บทที่ 8 แก้ตัวไปก็เหนื่อยเปล่า

กชมนนั่งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารตรงหน้าได้ไม่นาน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ร่างบางรีบหยัดกายยืนตรงทันทีเพื่อแสดงความเคารพเจ้าของห้อง ทว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ชายหนุ่มที่เธอพยายามหลีกหนี แต่เป็น ‘คุณคชา’ ท่านประธานใหญ่ของบริษัท

“อ้าว... คุณลุงมาได้ยังไงคะเนี่ย” ใบหน้าหวานคลี่รอยยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกแกมประหลาดใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาพลางยกมือไหว้ด้วยความเคารพ

คชาคลี่ยิ้ม มืออวบหนาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู เพราะสำหรับเขา กชมนก็ไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่งในบ้าน

“เป็นยังไงเรา... แล้วนั่นมือไปโดนอะไรมา พันแผลซะหนาเชียว” ชายสูงวัยทักขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยยามทอดมองท่อนแขนที่ผิดปกติของหญิงสาว

“อุบัติเหตุนิดหน่อยตอนชงกาแฟเมื่อคืนก่อนค่ะ” เธอมุสาพลางส่งยิ้มแห้ง ก้มมองหลังมือตัวเอง “พอดีหนูซุ่มซ่ามไปซ้ำแผลเดิม แผลมันเลยยังไม่สมานค่ะ”

สายตาผู้สูงวัยที่ผ่านโลกและประสบการณ์มาค่อนชีวิตหรี่ลงเล็กน้อย คชามองผ้าพันแผลสลับกับแววตาที่ไหววูบไปเสี้ยววินาทีของกชมน ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่ติดใจ

“ทำอะไรก็ระวัง อย่าให้ตัวเองเจ็บบ่อยนัก”

ชายสูงวัยแสร้งทำเสียงดุ แล้วหันไปมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของลูกชาย

“ลุงผ่านมาแถวนี้พอดีเลยแวะมาดู... แล้วนี่ภาคินยังไม่มาทำงานอีกเหรอ”

“เมื่อคืนคุณภาคินมีนัดรับรองลูกค้าค่ะ สงสัยคงยังเพลียอยู่”

เธอช่วยแก้ต่างให้อีกฝ่าย เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ตรงหน้าเป็นกังวล

“อย่างนั้นก็เถอะ ปล่อยให้ลูกน้องมาก่อนแบบนี้ มันเป็นตัวอย่างที่ดีหรือเปล่าล่ะ”

น้ำเสียงตอนท้ายทวีความเข้มงวดและแฝงแววตำหนิอย่างชัดเจน จนกชมนรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึงเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็น

“คุณลุงรับกาแฟร้อนสักแก้วก่อนไหมคะ เดี๋ยวหนูไปชงให้”

“เออ ก็ดีเหมือนกัน ...ว่าแต่อย่าให้น้ำร้อนลวกมือตัวเองซ้ำอีกล่ะ”

คชากำชับติดขำ แล้วเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่... เก้าอี้ตัวที่เขาเคยส่งมอบอำนาจเด็ดขาดให้ลูกชายเพียงคนเดียวดูแล

กชมนลอบยิ้มพร้อมถอนหายใจ จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงาน เธอปิดประตูบานใหญ่ที่เคยอ้าค้างไว้ และทันทีที่ก้าวพ้นห้องกระจก บรรยากาศออฟฟิศด้านนอกก็ตึงเครียดขึ้นทันตา เมื่อสายตาหลายคู่ของพนักงานในแผนกเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นพุ่งตรงมาที่เธอ

หากทุกคนคงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อท่านประธานใหญ่มาตามตัวลูกชายด้วยตัวเอง ทว่าพอเธอกวาดสายตามองกลับไป พนักงานเหล่านั้นต่างรีบก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นทำงานทันที

เกือบสองชั่วโมงที่คชาใช้เวลาอยู่ภายในห้องทำงานของลูกชาย เขานั่งตรวจเอกสารและพูดคุยเรื่องงานกับกชมนเป็นระยะ กระทั่งเห็นว่าไม่มีธุระอะไรค้างคา จึงลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ โดยมีกชมนเดินลงมาส่งถึงลานจอดรถตามมารยาท

ตลอดทาง ชายสูงวัยพูดคุยเรื่องงานทั่วไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่ทอดมองหญิงสาวเป็นระยะกลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

เมื่อเดินมาถึงรถ คชายกมือขึ้นแตะบ่าของเธอเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอบอุ่น

“ส่งลุงแค่นี้ก็พอ หนูกลับขึ้นไปทำงานเถอะ”

“ค่ะ คุณลุง” กชมนยกมือไหว้อีกครั้ง ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าอาคาร

คชายืนมองแผ่นหลังของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งจนร่างบางเดินลับหายเข้าไป รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของชายสูงวัยค่อย ๆ เลือนหาย แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นสุขุมและจริงจังแทนที่

“เด็กคนนี้...” เขาพึมพำเบา ๆ “ต่อให้เจ็บแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดโทษใคร”

ชายสูงวัยถอนหายใจยาว หันกลับไปมองอาคารสำนักงานใหญ่

ใจดีเกินไป มันไม่คุ้มเสียหรอกนะ... คชาคิดก่อนจะเดินย้อนกลับเข้าไปภายในอาคารอีกครั้ง ซึ่งปลายทางของเขาไม่ใช่ห้องทำงานของลูกชาย หากแต่เป็นศูนย์ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่อยู่บริเวณชั้นล่างสุด

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบลุกขึ้นยืนตรงทันทีเมื่อเห็นประธานใหญ่ก้าวเข้ามา

“สวัสดีครับคุณคชา...”

คชาพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยบอกความต้องการของตัวเอง

“ผมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของเมื่อคืนก่อนหน่อย”

เจ้าหน้าที่ชะงักไปเสี้ยววินาที คชาจึงเอ่ยต่อ

“ช่วงเวลาประมาณสองทุ่ม... โดยเฉพาะบริเวณในออฟฟิศ หน้าห้องทำงานของคุณภาคิน”

“ได้ครับท่าน”

พนักงานรีบขยับเมาส์รัวนิ้วคีย์รหัสเปิดระบบกล้องวงจรปิด ก่อนพิมพ์ระบุช่วงเวลาที่คชาต้องการอย่างรวดเร็ว

 เพียงอึดใจ หน้าจอมอนิเตอร์ก็ตัดสลับ ภาพบันทึกเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนก่อนเริ่มฉายวนกลับมา คชานิ่งเงียบ ดวงตาคมปลาบจับจ้องภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าโดยไม่กะพริบ

หัวใจของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิตสั่นไหว... เขาหวังเหลือเกินว่า สิ่งที่กำลังปรากฏสู่สายตา จะไม่ใช่อย่างที่เขานึกหวาดระแวง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป