะจอมใจ พ่อเอ็งกับคุณไอริณเขาเคยเป็นแฟนกันมาก่อน”
เคล้ง!!
“แม่!” จอมพลกระแทกช้อนลงจานเสียงดัง ใบหน้าคมเข้มแดงซ่านขึ้นมาทันที ลอบมองลูกสาวที่ตอนนี้นั่งทำตาปริบ ๆ หันมองพ่อทีย่าที
“มึงจะตะคอกใส่แม่ทำไม ก็มันเรื่องจริงนี่ ถ้ามึงไม่พลาดไปทำอีนวลท้องซะก่อน ป่านนี้ก็คงได้ผูกข้อมือกับหนูไอริณ มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองไปแล้ว”
ยิ่งลูกสาววัยกำลังโตตั้งใจฟัง จอมพลก็ยิ่งนั่งไม่ติด
“แม่พูดอะไรก็ระวังปากบ้าง เดี๋ยวจันทน์กะพ้อเขาจะมาถ่ายรายการที่บ้านเรา ขืนไปพูดจามากความให้คนอื่นได้ยิน จันทน์กะพ้อเขาจะเสียหาย”
“จันทน์กะพ้อ! คำก็จันทน์กะพ้อ สองคำก็จันทน์กะพ้อ! ดูท่ามึงจะยังลืมเขาไม่ได้จริง ๆ”
จอมพลคร้านจะต่อล้อต่อเถียง ยิ่งพูดก็ยิ่งยืดเยื้อ เขาจึงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
“กองถ่ายจะมาใช้บ้านเราเป็นสถานที่ถ่ายทำนะครับพ่อ”
จอมทัพ อดีตผู้ใหญ่บ้านละสายตาจากชามข้าว มองหน้าลูกชายที่มีเค้าโครงหน้าคล้ายกันแต่หล่อเหลาน้อยกว่า
“ห๊ะ! มึงพูดจริงรึไอ้พล”
“ครับ พ่อกับแม่ช่วยหาช่างมาต่อเติมห้องน้ำชั่วคราวด้านข้างบ้านเพิ่มสักสามห้องให้หน่อยนะครับ พวกทีมงานเขาจะมากางเต็นท์นอนกันตรงลานบ้าน ส่วนจันทน์กะพ้อ แม่จัดแจงตามสบายเลยว่าจะให้นอนห้องไหน”
“จะให้นอนห้องไหนได้ล่ะ บ้านเราก็มีห้องอยู่แค่นี้ นอกซะจากจะให้คุณไอริณไปนอนห้องจอมใจ แล้วให้หลานมานอนกับแม่ ดีไหมจอมใจ อยากมานอนกับย่าหรือเปล่าลูก”
“อยากจ้ะ จอมใจอยากให้พี่ไอริณนอนห้องจอมใจ”
“แต่ห้องจอมใจมันใช้ห้องน้ำร่วมกับห้องผมนะครับ” จอมพลท้วง
“แล้วมันจะเป็นอะไรไปเล่า มึงก็ไม่ได้อยู่บ้านทุกวันซะหน่อย”
“ช่วงถ่ายทำผมต้องอยู่ครับ ทางรายการเขาขอให้ผมทำภารกิจร่วมกับจันทน์กะพ้อด้วย”
“ภารกิจอะไรของมึงวะไอ้พล ?” จอมทัพถามด้วยความสงสัย
“ผมก็ยังไม่ทราบรายละเอียดครับพ่อ แต่รับปากไปแล้วว่าจะช่วยเฉพาะวันที่ว่าง อาจจะเป็นช่วงเย็น ๆ” ว่าพลางจอมพลก็รวบช้อน “ผมอิ่มแล้ว ขอตัวเข้าห้องก่อนนะครับ มีงานต้องเคลียร์”
ร่างสูงใหญ่ลุกออกจากวงข้าวมุ่งหน้าสู่ห้องพัก ในใจยังคงทบทวนว่าการที่เขารับปากยอมให้รายการนี้มาถ่ายทำ มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ จันทน์กะพ้อจะนำพาความวุ่นวายมาสู่ชีวิตเขาหรือเปล่า
ทว่าแค่เพียงได้ยินเสียงของเธอ ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขาก็เต้นรุนแรงเสมอ แต่เมื่อลูกผู้ชายอย่างเขาเอ่ยปากไปแล้ว ย่อมไม่มีคำว่าคืนคำ หลังจากนี้ก็คงต้องปล่อยให้ทุกอย่างมันดำเนินไปตามครรลองของมัน
