บทที่ 10 ตอนที่ 10 ข้าวต้มปลา

มิน Part

"มินวันนี้ทำข้าวต้มปลากันอีกเนอะ วันนั้นปันยังกินไม่เต็มที่เลยยัยชมก็มาหิ้วกลับบ้านไปอีก" สองมือปันปันสอดมากอดแขนหัวก็ถูไถไหล่ผมไปด้วย วันก่อนผมไม่ค่อยสบายคงจะติดมาจากพี่ตุลย์แหละเลยทำข้าวต้มปลากินปันปันชมพู่มาพอดีเลยแย่งคนป่วยอย่างผมซะหมด

"ครับ ๆ งั้นเดี๋ยวไปซื้อของกันไปตลาดนัดใกล้ ๆ มหาลัยดีไหม" คำขอของปันปันถูกผมสนองตอบอย่างเต็มใจทันควัน

"อื้อไป ๆ ไปตอนนี้เลยเนอะ" ปันปันยิ้มหวานก่อนจะดึงมือผมให้เดินตามอย่างคนอารมณ์ดี

"น้องปันที่น่ารักกับน้องมินสุดที่รักของพี่โยนี่เองจะพากันไปไหนครับ" แต่พอเราเดินผ่านร้านอาหารร้านแห่งหนึ่งจู่ ๆ พี่โยก็เดินมาทักด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นทุกที

"พากันไปหาลูกเขยให้คุณพ่อค่ะ โอ๊ย! ไม่เอาพี่โยหัวปันยุ่งหมดจะเป็นยัยเพิ้งเเล้วเนี่ย" พอได้ยินคำตอบพี่โยก็ขยี้หัวปันปันแรง ๆ จนปันปันร้องเสียงดังเลยล่ะ

"สมน้ำหน้าเป็นผู้หญิงอะไรพูดจาจะไปหาผงหาผัว จะไปก็ไปคนเดียวเลยนะห้ามพาน้องมินที่รักของพี่ไปใจแตกด้วยเลย มินไปกินข้าวกับพวกพี่ดีกว่าปล่อยเด็กใจแตกแถวนี้ไปหาผู้ชายคนเดียวเถอะ" พี่โยพูดเหน็บปันปันปุ๊บก็หันมาชักชวนผมปั๊บ

"พี่โยมากินข้าวกับใครครับ มากับแฟนคนที่เท่าไหร่เนี่ย" พอเห็นสีหน้าเซ็งจัดของพี่โยตัวเองก็อดแซวไม่ได้เหมือนกัน

"บ้าพี่มีแฟนที่ไหนรอน้องมินอยู่คนเดียวเลย พี่มากับพวกไอ้ตุลย์นั่งกินข้าวกันในร้านน่ะ" พี่โยบอกพร้อมกับชี้ไปที่ร้านแต่ผมไม่ได้หันไปมองตามที่พี่โยบอกหรอกนะจะทำก็แค่ส่งยิ้มให้พี่เขาเท่านั้น

"เสียใจค่ะพี่โยคนหล่อพอดีปันกับมินมีธุระสำคัญมากต้องไปทำค่ะ ไว้โอกาสหน้าปันจะถลุงจนกระเป๋าตังค์พี่โยฉีกแน่ ๆ แต่วันนี้ขอตัวก่อนน้าแล้วพบกันเมื่อชาติต้องการค่ะพี่โยคนหล่อสวัสดีค่ะ" ปันปันรีบเอ่ยคำร่ำลาพี่โยโดยมีผมได้แต่ส่งยิ้มและไหว้พี่เขาก่อนจะเดินไปตลาดพร้อมกับปันปัน

ดีแล้วที่ผมไม่ได้เจอพี่ตุลย์เพราะตั้งแต่วันที่เขาป่วยผมก็ไม่เคยไลน์ไปหาหรือเจอกับพี่เขาอีกเลย ไม่ใช่ว่าผมโกรธพี่ตุลย์นะผมเคยบอกแล้วว่าเข้าใจที่เขาบอกผมไว้แต่แรก เพียงแต่ผมแค่ต้องการเวลาตั้งตัวในเรื่องของคนที่ชื่อไอซ์ซึ่งผมเพิ่งเคยรับรู้เท่านั้นเอง อาจจะมีบ้างที่รู้สึกน้อยใจพี่เขาแต่ก็ชินแล้วครับถ้าผมเอาแต่ใส่ใจกับปฏิกิริยาของพี่ตุลย์ป่านนี้ผมคงยกธงขาวยอมแพ้ไปแล้วล่ะ

"จะซื้ออะไรบ้างล่ะ" ปันปันหันมาถามด้วยสีหน้างง ๆ เพราะปันปันคือเจ้าแม่พังครัวเลยนะทำอะไรไม่เป็นสักอย่างมีผมเป็นคนทำให้กินตลอด

"เดี๋ยวมินเลือกเองปันปันอยากดูผลไม้หรือขนมอะไรไปกินด้วยไหมล่ะ แยกกันเดินซื้อของจะได้ไม่ค่ำไง" ปากบอกปันปันตาก็มองหาร้านที่ต้องซื้อของเป็นพัลวันไปด้วย

"อื้อ งั้นเดี๋ยวโทรหานะ" พอเปิดช่องให้ปันปันก็รีบเดินแยกไปซื้อของอีกทางเชียวนะ

ติ๊ง ดิว : เย็นนี้ไปกินข้าวกัน มีร้านสเต๊กเปิดใหม่อยากให้ลอง

แล้วไลน์ที่ดิวทักมาก็สร้างเสียงหัวเราะอีกครั้ง ดิวน่ะเห็นโหด ๆ ดิบ ๆ หน้าไม่ค่อยรับแขกตามสไตล์ผู้ชายวิศวะอย่างนั้นแต่เขาชอบเรื่องกินมากนะ มักจะขยันสรรหาร้านอาหารใหม่ ๆ มาชวนผมกับปันปันไปชิมเป็นประจำ บางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าคนรักของผมเป็นดิวตอนนี้ผมจะเป็นยังไง แต่เรื่องความรู้สึกมันห้ามหรือกะเกณฑ์กันไม่ได้เพราะถ้ามันสั่งกันได้ดั่งใจป่านนี้ผมคงสั่งให้พี่ตุลย์รักผมไปแล้วล่ะ

มิน : วันนี้เราคงไปกินสเต๊กด้วยไม่ได้ แต่ถ้าดิวจะมากินข้าวต้มปลากับเราก็ได้นะ                                                                                              

ดิวเป็นเพื่อนที่ดีมาก มากจนผมอยากคงสถานะเพื่อนกับดิวไปตลอดชีวิตจึงไม่คิดหลบหลีกเขาสักครั้ง

ติ๊ง ดิว : ปันปันอ้อนให้ทำอีกล่ะสิแต่ทำดีนะเนี่ยต้องมีรางวัล งั้นเดี๋ยวดิวโทรหานะ     

ดิวตอบกลับพร้อมส่งสติกเกอร์น้ำลายไหลมาให้ทำเอาผมนึกภาพออกเลย การซื้อของจึงเป็นสิ่งที่สนใจทำอีกครั้งพอซื้อของจนครบปันปันก็เดินมาหาพอดี ทั้งขนมหวานทั้งผลไม้เต็มสองไม้สองมือของปันปันเห็นแล้วอดอิ่มแทนไม่ได้จะซื้อไปกินหรือไปขายเนี่ย

จากนั้นเราสองคนก็เรียกแท็กซี่มาหอของผมเพราะอยู่หอนอกกฎระเบียบจึงไม่ค่อยเคร่งมากเท่าไหร่ห้องก็กว้างสะอาดเลยล่ะ แต่ครั้นจะชวนปันปันมาอยู่ด้วยก็น่าเกลียดถึงจะโตมาด้วยกันแต่ยังไงปันปันก็เป็นผู้หญิงอยู่ดี

สักพักดิวก็โทรมาถามว่าจะเอาอะไรไหมกำลังจะเข้ามาปันปันจึงไม่รอช้ารีบสั่งรายการทั้งเค้กทั้งน้ำหวานชุดใหญ่จะอ้วนก็วันนี้แหละครับ แต่ดิวก็มาพร้อมกับรายการตามสั่งของปันปันนะของเยอะมากน่ากลัวว่าต้องแช่ตู้เย็นไว้กินอีกสามสี่วันนู่นแหละ ส่วนชมพู่วันนี้มีธุระกับที่บ้านแต่ก็ยังไม่วายโทรมาสั่งให้ผมเอาไปให้ที่คณะพรุ่งนี้อยู่ดี ถ้าผมเปิดร้านขายข้าวต้มท่าจะรุ่งแฮะ

"โอ๊ยอิ่ม ตาย ๆ ปันจุกปันจะอ้วก" ว่าแล้วปันปันก็ล้มตัวนอนที่พื้นทันทีที่เค้กคำสุดท้ายหมดลง

"ถ้าไม่อิ่มคงต้องกินช้อนกับถ้วยแล้วเธอนี่กินไม่รักษาภาพพจน์ซะเลย ผู้ชายนั่งอยู่ตั้งสองคนกินจนผู้ชายต้องยอมแพ้นะปันปัน" ดิวหันไปแขวะปันปันอีกแล้ว คู่นี้ไม่ค่อยลงรอยกันครับถ้าดิวอยู่กับคนอื่นจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยคุยแต่ถ้าอยู่กับพวกผมเขาจะเป็นอีกคนทันที

"มินไอ้ดิวมันว่าปันอะ" ปันปันก็ไม่ยอมความนะยังคลานเข่าเข้ามาซบหลังผมที่นั่งเก็บถ้วยจานปากก็ฟ้องไม่หยุด

"ฮ่า ๆ ๆ ดิวพูดถูกแล้วนี่ปันปันอย่าไปกินเยอะแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายคนอื่นนะเดี๋ยวจะหาแฟนไม่ได้" ผมหัวเราะทันทีที่เห็นปันปันทำหน้าหงิกงอให้กับคำแซวของตัวเอง

เพื่อนทั้งสองช่วยผมเก็บกวาดห้องจนเสร็จเรียบร้อยถึงมานอนดูหนังกันสามคนทำให้นึกถึงสมัยอยู่ม.6ขึ้นมาทันที ตอนนั้นพอดิวบอกว่าจะจีบผมจากนั้นดิวก็ถวายตัวรับใช้ปันปันจนเราสามคนไปไหนมาไหนด้วยกันประจำ ถึงจะบอกว่าจีบผมแต่ดิวไม่เคยรุกจนทำให้ผมต้องอึดอัดหรือลำบากใจสักครั้ง เพียงแต่ผมไม่อยากให้ดิวต้องมาเสียเวลากับผมเพราะเขาสมควรเจอคนที่มองเห็นความรักของเขาและทำให้เขายิ้มหัวเราะได้อย่างเต็มปาก

"ดิวกลับนะปิดห้องดี ๆ ล่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไลน์หา" คำบอกลามาพร้อมการเอื้อมมือขยี้หัวผมเบา ๆ

"เดี๋ยวถึงห้องแล้วจะโทรหานะจ๊ะพ่อครัวหัวป่า" ปันปันทำหน้าตาทะเล้นก่อนจะเอ่ยลาผมและกลับไปพร้อมกับดิว พออยู่คนเดียวก็อดนึกถึงเรื่องคืนนั้นที่พี่ตุลย์เพ้อหาเขาไม่ได้ ผมต้องทำอีกเท่าไหร่มีอะไรบ้างนะที่ผมยังไม่ได้ทำให้พี่เขา แล้วตอนนี้เขาจะมีผมอยู่ในความคิดบ้างไหม?

รุ่งเช้าผมก็เอาข้าวต้มปลาใส่กล่องแยกน้ำกับข้าวมาให้ชมพู่ตามคำเรียกร้องจนได้เห็นรอยยิ้มกว้างของเธออีกแล้ว

"มินตราจ๋าทำไมแสนดีแบบนี้ขอบคุณมากนะจ๊ะเดี๋ยวมานะเอาไปให้พี่ชายชมแป๊บหนึ่ง วันก่อนที่ชมเอากลับบ้านเขาชิมแล้วติดใจอยากกินอีกน่ะ" ชมพู่รับกล่องข้าวแล้วเดินไปทางที่จอดรถของคณะ แต่ผมกับปันปันกลับหันมามองหน้ากันอย่างงวยงง อะไรของชมพู่นะแล้วชมพู่มีพี่ชายแถมเรียนที่นี่ด้วยเหรอผมเพิ่งรู้นะเนี่ย

โปรดปราณ Part

สวัสดีครับหลายคนคงรู้จักผมจากคำบอกเล่าของไอ้ตุลย์มาบ้างแล้วนะ วันนี้ยัยตัวดีโทรมาบอกว่าจะให้ผมเอาข้าวต้มไปให้ไอ้ตุลย์ ที่จริงผมไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นนะแต่เรื่องของไอ้ตุลย์มันก็น่าสนุกใช่ย่อยแล้วทำไมผมต้องเป็นแค่ผู้ชมเกาะขอบเวทีล่ะ ผมขอลงไปกระตุ้นอะไรมันนิดหน่อยเถอะหมั่นไส้ฉิบหาย ปากว่ารอว่ารักอีกคนแต่มันคงไม่รู้ตัวล่ะสิว่าเวลาที่เผลอมันจะมองน้องมินด้วยสายตาที่แทบจะกลืนน้องเขาลงท้องอยู่แล้ว อีกอย่างมันคงคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องมินล่ะสิ

หึหึ แค่ผมเห็นท่าทางมันเวลาที่เจอมินผมก็พอจะเดาได้แล้วล่ะ ที่พักนี้มันหงุดหงิดบ่อย ๆ และชมพู่มาเล่าว่ามินซึม ๆ ไปแสดงว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังมีปัญหากันอยู่สินะงั้นผมคงต้องเตรียมเหยื่อไว้รอตกปลาตัวใหญ่แล้วสิ ผมแค่อยากเห็นว่าไอ้ตุลย์มันจะเป็นยังไงเวลาที่ลูกแก้วกำลังจะกลิ้งตกจากอุ้งมือมันน่ะ

ฟึ่บ "อะ" กล่องข้าวถูกวางบนโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่งกันอยู่ ผู้หญิงที่นั่งข้างไอ้ตุลย์คงเป็นเด็กใหม่มันอีกสินะ สนุกล่ะครับงานนี้

"อะไรวะ" ไอ้โยจอมจุ้นเอื้อมมือทำท่าจะเปิดกล่องข้าวซะงั้น

เพียะ! "ไม่ใช่ของมึงนี่ของไอ้ตุลย์" ฝ่ามือผมก็ไวพอจะตีไปที่มือไอ้โยแรง ๆ เช่นกัน

"ห่าโปรดกูแค่อยากรู้ว่าอะไร สัสไอ้งก!" แล้วก็เช่นเคยที่ไอ้โยทำตัวสะบัดสะบิ้งหน้างอใส่ผมอีกแล้วดู ๆ ไปก็น่ารักนิดหน่อยแค่นิดเดียวนะ

"ข้าวต้มปลามึงเอามาให้กู?" พอเปิดกล่องข้าวไอ้ตุลย์ก็เลิกคิ้วถามผมด้วยสีหน้าระแวงกลัวอะไรของมันวะ

"เออ เห็นมึงบอกอร่อยวันนี้แม่บ้านกูเขาทำอีกกูเลยเอามาฝากไง" พอไขข้อข้องใจพร้อมกับยักคิ้วใส่มันที่นั่งข้างไอ้โยจึงเป็นเป้าหมายของผม

"น่าอร่อยจังค่ะนิชาขอชิมได้ไหมคะพี่โปรด" แต่คำถามของผู้หญิงคนนั้นทำให้อดเลิกคิ้วใส่ไม่ได้

"รู้จักผมด้วย?" พอผมถามกลับเธอก็ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มทั้งสองแก้มเลยว่ะ

"รู้จักสิคะพี่ ๆ ดังจะตาย พี่ตุลย์ชิมสินิชาจะได้ชิมด้วย" นิชาบอกผมแล้วหันไปหาไอ้ตุลย์ด้วยท่าทีออดอ้อนเบา ๆ อีกครั้ง

"นิชากินเลยอร่อยนะพี่เคยกินอยู่" ไอ้ตุลย์ก็ทำตัวเป็นพระเอกด้วยการเลื่อนกล่องข้าวต้มไปให้ผู้หญิงของมันนะ

"อร่อยเว่อร์ค่ะพี่โปรดนิชาขอสูตรได้ไหมคะ อะพี่ตุลย์ชิมหน่อย" ขณะที่นิชาใช้ช้อนตักข้าวต้มจ่อไปที่ปากของไอ้ตุลย์ เสียงแชะจากโทรศัพท์ของไอ้โยก็ดังขึ้นพร้อมกับทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ฉิบหาย

"กูจะอัปโซเชียลกูอิจฉากูอยากมีงี้มั่ง" ไอ้โยพูดปุ๊บมันก็อัปรูปนั้นลงทั้งเฟซทั้งไอจีปั๊บ

"เฮ้อ เอาที่มึงสบายใจเลยโย นิชากินเถอะพี่ไม่ค่อยหิว" ไอ้ตุลย์ถอนหายใจใส่ไอ้โยเฮือกใหญ่แล้วหันไปบอกนิชาอีกที นั่นสร้างเสียงหัวเราะเบา ๆ จากผมแล้วหันไปมองตากับไอ้นัทแบบรู้กัน

ไอ้นัทมันเคยเห็นมินที่คอนโดไอ้ตุลย์ครับแต่ตอนนั้นมันยังไม่เอะใจจะมาสะกิดใจแล้วถามเอาความกับผมก็วันฝนตกที่ผมให้ไอ้ตุลย์ไปส่งน้องนั่นแหละ วันนั้นผมกับไอ้นัทไปจอดรถรอมันที่ใต้คอนโดเหมือนกันเลยเห็นเต็มตาว่ามันพามินขึ้นคอนโดอย่างที่คิดไว้เลย ประเด็นอยู่ที่ว่าไอ้ตุลย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครขึ้นไปโดยเฉพาะคู่นอน ขนาดพวกผมนาน ๆ ทีถึงจะได้ไปกินเหล้าที่ห้องมันเรื่องค้างคืนนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยแต่มันกลับพามินไปค้างเฉยเลย

ทำไมถึงรู้ว่าค้างเหรอก็วันที่ไปเยี่ยมมันไอ้นัทตาดีสะกิดให้ผมดูโพสต์อิทที่สอดอยู่ใต้หนังสือแต่งรถ แถมตะกร้าผ้าปูที่นอนที่ยังไม่ได้ซักไอ้นัทก็ตาดีถึงกับศอกใส่ผมแล้วพยักหน้าให้ดูคราบน้ำลูก ๆ ของมันหรือของมินที่ยังเหลือเป็นหลักฐานติดอยู่เลย เอาสิผมจะดูว่ามันจะแถยังไงต่อ

"กูไปเรียนก่อนไว้โทรคุยกัน" เพราะยังไม่อยากให้ไก่ตื่นเลยต้องออกปากขอตัวออกมาไอ้นัทเองก็หันมาสบตาพร้อมกับอมยิ้มนิด ๆ ถ้าไอ้ตุลย์บอกว่าผมเป็นคนดูยากงั้นผมก็อยากจะบอกว่าไอ้นัทสิตัวจริงเรื่องความดูยากเจ้าเล่ห์และรู้มากน่ะเพราะมันรู้ไปทุกเรื่อง แต่ที่มันไม่รู้คือเรื่องของคนที่มันเฝ้าตามหาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เรื่องนั้นแหละที่มันอยากรู้มากที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป