บทที่ 5 บทที่4

“ใช่ เฮียก็รู้ผมรักน้องภามากแค่ไหน”

“รัก?” พี่ชายเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ค่อยเชื่อน้ำคำมากนะ

“ใช่ ชีวิตนี้ผมจะรักน้องภาคนเดียว”

“เหอะ ถ้านายรักผู้หญิงคนนั้นจริง...แล้วทำไมนายถึงยอมแต่งงานกับเยหลีล่ะ”

ประโยคเย็นชาของสิงหเรศ ส่งผลให้น้องชายคนสุดท้องของบ้านหัวเสีย สายตาที่มองไปที่คุณปู่กับพี่ชายเต็มไปด้วยคำตำหนิตัดพ้อต่อว่า..ก็เพราะคนทั้งคู่เขาถึงจำต้องแต่งงานกับเยหลีไหม?

‘ปู่ขอร้อง..แต่งงานกับเยหลีได้ไหม?’ คุณปู่วรชัยเอ่ยปากอ้อนวอนหลานชาย ซึ่งเป็น ‘คำขอ’ เดียวของเพื่อนสมัยเด็ก ซึ่งก็คือคุณย่าของเยหลี ด้วยหญิงสาวเป็นหลานสาวคนเดียวของตระกูลดังนั้นหญิงชราพร้อมจะประเคนทุกอย่างให้หลานรัก

“นี่...แกกล้าโทษปู่?” ท่านย้อนถามอย่างไม่พอใจ เตรียมจะเอ่ยปากด่า ทว่าหลานชายคนโตกลับมองปราม ก่อนจะจัดการคุยด้วยตัวเอง

“ไอ้เสือ”

“ครับเฮีย”

“นายคิดดีๆ ก่อนไหม...ก่อนที่จะโทษคนอื่น”

“…”

“นายอย่าลืมนะ ที่นายยอมเลิกกับผู้หญิงคนนั้น แล้วมาแต่งงานกับเยหลีเพราะอะไร?” สิงหเรศเอ่ย พลางยิ้มเยาะ สายตามองน้องชายกึ่งๆ ดูถูกเล็กน้อย พยัคฆ์เมฆามองกลับ พร้อมเม้มปากแน่น

ด้วยตระกูลพหลสกุลยังคงหัวเก่า ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทพหลกรุป ยังคงใช้วิธีให้พี่ชายคนโตสืบทอดสมบัติ ทว่าอาจเพราะสิงหเรศเองสูญเสียมารดาตั้งแต่เล็ก ผิดแผกจากน้องชายสองคนที่มารดายังอยู่ และได้รับการสนับสนุนจากบุพการีเต็มที่ สิงหเรศเองก็รู้ถึงความลำเอียงของคนดี ดังนั้นจึงเลือกที่จะสละทุกอย่างและมุ่งเป้าสอบทหาร รวมถึงแอบทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วย

สุดท้ายน้องชายคนรองอย่างสินธพจึงได้รับตำแหน่งผู้สืบทอดบริษัทพหลกรุปเต็มๆ และมีเพียงสนามแข่งพหลเซอร์กิต และทีมแข่ง รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนก้อนใหญ่ที่ใช้บริหารทีมเท่านั้นที่คุณปู่วรชัยยังไม่ได้มอบให้ใคร

แน่ล่ะ เพื่อคำขอสุดท้ายของเพื่อนสนิทได้นอนตายตาหลับชายชราย่อมนำมาต่อรองกับหลานชายคนเล็ก

“เสือ...นายคงลืมไปแล้วสินะ ที่ทุกวันนี้ได้ดีเพราะใคร”

“เหอะ เฮียสิงห์สรุปเฮียเป็นพี่ชายใครกันแน่? จริงอยู่เพราะเยหลีคุณปู่ถึงโอนพหลเซอร์กิตให้ผม แต่แล้วไงล่ะ? เฮียอย่าลืมนะว่า ความรักมันบังคับกันไม่ได้!!” คำประกาศก้องดังราวกับตอกย้ำทุกคนในห้อง

ทว่าสิงหเรศเพียงบิดยิ้มเฉยชา ก่อนจะออกคำสั่งด้วยความเคยชิน

“อือ แล้วไง? ความรักมันบังคับกันไม่ได้ แต่ถ้านายเป็นลูกผู้ชาย..นายควรจะรู้หน้าที่ป่ะ?”

“....”

“นายรู้ตัวไหมว่าทำตัวเป็นสามีที่เหี้ยขนาดไหนที่ทิ้งผู้หญิงคนเดียวไว้ในที่เปลี่ยว”

“เฮียสิงห์!!”

“เวลานี้นายควรไปรับเธอได้แล้ว”

“ไม่!! ผมไม่ไป ยังไงเดี๋ยวบรรดาบอดี้การ์ดก็ตามไปรับเธออยู่ดี” พยัคฆ์เมฆาเถียง พร้อมสะบัดหน้าหนีอย่างหงุดหงิด เพราะที่เขากล้าทิ้งมหาเทวีไว้กลางถนน ก็มาจากการที่เธอมีบรรดาบอดี้การ์ดตามติด

ชีวิตของเจ้าหล่อนเกิดมาก็แทบไม่เคยทุกข์ร้อนกายใจ ถ้าจะทุกข์ก็คงมีแค่เรื่องของ ‘เขา’

สิงหเรศมองน้องชายด้วยสายตามืดลง ลึกๆ เริ่มเกิดคำถามว่าการที่ช่วยให้หญิงสาวแต่งงานกับชายในดวงใจเป็นเรื่องที่ผิดหรือเปล่า?

“นายแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจทีหลัง”

“ไม่...ผมไม่มีวันเสียใจ” พยัคฆ์เมฆาเน้นคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“โอเค ถ้านายไม่ไปรับเธอ งั้นฉันจะไปรับเธอเอง”

“เฮ้ย นั่นเฮียสิงห์จะไปไหน” ไอ้คนนิสัยไม่ดีลุกขึ้นยืนโวยวาย แต่ก็รู้นิสัยพี่ชายดีว่าพูดอะไรไปก็เท่านั้น

ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง

ร่างเพรียวระหงในชุดฟ้าขาวกำลังเหม่อมองไปยังผนังห้องด้วยความรู้สึกขมขื่น เธอหายไปนานครึ่งค่อนคืนสามียังไม่คิดจะตามหาแม้แต่น้อย ยังดีที่ดวงเธอแข็งอุบัติเหตุครั้งนี้จึงไม่เป็นอะไรมาก อีกทั้งคนก่อเหตุก็ยังมีความรับผิดชอบสูงมาก

“คุณแน่ใจนะครับ ว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหาย” ชายหนุ่มคู่กรณีถามเสียงพร่า ยิ่งเห็นดวงตาคมหวานซึ้งบวมแดงจากการร้องไห้ยิ่งรู้สึกผิด

“ผมขอโทษจริงๆ นะครับ ผมไม่เห็นคุณจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณไม่ต้องคิดมากนะคะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ” มหาเทวีพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ไปให้ อีกทั้งยังเสริมต่อว่า

“ส่วนค่าเสียหายฉันไม่ต้องการค่ะ” เธอเป็นหลานคนเดียวของตระกูลเงินทองเหลือกินเหลือใช้สิบชาติก็ยังไม่หมด ยังจะกลัวอะไรกับค่าเสียหายเล็กๆ น้อยๆ นั่น

“เพียงแต่ที่ฉันขอให้คุณโทรแจ้งที่บ้านของฉัน...คุณทำให้ฉันหรือยังคะ”

“ผมโทรหาสามีคุณให้แล้วครับ แต่เขาไม่เชื่อว่าคุณเจ็บจริงแถมตัดสายผมทิ้งด้วย” คนก่อเหตุกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกอัดอั้นตันใจ พาให้คิดถึงบทสนทนาที่คล้ายกับดังก้องในหู

‘ไอ้พวกมิจฉาชีพไม่ต้องมาหลอกกูหรอก เมียกูเนี่ยนะจะถูกรถชน? ผู้หญิงพรรค์นั้นยมบาลยังไม่เอาเลย’

‘เอ่อ นั่นเมียคุณนะครับ ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดแรงขนาดนั้นเลย ที่สำคัญผมไม่ใช่มิจฉาชีพ..ยังไงเดี๋ยวผมให้คุณเยหลีมาคุย…’ ไม่ทันพูดจบสายตรงข้ามก็ตัดไป ไม่พอโทรไปยังไม่รับสายอีก

“ขอโทษนะครับ ผมมันไม่ได้เรื่องเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็พอจะรู้อยู่แล้ว” คนป่วยตอบรับอย่างขมขื่น

เธอจะเป็นจะตายยังไงเขาก็คงไม่สนใจ...ทำไมถึงต่างจากเด็กผู้ชายเมื่อสิบกว่าปีก่อนลิบลับเลยนะ...

“แต่อีกเบอร์ที่คุณให้มา ติดต่อได้ละนะครับ เขาแจ้งว่าเดี๋ยวจะตามมา”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวนั่งรอได้ไม่นาน หัวหน้าบอร์ดี้การ์ดก็สาวเท้าเข้ามาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่หายไปหลายปี มหาเทวีเพ่งตามองอยู่สักครู่ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างยินดี

“เฮียสิงห์!!”

..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป