บทที่ 6 ทนเจ็บ ใจช้ำ

กชมนทำได้แค่มองบนระอาในความโลเลของเขา จนกระทั่งได้เวลาตามนัด เธอจึงบอกเขา “ได้เวลาแล้วค่ะ”

ทั้งคู่เดินออกจากงานขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักด้านบน ระหว่างนั้น ภาคินเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ เลือดในกายสูบฉีดจนอุณหภูมิพุ่งสูง แต่เขายังคิดว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของวิสกี้แก้วเมื่อกี้ เลยฝืนเดินต่อไปจนถึงหน้าห้องของลูกค้า

“คุณเมาหรือเปล่าคะ?” กชมนถามเมื่อเห็นอาการ

“ผมไม่ได้เมา”

“แต่คุณหน้าแดงมากนะ หรือว่าไม่สบาย?”

กชมนแม้จะเกลียดขี้หน้าภาคิน แต่เห็นสภาพเขาหายใจหอบและยืนแทบไม่ไหว ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “คุณไหวไหม หรือจะยกเลิกนัดไปก่อน?”

“มาถึงแล้ว... ต้องพบเถอะ” ภาคินเค้นเสียงต่ำพยายามคุมสติที่เริ่มเบลอ

กชมนยกมือขึ้นเคาะประตู ไม่นานประตูก็เปิดออก วินาทีนั้น ผู้หญิงสวยเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ข้างในทำให้ภาคินถึงกับอึ้งไป ทว่าลูกค้าสาวเจ้าของห้องกลับยิ้มกว้างออกมาอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม แววตาของภาคินไหววูบ สมองสั่งการด้วยสัญชาตญาณดิบที่พลุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่อยู่ เขารู้ทันทีว่าตัวเองพลาดท่าโดนวางยาเข้าแล้ว!

“กลับ!” ภาคินโพล่งเสียงกร้าว หันหลังเดินหนีออกมาทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“ขอโทษด้วยนะคะ คุณภาคินไม่สบายกะทันหัน ไว้จะติดต่อมาใหม่ค่ะ” กชมนบอกลูกค้าสาวสั้น ๆ แล้วรีบวิ่งตามภาคินไปจนทันก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง

ภายในลิฟต์แคบ ๆ ภาคินยืนหายใจหอบถี่ มือหนาสั่นเทากระชากเนกไทออกจนหลุดลุ่ย กลิ่นหอมละมุนจากตัวกชมนที่อบอวลอยู่ในพื้นที่จำกัด ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายเขาให้ระเบิดจนแทบคลั่ง

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ภาคินก็กระชากแขนกชมนตรงดิ่งไปยังรถของตัวเอง และทันทีที่ปลดล็อก ประตูรถเปิดออก เขาก็ผลักร่างบางล้มลงไปบนเบาะหลังอย่างแรง แล้วพุ่งตัวตามเข้าไปกดทับล็อกเธอไว้ทันที!

กชมนเบิกตากว้างด้วยความช็อก แววตาของภาคินที่จ้องลงมาแดงก่ำจนดูน่ากลัว ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวหน้าทำเอาเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“คุณภาคิน! จะทำอะไร... ปล่อยนะ!”

คนใต้ร่างพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดดันแผงอกกว้างออกไป ทว่าหลังมือขวาที่พันผ้าก๊อซไว้กลับต้องรับแรงปะทะเข้าเต็ม ๆ

“อ๊ะ...”

ร่างบางสะดุ้งเฮือก ความเจ็บปวดแล่นแปลบจากแผลน้ำร้อนลวกที่ยังระบม ผิวเนื้ออ่อนถูกเสียดสีจนรอยแผลเดิมที่ยังไม่สมานปริแยกออกจากกันอีกครั้ง

“คุณ... ปล่อยฉันนะ!”

กชมนกัดฟันดันแผงอกกว้างสุดแรง ความเจ็บปวดจากแผลน้ำร้อนลวกแล่นแปลบจนมือสั่นระริก ก๊อซสีขาวเริ่มเปียกชื้น ก่อนเลือดสีแดงสดจะซึมทะลุออกมาเป็นดวงและขยายกว้าง ยิ่งเธอฝืนผลัก ผิวเนื้อที่อักเสบก็ยิ่งปริแตก เลือดไหลซึมล้นผ้าก๊อซ แล้วไหล ก่อนหยดลงบนกระดูกไหปลาร้าและลำคอขาวผ่องของเธอทีละหยด

ขณะเดียวกัน หลังมือที่ดันค้างไว้ก็ทิ้งคราบเลือดสดเป็นรอยด่างชัดบนเสื้อเชิ้ตสีเข้มของภาคิน

กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ เริ่มลอยอบอวลอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่จำกัดพื้นที่และอากาศ

ภาคินชะงักกึก ลมหายใจที่หอบกระชั้นสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อสายตาเหลือบเห็นหยดเลือดสีแดงสดหยดลงเปื้อนผิวขาว เขาชะงักค้าง ก่อนจะค่อย ๆ ไล่สายตาย้อนขึ้นไปตามต้นแขนเรียว จนมาหยุดที่ผ้าก๊อซสีขาวบนหลังมือของเธอ...ซึ่งบัดนี้ถูกเลือดย้อมจนแดงฉาน

แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนก่อน แล่นกลับเข้ามาฉายซ้ำ มือข้างนั้น ที่เขาไม่ได้ตั้งใจทำกาแฟร้อนหกรดมือของเธอ และไม่คิดว่าเหตุการณ์นั้น ทำให้แผลรุนแรงขนาดนี้...

ในขณะที่คนใต้ร่างจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาที่สั่นระริก แม้ข้างในจะหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แต่แววตากลับสะท้อนกระแสต่อต้านและรังเกียจขยะแขยงอย่างชัดเจน

“คุณจะรังแกฉันไปถึงเมื่อไหร่...”

น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ แต่กลับเหมือนค้อนปอนด์หนัก ๆ ทุบลงกลางใจ คนตัวโตขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดนูน กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งค้างราวกับกำลังทำสงครามกับตัวเอง

เขาหลับตาแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่มีอยู่น้อยนิดกลับคืนมา

“บ้าเอ๊ย!” เสียงเข้มสบถลอดไรฟัน ก่อนจะกระชากตัวเองถอยออกจากร่างบางอย่างแรง ราวกับกำลังวิ่งหนีปีศาจครึ่งสัตว์ป่าในร่างกายตัวเอง จากนั้นก็ยกกำปั้นฟาดลงกับพนักรถเต็มแรง

ปัง! “เชี่ยเอ๊ย!”

เสียงคำรามต่ำอย่างอัดอั้นดังสะท้อนอยู่ภายในรถ หัวไหล่กระเพื่อมหนัก ร่างกายสั่นสะท้านจากฤทธิ์ยาที่คอยกัดกินสติทุกวินาที โดยที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปสบตาผู้หญิงข้างกายอีก

“อะ ออก ไป...”

เสียงอู้อี้ดังก้องอยู่ภายในห้องโดยสาร แต่ความทรมานในอกกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย เขาฟาดลงไปอีกครั้ง

ปัง!

ลมหายใจยังคงหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำหลับแน่น ราวกับกำลังฝืนสัญชาตญาณดิบที่พร้อมจะฉีกสติของตัวเองออกเป็นเสี่ยง ๆ

“...ออกไป ได้ยินไหม”

กชมนยังคงนิ่งเป็นหุ่น ไม่กล้าขยับ

“ผมบอกให้ออกไป!” น้ำเสียงคราวนี้ดังขึ้น  แต่เขายังคงก้มหน้า ไม่แม้แต่จะหันมองเธอ “...ก่อนที่ผมจะคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ”

กชมนมองชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบเปิดประตูรถ ก้าวลงจากรถ พาตัวเองออกไปให้ไกลจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ทันทีที่ประตูรถปิดลง ภาคินก็เงยหน้าขึ้น ก่อนปล่อยหมัดกระแทกเข้ากับเบาะเต็มแรง แต่ความเจ็บ กลับไม่อาจเทียบได้เลยกับความรู้สึกเกลียดตัวเองที่กำลังกัดกินหัวใจของเขาในวินาทีนี้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป