บทที่ 4 บทที่3
ณ คฤหาสน์พหลสกุล
ร่างสูงใหญ่กระฟัดกระเฟียดเข้าบ้าน ซึ่งภายในห้องรับแขกเวลานี้คุณปู่ของเขากำลังนั่งดื่มชา ด้านหน้ามีจอทีวีขนาดใหญ่กำลังรายงานข่าวสารบ้านเมือง
“กลับมาแล้วเหรอ? แล้วนี่หนูหลีไม่กลับมาด้วยหรือไง?” คุณปู่วรชัยผินหน้ามาถาม เมื่อเห็นหลานชายเดินหน้าบูดเข้ามาคนเดียว ดูท่าจะทะเลาะกับเมียเหมือนเคย
พยัคฆ์เมฆาเลือกจะทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวที่ห่างจากระยะของไม้เท้าท่านผู้เฒ่าด้วยรู้ดีว่าถ้าท่านรู้ว่าเขาทิ้งเมียไว้บนถนนชานเมืองเป็นต้องโดนปู่ด่าแน่
“แล้วปู่ทำไมยังไม่นอนล่ะ?” เลี่ยงตอบคำถามอย่างคนลื่นไหล และได้ผลเมื่อผู้สูงวัยฉีกยิ้มกว้าง อารมณ์แจ่มใสเป็นที่สุด
“ปู่กำลังรอพี่แกอยู่”
“ปู่หมายถึงเฮียสิงห์?” พยัคฆ์เมฆาเงยหน้าถามอย่างแปลกใจ ด้วยสิงหเรศพี่ชายต่างแม่เลือกจะใช้ชีวิตผิดแผกจากคนในครอบครัวโดยเลือกจะเรียกเป็นทหารแทนการทำธุรกิจ
อีกทั้งเมื่อเรียนจบ ยังเลือกศึกษาเฉพาะทางในมหาวิทยาลัยการทหารระดับโลก
“ใช่” ท่านตอบอย่างภูมิใจ
“แล้วนี่..เฮียจะกลับกี่โมง จริงๆ ปู่รอเจอเฮียตอนเช้าทีเดียวก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องอดนอนเลย”
“ไอ้นี่ พูดเยอะ” ท่านกล่าวอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ในขณะที่หลานชายตัวดี วันๆ ไม่ค่อยเอาอ่าวเพียงยักไหล่ ด้วยรู้ว่าสิงหเรศเป็นหลานรักมากกว่าเขาและเฮียสินธพที่เป็นพี่ชายลูกพ่อแม่เดียวกัน ทว่าเขาก็ไม่ได้อิจฉาอะไรนักหรอก เพราะตามสายเลือดแล้วคุณแม่ของเฮียสิงห์ก็คือป้าแท้ๆ ของเขา ซึ่งท่านเสียชีวิตหลังคลอดลูก
ทางบ้านกลัวหลานชายจะลำบากเพราะสูญเสียแม่ตั้งแต่เกิด จึงให้น้องสาวหรือแม่ของเขามาแต่งงานกับคุณพ่อ
เพียงเวลาไม่นานร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มก็เดินเข้ามา พร้อมกับกระเป๋าเป้ใบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่คล้ายกับเขาเป๊ะและมักมีสีหน้าเย็นชาเวลานี้กลับเปื้อนยิ้มเล็กน้อย
“เฮียสิงห์” คนเป็นน้องเรียกด้วยสีหน้ายินดี ก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้าไปสวมกอด
“อืมก็ดี แล้วนายล่ะ?”
“ผมก็สบายดีครับเฮีย ว่าแต่เฮียคงฝึกหนักน่าดูเลยนะ” เจ้าน้องชายเอ่ยทัก เมื่อเห็นรูปร่างสูงใหญ่ดูเพรียวสง่ากว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกัน และถึงแม้ในอดีตมีแต่คนบอกว่าเขากับพี่ชายต่างแม่รูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ทว่าน่าแปลกวันนี้กลับมีสิ่งที่ต่างจากทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อสบกับดวงตาคมเข้มลึกที่ดูคล้ายกับบ่อน้ำที่หาก้นไม่เจอ พาให้เกรงโดยไม่รู้ตัว
สิงหเรศเพียงส่งยิ้ม ก่อนจะกวาดสายตาคมมองหาใครบางคน
“แล้วนี่ เมียแกล่ะ”
“เหอะ เฮียอย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้นเลย...เสียอารมณ์” ไม่พูดเปล่ายังเดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งรินบรั่นดีหน้าบาร์เล็กที่อยู่ติดกับห้องรับแขก คำตอบของน้องพาให้พี่ชายหลุบตามองพื้นอย่างครุ่นคิด ก่อนจะถามย้ำ
“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“ผมทิ้งเธอไว้ที่ถนนชานเมือง เฮียมีอะไรเปล่า”
คำว่า ‘ทิ้ง’ พาให้ชายหนุ่มสองวัยตกตะลึง และเป็นคุณปู่วรชัยที่เสียงดังขึ้นเป็นคนแรก
“นี่แกว่ายังไงห๊ะ ไอ้เสือ!!!”
“ก็..แค่ทิ้งไว้เอง ปู่จะทำไมอ่ะ? ถ้าจะโทษก็ต้องโทษหลานสะใภ้ปู่นั่นแหละ สันดานเสียเอาแต่ไล่ตบคนอื่นไปทั่ว” หลานชายเถียงด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ยุ่งกับใครไม่ยุ่งมายุ่งกับน้องภาของเขา
“ไอ้เวร ดึกขนาดนี้ ทำไมแกกล้าทิ้งเมียไว้บนถนน ฉันจำได้ว่าไม่เคยสอนให้แกเป็นผู้ชายสารเลวแบบนี้!!”
“ปู่อะคิดมาก เยหลีเธอไม่เป็นอะไรหรอก ถึกขนาดนั้น” พยัคฆ์เมฆายังคงตอบอย่างไม่สำนึกผิดอะไรทั้งสิ้น เล่นเอาชายชราถึงกับหน้ามืดจวนเจียนจะเป็นลม ทว่าเสียงเข้มเต็มไปด้วยคำสั่งของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นขัดอารมณ์
“โทร”
“หือ? เฮียสิงห์ เฮียว่าอะไรนะ?”
“ฉันสั่งให้แกโทร”
“…”
“โทรดิ” พี่ชายยังคงสั่งเสียงเข้ม ไร้วี่แววล้อเล่น พาให้พยัคฆ์เมฆามองกลับพลางเม้มปากไม่พอใจ
ทุกทีเฮียสิงห์มักปากหนัก นิ่งขรึมเป็นอาจิณ แต่ไม่รู้ทำไมเอ่ยปากช่วยพูดเรื่องของผู้หญิงคนนั้นทุกครั้งไป
แม้แต่ตอนที่เขาถูกนังตัวดีย์บังคับให้แต่งงาน..ก็เป็นพี่ชายคนนี้ที่เข้ามาพูดเกลี้ยกล่อมจนเขายอมแต่ง
“เดี๋ยวนี้ฉันสั่งแกไม่ฟังแล้วหรือไง?” พี่ชายที่อายุห่างกันไม่ถึงสี่ปีเริ่มดุ พยัคฆ์เมฆาทำได้เพียงฮึดฮัด ด้วยเคยเกรงกันมาก่อน จำยอมต้องหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาภรรยาตีทะเบียน
เสียงรอสายยังคงดังต่อเนื่อง แต่คนปลายสายดันไม่รับโทรศัพท์ชวนให้ผู้เป็นสามีเริ่มหัวร้อน ก่อนจะตัดสายอย่างขัดใจ
“เฮียสิงห์เห็นยัง ผมโทรไปเยหลีก็ไม่รับสาย ผมไม่โทรแล้ว!!” คนไม่เคยง้อใครเอ่ยปากอย่างหัวเสีย เล่นเอาพี่ชายคนโตขมวดคิ้วเข้าหากัน สรรพนามที่ใช้กับน้องชายเริ่มเปลี่ยน
“ไอ้เสือ มึงทำตัวแย่มากรู้ตัวไหม!?”
“ผมทำตัวแย่ยังไง? เหอะ เฮียสิงห์ไปเรียนต่างประเทศตั้งหลายปีจะไปรู้อะไร” พยัคฆ์เมฆาหันมาต่อว่าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะฟ้องเฮียด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“เฮียรู้ป่ะ เยหลีน้องรักของเฮีย เธอทำอะไรเวรๆ ไว้บ้าง”
“…”
“เฮียรู้ไหม? วันๆ ยัยนั่นเอาแต่ตามติดชีวิตผมอย่างกับแมลงวัน คอยตามราวีผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใกล้ผม”
“…”
“โอเค..ก่อนหน้านี้ผมไม่ว่าที่เธอยังตามไปตบตีผู้หญิงคนอื่น…แต่วันนี้เธอดันไปยุ่งกับน้องภา ผมรับไม่ได้”
“มึงหมายถึง..พิมลภา?” สิงหเรศย้อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง รู้ทันทีว่าทำไมน้องชายถึงยอมทิ้งเมีย
ผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นกลับมาแล้ว…
..
