บทที่ 9 ใครหาเรื่องเข้าตัวก่อน

ภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ภาคินนอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่บนโซฟาตัวยาวราวกับเสือหนุ่มที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาทั้งคืน โดยมี ‘ธีร์’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในกลุ่มคอยนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง

ทว่าพอเปลือกตาหนาลืมขึ้นมาพบบรรยากาศที่คุ้นเคย ภาคินก็คว้าหมอนอิงใกล้ตัวปาใส่หน้าเพื่อนรักเต็มแรงประหนึ่งโกรธแค้นกันมาสิบปี

“เหี้ยภาคิน! มึงปากูทำไมเนี่ย!” ธีร์รับหมอนไว้ได้หวุดหวิดพลางโวยวาย

“มึงยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม” ภาคินเค้นเสียงแหบพร่า นัยน์ตายังขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิด

“เรื่องอะไรวะ” ธีร์ทำหน้าตายไม่รู้เรื่องรู้ราว

“มึง...” ภาคินชี้นิ้วใส่หน้าเพื่อนรัก กัดฟันกรอด “วิธีแก้ปัญหา เฮงซวยเมื่อคืนของมึงไง”

“อ้อ... เรื่องที่กูส่งแม่สาวคัพดีไปช่วยสงเคราะห์มึงน่ะเหรอ”

ธีร์กระตุกยิ้มกวนประสาท พลางหลบสายตาจิกกัดของเพื่อน

“ก็มึงโทรมาบอกกูเองว่าพลาดท่าโดนวางยา สติจะแตกอยู่แล้ว จะให้กูทำยังไง? หรือมึงจะให้กูกลั้นใจเอาตัวเข้าแลกทลายพิษยาให้มึงแทน  กูไม่ยอมเสียซิงให้เพื่อนหรอกนะเว้ย”

“ไอ้เพื่อนเวร!” ภาคินด่าลอดไรฟัน ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืนเขาก็ยิ่งปวดขมับ

ย้อนเวลากลับไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา... หลังจากที่เขาดึงสติเฮือกสุดท้ายไล่กชมนลงจากรถไปได้

ภาคินก็ทรมานกับฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดอยู่ตามลำพัง สุดท้ายทนไม่ไหวจึงต้องต่อสายหาธีร์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่คุยได้ทุกเรื่อง เพื่อบอกว่าตนเองโดนยาปลุกเซ็กส์คุกคามและสั่งให้มันมารับกะทันหัน

ทว่าเขาคิดไม่ถึงเลยว่าไอ้เพื่อนตัวดี นอกจากจะซิ่งรถมารับเขาถึงลานจอดรถแล้ว มันยังกลัวเพื่อนจะลงแดงตาย เลยหนีบผู้หญิงไซด์ไลน์เกรดเอติดมือมาด้วยหนึ่งคน พอมันมาถึงปุ๊บ เห็นสภาพเขาหายใจหอบตัวสั่น ธีร์ก็จัดการยัดแม่สาวสุดเซ็กซี่คนนั้นเข้ามาในห้องโดยสารรถของเขาทันที

แต่ด้วยความที่ภาคินยังมีทิฐิและขยะแขยงสัมผัสของผู้หญิงที่ไม่ได้เต็มใจ เขาจึงไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่าจนถึงขั้นสอดใส่... ทว่าแม่สาวไซด์ไลน์คนนั้นรู้หน้าที่และเจนจัดงานเป็นอย่างดี เธอใช้เพียงเรียวนิ้วและสัมผัสอุ่นชื้นจากริมฝีปากช่วยปรนเปรอ ขับเน้น และปลดปล่อยอารมณ์ดิบพลุ่งพล่านของเสือร้ายให้มอดดับลงได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ได้รับการผ่อนคลายพิษยาจนหมดแรงก้าวขาไม่ไหว ธีร์ก็เป็นคนจัดการจ่ายเงินก้อนโตส่งผู้หญิงกลับไป จากนั้นก็หามร่างไร้เรี่ยวแรงของเพื่อนสนิทกลับมาโยนทิ้งไว้ที่คอนโดแห่งนี้ และนอนเฝ้าไข้จนถึงรุ่งเช้า...

“ถ้ามึงยังติดใจเรื่องนี้อยู่บอกได้นะ เดี๋ยวกูจัดการส่งคนไปจัดการเคลียร์ให้”

ประโยคนั้นของธีร์แฝงความกวนประสาท จนทำให้ได้นิ้วกลางจากเพื่อนสนิทสวนกลับมาทันควัน

ธีร์มองค้อนขำ ๆ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงพูดเป็นงานเป็นการขึ้นมาหน่อย

“เออ... แล้วนี่พ่อมึงโทรมาหาหลายสายเลยนะ ยังไงเสร็จธุระแล้วก็โทรกลับ หรือไม่ก็กลับบ้านไปคุยกับพ่อด้วยแล้วกัน ไงกูกลับบ้านก่อนละ”

พูดจบธีร์ก็ลุกขึ้นยืดตัวบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า

“ธีร์...”

เจ้าของชื่อหันขวับกลับมามองทันที สีหน้าระแวง

“อะไรของมึง? อย่ามาทำตาซึ้งใส่กูนะไอ้คิน กูขยะแขยง!”

“เออ... กูแค่อยากขอบใจมึงละกัน”

ภาคินเอ่ยขอบคุณจากใจจริง ทว่าคนอย่างธีร์มีหรือจะยอมรับโหมดซึ้งง่าย ๆ

“โอ๊ยไม่เป็นไร ถ้ามึงชอบโมเมนต์ซึ้ง ๆ แบบนี้อีกบอกได้นะ กูมีเก็บไว้ในคลังอีกเยอะ!”

พูดจบธีร์ก็ยกหน้าจอมือถือขึ้นมาโชว์ หน้านิ่งแกมซึ้งของภาคินอย่างกวนบาทา

แต่ก่อนที่ภาคินจะได้แจกนิ้วกลางสั่งลาอีกรอบ หรือลุกขึ้นมาเตะก้นส่งท้าย ธีร์ก็หัวเราะลั่นชอบใจแล้วรีบสับเท้าชิ่งวิ่งหนีออกจากห้องไปก่อนด้วยความรวดเร็ว...

ระหว่างที่ภาคินกำลังฝืนสังขารลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้าบริษัท หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็แผดเสียงร้องลั่น พร้อมปรากฏเบอร์โทรศัพท์ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ‘พ่อ’ ก่อนรีบรับสาย

“ครับพ่อ”

“อยู่ไหน”

น้ำเสียงทุ้มฟังดูห้วน ทำให้ภาคินรู้สึกแปลกใจ

เขายกมือขึ้นนวดหน้าผากที่ยังปวดตุบจากฤทธิ์ยาซึ่งตกค้าง ก่อนตอบเสียงแหบแห้งเหมือนคนขาดน้ำ

“ผมเพิ่งตื่นครับ เมื่อคืนรู้สึกมึน ๆ เลยนอนยาว...”

“สมควร!”

น้ำเสียงห้วนกว่าเดิม อย่างกับโกรธอะไรมา ภาคินกรอกตา อ้าปากค้างด้วยความงุนงง ก่อนจะถามกลับ

 “พ่อโกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ...”

“เออ! กลับมาคุยกันที่บ้าน”

คำตอบสั้น ๆ ยิ่งสร้างความแปลกใจให้บุตรชายหนักกว่าเดิม

ภาคินขมวดคิ้ว แม้ผู้พ่อจะเป็นคนจริงจัง เข็ดขาด แต่ไร้เหตุผล

“คือผมว่าจะเข้าบริษัทก่อน มีงานต้องเคลียร์หลาย...”

“ไม่ต้องเข้า!” คชาตัดบท “งานที่ค้าง ฉันเข้าไปเคลียร์หมดแล้ว”

น้ำเสียงหนักแน่นจนภาคินไม่รู้จะตกใจกับประโยคไหนก่อนดี ระหว่างพ่อเข้าบริษัทกับเคลียร์งาน และนั่นการที่พ่อไปบริษัทเท่ากับต้องเจอกับกชมน... ภาคินคิดแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

คิ้วเข้มค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน ความคิดมากมายแล่นวาบเข้ามา

...หรือพ่อจะรู้เรื่องเมื่อคืนแล้ว กชมนเธอฟ้องอะไรพ่อ?

ความคิดนั้นทำให้สีหน้าของเขาแข็งตึงขึ้นทันที กรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสัน

“พ่อรอผมนะครับ”

สิ้นเสียง ภาคินก็ตัดสาย กำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินปรี่เข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวออกจากคอนโด

หัวใจของเขาเต้นแรงผิดจังหวะอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะตั้งแต่จำความได้... พ่อไม่เคยเรียกเขากลับบ้านด้วยน้ำเสียงแบบนี้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป