บทที่ 7 บทที่6
ผ่านไปร่วมอาทิตย์ที่พยัคฆ์เมฆาแทบไม่เห็นหน้าภรรยาตีทะเบียน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แถมนึกดีใจเสียอีกที่ไม่มีเมียคอยคุม ครั้งนี้เจ้าหล่อนคงจะโกรธเขามาก สมน้ำหน้าถ้าคราวหน้ามหาเทวีคิดรังแกน้องภาเขาจะจัดการเจ้าหล่อนให้แรงกว่านี้
ดังนั้นพอเห็นหน้าเมียกลับบ้านวันแรกจึงมีเพียงแต่สายตาเย็นชาที่ส่งไปให้ เพื่อหวังเห็นริ้วรอยความเจ็บปวดบนสีหน้าเชิดหยิ่ง
เขาไม่มีความสุข เธอเองก็ต้องไม่มีความสุข
ทว่าชายหนุ่มต้องผิดหวังเมื่อครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่ดวงตาสวยดุเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
สายตาอะไรของเธอว่ะเนี่ย?
เจ้าหล่อนคงยังไม่รู้ตัวสินะ ว่าทำผิด!!!
“นี่!!” ไม่พูดเปล่ายังคว้าแขนคนตัวเล็กไว้แน่น และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่หญิงสาวดึงแขนออกด้วยท่าทีค่อนข้างสุภาพ ดวงตาคมซึ้งปรายมองไร้อารมณ์ชวนให้ใจไหววูบ
“วันนั้น...เธอกลับยังไง?” เผลอตะกุกตะกักถามด้วยน้ำเสียงเกรงใจ พยัคฆ์เมฆาเหลือบมองรอยยิ้มยิ้มข้างเดียวชวนให้คันหัวใจแปลกๆ ในขณะที่ภายในใจมหาเทวีสับสนเล็กน้อย
มาถามตอนนี้มีประโยชน์อะไร..
ตอนที่เธอเจ็บตัวให้คนโทรหา อย่าว่าแต่มาเยี่ยม เขาแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเธอถูกรถชน
“เฮียเสือจะถามทำไม?”
“เหอะ ฉันก็ไม่อยากรู้หรอก อ่ะ..นี่มือถือเธอทำตกไว้บนรถวันนั้น” พูดพร้อมกับโยนมือถือที่อยู่ในกระเป๋าไปให้ หญิงสาวรับไว้แทบไม่ทัน
ท่าทีที่เขามีค่อนข้างหยาบคาย ยิ่งดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ พาให้ภรรยาตีทะเบียนปวดหนึบกลางอก
“เฮียเสือ..เคยคิดจะห่วงหลีบ้างไหม?”
“ห๊ะ?” เขาชะงักกับน้ำเสียงอ่อนแรงที่มหาเทวีใช้ แม้จะมีหลายครั้งที่เจ้าหล่อนตัดพ้อต่อว่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลัง ‘หมดใจ’
“ฮึก...เฮียเปลี่ยนไปนะรู้ตัวไหม”
“….”
“เหมือนกับไม่ใช่คนที่..” มหาเทวีพยายามกลั้นสะอื้นต่อประโยค ทว่าเหมือนเขาจะรำคาญกับบทสนทนาที่วกกลับมาเรื่องเก่าๆ
“เธอจะท้าวถึงอดีตทำไม? เธอก็รู้นี่เยหลีว่าฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอ”
“....”
“ถ้าไม่ใช่สิทธิ์ในสนามแข่งเธอคิดว่าวันนี้เธอจะได้มายืนลอยหน้าลอยตาเป็นคุณผู้หญิงตระกูลพหลสกุล?”
เงื่อนไขในการแต่งงานที่เธอรับรู้อยู่แล้วถูกยกกลับมาตอกย้ำอีกครั้ง
“เหอะ เฮียเสือก็รู้ตัวนี่ ว่าหลีคือคุณผู้หญิงตระกูลพหลสกุล?” ความอ่อนแอถูกกดลงไป ปลายคางเชิดขึ้นเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง ก่อนจะเน้นคำให้เขารู้สถานะว่าเธอกับนังรักแรกอยู่คนละระดับกัน
“ไม่ใช่อีนั่น”
“เยเหลี! อย่าให้มันมากนะ”
“ทำไมคะ? เฮียเสือจะทำอะไรหลี” คนตัวเล็กยังลอยหน้าลอยตาเถียง ยิ่งโดนเท่าไรยิ่งอยากให้เขาเจ็บมากเท่านั้น
สำหรับเธอกับสามีแล้ว ตาต่อตาฟันต่อฟัน!!
พยัคฆ์เมฆาทำได้เพียงฮึดฮัดอยู่กับที่ เสียงอยู่ในลำคอราวกับถูกอุดไว้
แน่ล่ะ เมื่อเถียงสู้เมียไม่ได้จึงใช้ไม้ตายที่ทำให้เมียหุบปาก
“เฮียจะไม่ทนกับเธอแล้วนะ เฮียจะหย่า”
“หย่า?”
“เออ หย่า!!” น้ำเสียงพยัคฆ์เมฆาเต็มไปด้วยความมั่นใจ โดยไม่สนใบหน้านวลสวยที่บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด และเขามั่นใจว่ายังไงเธอก็ต้องตามง้อขอคืนดี ถึงเวลานั้นเขาจะบังคับให้เจ้าหล่อนไปขอโทษพิมลภา ถ้าน้องภาของเขาไม่ยกโทษให้ก็อย่าหวังว่าเขาจะยอมคืนดีด้วย
เพียงแต่ครั้งนี้มหาเทวีหาใช่คนเก่าที่พยายามเอาใจเขาทุกอย่าง
คำว่า ‘หย่า’ จึงไม่ได้มีผลอะไรกับเธอแล้ว
“ค่ะ หย่าก็หย่า”
“...”
“พรุ่งนี้เลยไหมคะ?”
“ห๊ะ เธอหมายความว่ายังไง” เขาเบิกตาโพลงถามด้วยน้ำเสียงอึ้งเล็กน้อย
“หลี..หมายความว่า...หลียอมหย่าค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมง..เราไปเจอกันที่เขต”
“เธอจะประชดฉันเหรอ” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนตามอารมณ์ ในขณะที่ภรรยาตีทะเบียนยืนกอดอกมาด้วยสายตาแน่วแน่
“ฉันบอกเธอไว้ตรงนี้เลยนะ เยหลีถึงเธอจะประชดไป ฉันก็ไม่แคร์ และฉันก็ไม่ง้อเธอด้วย”
“หน้าหลีเหมือนคนกำลังประชดเหรอคะ?”
“….”
“มันก็เหมือนที่เฮียพูดไง เราไปด้วยกันไม่ได้ ฮึก.. เฮียไม่รักหลี..หลีเองก็...เหนื่อยที่จะรักเฮียแล้วเหมือนกัน” เธอกลั้นสะอื้นตอบเขา
“เราหย่ากันเถอะ”
“เออ ตกลง” เขารับคำเสียงหนักแน่น ก่อนจะประชดประชันเมียต่อ
“พรุ่งนี้หวังว่าจะเห็นเธอที่หน้าเขต”
“หลีไปแน่ เฮียไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้กลับไปดูแลนังอัปรีย์นั่น” ร่างอรชรพูดจบหมุนตัวขึ้นบันไดอย่างคนไม่แคร์ ทิ้งสามีตัวร้ายที่กำลังโวยวายไล่หลัง
เธอจะเลิกรักเขา แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะเคยช่วยชีวิตเธอไว้
และพรุ่งนี้ความรักสิบกว่าปีจะได้จบลงสักที
เยหลีคิดปลดปลงทั้งน้ำตา
