บทที่ 9 บทที่8
ณ ห้องหรูใจกลางเมือง
ร่างสูงใหญ่ที่กำลังโดนตามตัวอยู่นอนเอกเขนกแขนก่ายหน้าผาก เสื้อเชิ้ตสีขาวยับย่น สีหน้าดูแย่มาก จนพิมลภาลอบยิ้มเยาะ
นังโง่นั่นยังไม่รู้จักเอาใจผัวเหมือนเคย..
“เฮียเสือนอนพักในห้องก่อนก็ได้นะคะ ภาเตรียมห้องไว้แล้ว” พูดพลางหย่อนบั้นท้ายเบียดชิดหน้าอกชายหนุ่ม มือเล็กขาวสะอาดแสร้งเป็นเผลอแตะหน้าผากชายหนุ่มอย่างใส่ใจ
“เฮียตัวรุมๆ ไม่สบายหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวภาไปเอายาให้นะ”
“ไม่ต้อง เฮียไม่เป็นไร” เขาพูดพร้อมกับกุมมือเจ้าหล่อนแนบกลางอก ดวงตาคมเจือแววซาบซึ้ง
“ทำไมหลีไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ”
“เฮียเสือ” เสียงหวานแผ่วเบา ก่อนที่ใบหน้าเล็กจะโน้มลงให้ท่าอย่างแนบเนียน
“ถ้าหลีเข้าใจเฮียเหมือนที่น้องภาเข้าใจ..ก็คงจะดี”
“เฮียเสืออย่าคิดมากเลยนะคะ”
“...”
“หลี...เธอเป็นลูกคนเดียว นิสัยเลยเอาแต่ใจไปบ้าง ถ้าเธอโตขึ้น..เธอคงคิดได้เอง” คำพูดปลอบใจ แต่แฝงนัยยะตำหนิเหมือนด่าศัตรูหัวใจว่าโตแต่ตัวที่พยัคฆ์เมฆาไม่เคยสังเกตเห็นดังออกมาไม่ได้หยุด และได้ผลเขานึกพาลโกรธไปที่ภรรยาอีกครั้ง
“น้องภา..เยหลีอายุยี่สิบกว่าแล้วนะ ไม่ใช่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ!!” ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด
“เฮียเสืออย่าอารมณ์เสียเลยนะคะ”
“อืม งั้นเดี๋ยวเฮียไปนอนก่อนนะ น้องภาไม่ต้องปลุก” เขาย้ำเอาแต่ใจ
ชีวิตนี้เกลียดที่สุดคือการโดนปลุก ซึ่งยัยตัวร้ายที่บ้านก็ขยันปลุกเหลือเกิน
พิมลภาส่งยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะถือวิสาสะควงแขนพาเขาเข้าห้องนอนใหญ่ ซึ่งจริงๆ ก็คือห้องนอนของเธอนั่นเอง
“น้องภาไม่ต้องไปส่งเฮียหรอก ใกล้แค่นี้เอง” เขาเอ่ยเสียงพร่า ยิ่งสบตากลมโตที่ช้อนมองใสซื่อ พาให้คนตัวโตหลงหนักขึ้น
“ภาจะไปดูความเรียบร้อยด้วยค่ะ”
“ครับ แต่...”
“…”
“เฮียอยากจะเตือนเธอนะ”
“เตือนเรื่องอะไรคะ?” คนตัวเล็กที่ใกล้จะมีสถานะ ‘ชู้’ แสร้งถาม แม้ลึกๆ จะรู้นัยยะในดวงตาคม
แต่เธอรู้ดีผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่ชอบให้รู้ทัน
“อย่าไว้ใจผู้ชาย”
“ผู้ชายที่ว่ารวมถึงเฮียเสือด้วยไหมคะ?” ปากเล็กสีชมพูหวานเผยอขึ้นราวกับเชิญชวน แขนเรียวเสลาเบียดชิดอกแกร่งพาให้เลือดหนุ่มร้อนผ่าว ไอ้ที่ง่วงเริ่มหายง่วง บรรยากาศภายในห้องหรูอบอวลไปด้วยความโรแมนติก ทว่าภวังค์ดังกล่าวก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงตึงตังในห้องรับแขกที่อยู่ต่อกันดังขึ้น
“อ่ะ” เสียงเล็กร้องขึ้น พร้อมกับโดนคนอายุมากกว่าดันตัวออกห่าง หัวคิ้วของเขาขมวดกันยุ่ง ดวงตาคมหรี่มองไปที่ประตูเต็มไปด้วยความระแวง ก่อนจะเดินกระวนกระวายออกจากห้อง
แน่ล่ะ เป็นดังที่ชายหนุ่มคิด
พฤติกรรมห้าวเป้งจะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่นางมารร้ายในชีวิตจริงของเขา ภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสุดแสนจะเซ็กซี่เห็นเนินอกขาวสลางโดดเด่นจนเขาลอบกลืนน้ำลาย
เจ้าหล่อนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่กลางห้อง โดยมีบรรดาบอดี้การ์ดในชุดดำยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง เขายกยิ้มมุมปากอย่างรังเกียจ
เว้นแต่หน้าตาและฐานะ นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรที่มหาเทวีจะสู้พิมลภาได้เลย
“เธอคิดจะทำอะไรเยหลี” เขาถามไม่สบอารมณ์ พลางจ้องมองดูเมียตีทะเบียนที่กำลังนั่งเป็นสง่าราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะพ่นคำพูดน่าขยะแขยงออกมา
“ก็เห็นอยู่หลีมาจับชู้”
“หุบปาก คราวที่แล้วยังไม่เข็ดใช่ไหมเยหลี” เขาฮึดฮัดตะคอก แทบอยากจะเข้าไปเค้นคอเธอ ทว่าสายตาที่บอดี้การ์ดข้างหลังส่งมาให้เป็นเชิงเตือนทำให้ร่างสูงชะงักงัน เยหลีเองก็มีสีหน้าไม่แคร์พลางตั้งคำถามถึงเป้าหมายที่ตั้งใจมาจัดการในวันนี้
“หึ นังหน้าด้านอยู่ไหน”
“จะอยู่ไหนหรือไม่อยู่ไหน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย” เขายียวนตอบ
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็ในเมื่อ...”
“เธอไม่ต้องมาอ้างคำว่าเมีย ฉันบอกเธอตามตรงนะ ถึงเธอจะมีทะเบียนสมรสแล้วไง?”
“…”
“ทะเบียนสมรสก็แค่กระดาษใบเดียวมันไม่มีค่าอะไรนักหรอก”
“อ้อ แค่เหรอคะ?”
“ใช่” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ไม่ได้สนใจสายตาเจ็บปวดของภรรยาแม้แต่นิด
“เหอะ แล้วทำไมเฮียไม่หย่าหลีล่ะ? ฮึก..เฮียจะทนอยู่แบบนี้ทำไม?”
“….”
“รักมันมากก็หย่ากับหลี ไปแต่งกับมันสิ” เธอชี้นิ้วเถียงคอเป็นเอ็น พาให้หัวคิ้วของสามีขมวดยุ่ง แทบลืมไปแล้วว่าเมื่อวานท้าเมียหย่า
มาไม้ไหนของยัยตัวร้ายกันแน่?
ทุกทีมีแต่เขาที่ท้าหย่า วันนี้ไปโดนตัวอะไรถึงได้ดิ้นเร่าขนาดนี้?
อาจเพราะไม่ได้ดังใจ ผสมกับอดนอนพาให้อารมณ์พยัคฆ์เมฆาขุ่นมัวน้ำคำที่ใช้จึงแย่กว่าปกติ
“เธอเป็นบ้าเหรอเยหลี”
“ถ้าหลีจะเป็นบ้าก็เพราะเฮียเสือนั่นแหละ นายไปเอานังนั่นมา” ประโยคแขวะผัว ประโยคหลังหันไปสั่งบอดี้การ์ด ชายหนุ่มชักเริ่มร้อนใจกลัวรักแรกจะโดนทำร้ายเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เข้าใกล้เขา ร่างสูงใหญ่ในชุดยับย่นรีบถลาตามไป โดยมีชายชุดดำหลายคนวิ่งตามไปห้าม
“เฮ้ย หยุดนะ พวกแกจะทำอะไร”
