บทที่ 6 บทที่5
“โง่” คำแรกที่เขาพูดกลับเป็นคำต่อว่าอันคุ้นชิน น่าแปลกที่มหาเทวีได้ฟังถึงกับยิ้มทั้งน้ำตาเสียอย่างงั้น
“เฮียสิงห์กลับมานานแล้วเหรอคะ?”
“พึ่งถึงเมื่อคืนนี้เอง” ชายหนุ่มพูดพลางขยับตัวหย่อนก้นลงบนเตียงคนป่วยด้วยท่าทีสนิทสนม ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แล้วเราล่ะ ทำไมสภาพอนาถขนาดนี้”
“ฮึก...ก็เฮียเสือสิคะ ทิ้งหลีไว้ตรงถนนเปลี่ยว” หญิงสาวตอบกลับอย่างเจ็บใจ
เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจเป็นแบบนี้นี่เอง
“แล้ว...เธอจะเอายังไงต่อล่ะ?”
“หลีจะหย่า!!!”
“หย่า?” คนอายุมากกว่าทวนคำซ้ำ อย่างไม่เชื่อในน้ำคำแม้แต่นิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ไม่ต่างจากน้องชายเจือไปด้วยความเฉยเมยอันคุ้นชิน ทว่าคนมองกลับรู้สึกอุ่นใจอยู่บ้าง
“ใช่ค่ะ หลีจะหย่า...เฮียสิงห์ไม่เชื่อเหรอ?”
“....”
“เฮียสิงห์!! หลีพูดจริงนะ” พยายามย้ำกับเขา รวมถึงย้ำใจตนเอง ดวงตาหวานเจือดุเล็กมองตามร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้กำลังหยิบแอปเปิลที่ผู้ก่อเหตุนำมาเยี่ยม จัดแจงปอก..การกระทำของเฮียสิงห์ไม่ต่างจากพี่ชายคนโตที่คอยดูแลน้องๆ ในวัยเด็ก..กระแสอบอุ่นตีตื้นเต็มหัวใจ
ตั้งแต่เธอสูญเสียคุณย่า..นานแค่ไหนแล้วนะที่มีใครสักคนคอยห่วงใย
ภายในห้องเวลานี้มีเพียงผู้ชายตัวโตที่มีสถานะ 'ไม่ใช่สามี' ส่วนคนอื่นออกจากห้องอย่างรู้มารยาท
“กินสิ” เขายื่นส่วนที่ปลอกแล้วมาให้ มือเล็กของคนเจ้าอารมณ์รับมาเข้าปากอย่างกระฟัดกระเฟียด
รสชาติหวานกรอบของผลไม้สุดโปรดพาให้ลืมความเจ็บปวดทางใจ อารมณ์เริ่มกลับมาดีขึ้น ก่อนจะระบายทุกอย่างให้พี่สามีฟังด้วยน้ำเสียงเริ่มที่จะปล่อยวาง
“เฮียสิงห์อาจจะคิดว่าหลีทำไม่ได้”
ก็แน่ล่ะ สมัยเรียนมีหลายครั้งที่เธอถูกพยัคฆ์เมฆาทำร้ายความรู้สึก และมีหลายครั้งที่เธอขู่จะเลิกกับเขา ทว่าสุดท้ายก็เป็นเธอที่ทนไม่ไหวต้องกลับไปง้อเขาก่อนทุกครั้ง
“ฮึก...หลีเคยคิดว่าจะรักเขาคนเดียวตลอดไป แต่หลีพึ่งเข้าใจค่ะ”
“….”
“ความรัก...มันบังคับใจกันไม่ได้ ฮึก...หลียอมแพ้แล้ว”
“อือ...แล้วเฮียจะรอดู..แต่ตอนนี้เธอนอนพักก่อนเถอะ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเล็กน้อย พลางก้มลงมองมือเรียวที่กำลังกำชายเสื้อเขาไว้แน่น ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“เฮียสิงห์อยู่เป็นเพื่อนหลีก่อนได้ไหม?”
“...”
“เฮียก็รู้...ครอบครัวหลีไม่มีใครแล้ว”
พ่อแม่เสียตั้งแต่เด็ก ส่วนคุณย่าก็ตามไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ขณะที่ผัวโทรไปก็มีแต่คำพูดประชดประชัน และมองเธอไม่ต่างจากเหลือบไร
“อยู่เป็นเพื่อนหลีนะคะ หลีไม่ชอบอยู่โรงพยาบาลคนเดียว”
“อือ เธอนอนเถอะ” เขารับคำทื่อๆ ทว่ามือที่กำปลายเสื้อก็ยังไม่มีทีท่าจะปล่อย จนสิงหเรศต้องลอบถอนหายใจ ก่อนจะปลอบเจ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“นอน...เฮียสัญญาถ้าเธอไม่หลับ...เฮียก็ยังไม่ไปไหน”
“หลีรู้ เฮียสิงห์ใจดีอยู่แล้ว”
เธอพูดพร้อมส่งยิ้มตาหยีมาให้ ทว่าคำว่า ‘ใจดี’ กลับพาให้พี่สามีชะงักไปชั่วครู่
ใจดี?
คนที่ฆ่าคนในสนามรบราวกับผักปลาอย่างเขา..ห่างไกลกับคำว่าใจดีนัก
คำนี้ๆ คงมีแต่ยัยเด็กโง่จอมคลั่งรักเรียกเขาคนเดียวละมั้ง..
สายตาคมที่จ้องมองเพื่อนรุ่นน้องสมัยเด็กอ่อนลงเล็กน้อย
ผ่านไปเกือบอาทิตย์
พยัคฆ์เมฆายังคงใช้ชีวิตเหมือนคนโสด โดยแทบจะลืมเลือนไปเลยว่ายังมีภรรยาตีทะเบียนอยู่อีกคน วันนี้ก็เหมือนกันเมื่อพิมลภาบ่นว่าเหงา เขาก็รีบขับรถไฮเปอร์คาร์มารับถึงหน้าคอนโดทันที
“วันนี้เฮียสิงห์จะพาน้องภาไปเที่ยวไหนคะ” หญิงสาวขึ้นรถเสร็จก็เอ่ยถามเสียงเบา
“เฮียว่าจะพาเราไปช็อปปิ้ง ชดเชยที่โดนเยหลีทำร้ายดีไหม?”
“ค่ะ น้องภาตามใจเฮีย..เอ๊ะ นี่มือถือใครคะ?” เธอพูดพร้อมกับก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
เคสโทรศัพท์สีดำทว่ามีเพชรเม็ดเล็กประดับดูเก๋มีเอกลักษณ์ก็พอให้พิมลภาเดาได้ทันทีว่าเจ้าของเป็นใคร ในขณะที่คนอายุมากกว่ามีสีหน้าตกใจ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉย
หรือวันนั้นที่เขาทิ้งเธอ..แล้วโทรหาไม่รับสาย ไม่ใช่เพราะเจ้าหล่อนงอน ทว่ากลับเป็นเพราะโทรศัพท์มือถือตกบนรถของเขา?
ความไม่สบายใจบางอย่างแล่นวาบ..หัวคิ้วเริ่มขมวดกันยุ่ง แม้ลึกๆ จะเริ่มรู้ตัวว่าทำผิด แต่ด้วยความชีวิตไม่เคยยอมรับว่าตน ‘ผิด’ จึงรีบหาข้ออ้างไม่ใส่ใจได้ทันที
เขาไม่ผิด เป็นเธอที่ผิดที่ทำร้ายพิมลภาก่อน..
และก็ช่วยไม่ได้..เขาไม่ได้ใช้รถคันนี้มาเป็นอาทิตย์..ใครจะไปรู้ว่าเยหลีจะลืมมันไว้บนรถของเขา
“ของเยหลีใช่ไหมคะ?”
“.....”
“เยหลีนี่โชคดีจังนะคะ ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเฮียเสือ ผิดกับภาที่ต้องหลีกทางไปอยู่ที่อื่นหลายปี” อดีตคนรักพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ ด้วยรู้ว่าเฮียเสือหวงรถเป็นหนักหนา โดยเฉพาะที่นั่งข้างคนขับต้องมีสถานะเป็นคนสำคัญ
ผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องพยายามอะไรก็สามารถจับจองได้ทันที ผิดกับเธอที่เพียรพยายามตีสนิทไฮโซสาว จนแทรกซึมเข้าไปในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่จนสำเร็จ...
หึ...ถึงยัยนั้นจะสวยกว่า รวยกว่า แต่แล้วไงล่ะ? สุดท้ายก็เอาผัวไม่อยู่...อยู่ดี
พิมลภาคิดหยามเยาะในใจ ทว่าต่อหน้าผู้ยังคงแสร้งตีหน้าเศร้าเรียกร้องความสนใจ เพียงแต่ครั้งนี้ไม่รู้พยัคฆ์เมฆาคิดอะไรอยู่ เขาถึงยังนิ่งเงียบถามก็ไม่ตอบ เธอจึงทำได้เพียงถามเสียงแห้ง
“เฮียเสือจะให้ภาเอามือถือไว้ตรงไหนดีคะ?”
“โยนมันไว้ด้านหลัง เดี๋ยวกลับบ้านไปเฮียค่อยคืนให้เยหลี”
