บทที่ 3 บทที่2
“เฮียว่ายังไงนะ?”
“ฉันสั่งให้เธอลงไปไง” เขาขู่เสียงเข้ม ไม่ได้สนใจสายตาตัดพ้อต่อว่าของภรรยาคนสวยแม้แต่นิด เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่!! หลีไม่ลง..นี่เฮียกล้าไล่หลีลงจากรถเลยเหรอ?”
“วันนี้เธอทำเกินไปเยหลี”
“เหอะ ทำเกินไป?”
“….”
“หมายถึงที่หลีตบอีเมียน้อยนั่นอะนะ?” มหาเทวีย้อนถามอย่างเจ็บใจ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกตามตบผู้หญิงที่เข้ามาวอแวกับสามี เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่เขา 'โกรธ'
คนที่ก็ทำตัวเมินเฉยกับทุกคนรอบข้าง..ไม่ได้สนใจเลยว่าผู้หญิงสองคนต้องตีกันนี่นะ?
วันนี้พฤติกรรมของเขาผิดแผกเพราะนังรักแรกกลับมา..ผัวของเธอแคร์ผู้หญิงคนนั้นมาก!
และใช่เมื่อคนแคร์มากได้ยินคำว่า 'เมียน้อย' ออกจากปากอิ่มนั่น ยิ่งพาให้คนตัวโตหัวเสีย
“น้องภาไม่ใช่เมียน้อย”
“จูบกับมันขนาดนั้นไม่ใช่เมียน้อยจะให้หลีเรียกมันว่าอะไร?” เธอถามเสียงเข้ม แล้วดูเหมือนคนที่เคยยอมเพราะตัดรำคาญมาตลอดชักเหลืออด เขาเลือกบีบคาง ก่อนที่จะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมซึ้ง
“ถ้าน้องภาเป็นเมียน้อย..เธอมันก็ไม่ต่างกัน”
“…”
“หลี..เธออย่าลืมสิว่าเธอเข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ของฉันกับน้องภา” เขาย้ำเตือนความจริงที่ไม่น่าอภิรมย์
มหาเทวีจ้องตากลับด้วยหัวใจร้าวร้าน ริมฝีปากอิ่มเริ่มสั่น ก่อนจะท้วงถึงความจริงอีกมุมว่าเธอคบกับเขามาก่อนอดีตเพื่อนรักกึ่งแม่บ้าน
“ฮึก..มันต่างหากที่แทรกแซง..ความสัมพันธ์ของเรา เฮียเสือลืมไปแล้วเหรอ..หลีเป็นเมียพี่มาก่อนมันนะ?”
“….”
“มันก็แค่...อีคนเลวที่แย่งแฟนเพื่อน” เธอตัดพ้อต่อว่า
ความรู้สึกผิดที่มีอยู่น้อยนิด พาให้เขาสะบัดมือออกจากกรอบหน้าละมุน ก่อนผินดวงตาคมจับจ้องไปยังถนน
“ความสัมพันธ์ของฉันกับเธอ...มันก็แค่ความผิดพลาด”
“….”
“เมื่อไรเธอจะยอมรับ..เราสองคนเข้ากันไม่ได้เลย” สามีพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น ตลอดระยะเวลาสองปีที่โดนบังคับให้แต่งงานราวกับตกนรก
จริงอยู่..เราทั้งคู่เคยมีสัญญาหมั้นหมายมาตั้งแต่เด็ก
จริงอยู่..ที่เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ
จริงอยู่..ที่เขาเคยคิดว่าเราคงจะ ‘รัก’ กันได้ ทว่าไม่ว่าจะ ‘ฝืน’ ยังไง เขาก็ไม่สามารถรักเธอได้จริงๆ
“เธอรู้ไหม..ฉันรู้สึกยังไง?”
“…”
“ฉันขยะแขยงเธอ..ฉันเกลียดเธอ”
“ฮึก...เฮียเสือเกลียดหลี?” เธอถามทั้งน้ำตา..พยัคฆ์เมฆาหันมามองอย่างตกใจเล็กน้อย..เพราะเธอแทบไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็น ทว่าทิฐิมานะนั้นมีมากกว่า และยิ่งพิมลภากลับมาด้วยแล้ว...เขาต้องเด็ดขาด
“ใช่..ฉันเกลียดเธอ”
“….”
“เธอมันสันดานเสีย..เจ้าอารมณ์ เธอมันไม่ต่างจากนางมารร้ายที่คอยรังแกคนอื่น” เขาย้ำ
ยิ่งนึกถึงช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เขาลองเปิดใจคบกับเธอในฐานะ ‘แฟน’ หัวคิ้วยิ่งขมวดยุ่ง
สันดานหมาตัวเมีย...ไล่กัดผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวเขา
“เหอะ แล้วเฮียไม่คิดเหรอ ที่หลีทำไป...”
“ลงไป” เขาชี้นิ้วสั่งตามแรงอารมณ์ ไม่ได้สนใจใบหน้าสะสวยที่กำลังซีดเผือด
“จะลงป่ะ?”
“ฮึก...เฮียเสือไล่หลี?”
“เออ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือยังไง?” เขาตะคอกใส่ ก่อนจะผลักร่างอรชรใส่ผนังรถอย่างไม่ปรานี
ความเจ็บแล่นไปตามไขสันหลัง จนเจ้าตัวต้องกัดริมฝีปากแน่น..น้ำตาหยุดไหลตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ได้ มีเพียงไหล่บางที่ตั้งขึ้น..พลางกอบกู้ศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดเปิดประตูลงจากรถหรู ก่อนที่เขาจะเหยียบมิดเลนทิ้งเธอให้อยู่ในที่เปลี่ยวอย่างไร้อารมณ์อาวรณ์ มีเพียงสายตาของผู้หญิงที่เป็นเมียมองตามไฟรถไปจนสุดสายตา
นี่นะเหรอ คนที่เธอรัก..คนที่เธอทุ่มเทให้ทั้งใจ
อะไรบางอย่างกำลังตีแสกหน้าให้เธอต้องยอมรับ 'ความจริง'
ดวงตาคมสวยกวาดมองถนนเชื่อมเมือง ที่ตรงนี้แทบจะมืดสนิท..มีเพียงแสงจันทร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เมฆเลือนราง
เขากล้าที่จะทิ้งเธอไว้ในที่เปลี่ยวขนาดนี้...เพียงเพราะเธอทำร้ายนางในดวงใจของเขา?
“ฮืออออ ไอ้คนเลว..หลีจะถือว่าเราหมดวาสนาต่อกัน หลีจะลืมที่เฮียเคยช่วยชีวิตหลีไว้”
เธอตัดพ้อต่อว่าพร้อมควานหากระเป๋าสะพายใบเล็ก แต่..อนิจจังตอนที่เราทะเลาะกัน เธอคงทำตกไว้ที่ไหนสักแห่ง..
โคตรซวย..
คนที่พี่งโดนด่าว่าสันดานเสียเป็นแค่นางมารร้ายที่คอยกลั่นแกล้งคนอื่นทำได้เพียงเดินไปตามถนนย้อนกลับไปทางเดิมที่มา เสียงรองเท้าส้นสูงห้านิ้วกระทบพื้นยางมะตอยเป็นเสียงเดียวท่ามกลางความมืด..เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเริ่ม ‘กลัว’ และเป็นครั้งแรกที่เธอเริ่ม ‘เกลียด’ คนที่ทิ้งไป
เสียงบีบแตรจากรถที่มาจากรถด้านหลังเป็นเสียงเตือนให้คนหน้าสวยสะดุ้งโหยง ก่อนสัญชาตญาณจะสั่งร่างกายให้กระโจนลงข้างทาง ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว
เอี๊ยดดดดดดดดดด
ปัง!!
แรงกระแทกตรงหน้าท้องพาให้ร่างเพรียวระหงกระเด็นตกใส่พื้นถนนอันเหยียบเย็นทันที!!
ก่อนสิ้นสติเธอจึงสำนึกได้ว่าที่แล้วมาตนโง่งมแค่ไหน
