บทที่ 11 ตอนที่ 11 เสียของ

มิน Part

ผมเดินย่องมาข้างหลังชมพู่กะจะหยอกให้ชมพู่ตกใจสักหน่อยแต่กลับเห็นชมพู่นั่งอ่านอะไรสักอย่างในโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก เป็นอะไรนะ

"ฮึ่ม พี่ตุลย์นะพี่ตุลย์!" แล้วชมพู่พึมพำถึงพี่ตุลย์ทำไมล่ะ?

"ชมพู่" พอสะกิดไหล่เรียกชมพู่ก็สะดุ้งนิด ๆ แล้วหันมามองผมก่อนคว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเฉยเลย

"มินนี่เองตกใจหมดเลย" ชมพู่หยิกเข้าที่ท้องผมแรงใช้ได้เลยแฮะ คงจะตกใจจริง ๆ แหละ

"บ่นอะไรอยู่คนเดียวคนสวย" ผมเลยต้องทำเป็นไม่ได้ยินเรื่องที่ชมพู่บ่นเรื่องพี่ตุลย์เมื่อกี้เพราะถ้าอยากเล่าเธอคงพูดออกมาเอง

"เปล่าชมแค่หมั่นไส้พี่ตุลย์เฉย ๆ ชิ!" พูดแล้วเธอก็จิ้มโทรศัพท์ส่งให้ผมดูยกใหญ่พอดูเพจ คนรักตุลย์ ที่หน้าฟีดข่าวก็มีรูปผู้หญิงคนหนึ่งกำลังป้อนข้าวให้พี่เขาพร้อมกับมีแคปชันว่า

#อยากเป็นช้อนให้หมอตุลย์คาบ มีความอิจฉาในตัวนาง#

แล้วก็ต้องชะงักตัวชาไปนิดเมื่อสังเกตเห็นว่ากล่องข้าวนั้นมันเป็นกล่องเดียวกับที่ผมใส่ข้าวต้มไปให้ชมพู่นี่นา

"ก็เนี่ยมันข้าวต้มที่มินทำมาให้ชมวันก่อนไง ชมเอาไปแบ่งให้ไอ้พี่โปรดใครจะรู้ว่ามันจะเอาไปให้ชะนีป้อนพี่ตุลย์ล่ะเสียของหมด" ชมพู่ร่ายยาวออกมาเป็นเหตุให้ลมหายใจของผมสะดุดลงเมื่อได้ยินชื่อพี่ตุลย์ ตั้งแต่พี่เขาป่วยผมกับพี่ตุลย์ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยครับ ผมเองก็ไม่ได้ไลน์ไปหาเขาเหมือนที่เคยทำ

ยิ่งช่วงนี้สอบด้วยผมไม่อยากคิดเรื่องอะไรก็ตามที่จะบั่นทอนจิตใจตัวเองเลยพุ่งเป้าไปที่เรื่องสอบดีกว่า ที่ผมเรียนหมออาจเป็นเพราะอยากอยู่ใกล้พี่เขาก็จริงแต่เหตุผลสำคัญมากที่สุดคือผมอยากเป็นหมอเพื่อรักษาแม่ดาของผมต่างหาก

"อืม เอ๊ะพี่โปรดเป็นพี่ชายชมพู่เหรอมินนึกว่าแค่รู้จักกันเฉย ๆ" อีกเรื่องที่สร้างความแตกตื่นเบา ๆ ก็คือความสัมพันธ์ของชมพู่กับพี่โปรดนี่แหละ

"อ๋อจ้า อิพี่โปรดเป็นลูกของลุงชมเองก็เลยเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ชมขอโทษนะที่พี่ชายของชมมันเอาข้าวต้มไปให้พี่ตุลย์อะ" แล้วเธอก็ขอโทษออกมาเสียงอ่อยเชียว ผมไม่ได้โกรธชมพู่กับเรื่องแค่นี้หรอกอีกอย่างชมพู่ก็ไม่รู้เรื่องผมกับพี่ตุลย์ด้วย

"มินไม่โกรธหรอกแค่รู้ว่ามีคนกินของที่เราทำก็ดีใจแล้ว" รอยยิ้มของตัวเองมีให้ชมพู่ได้เห็นเพราะไม่อยากให้เพื่อนคิดมากไปกว่านี้

"ยัยชม มิน พรุ่งนี้สอบเสร็จไปชิลล์กันสักร้านไหมฉลองก่อนปิดเทอมไง" คำชักชวนของปันปันมาพร้อมกับการทรุดนั่งข้างผมแต่คนยิ้มหน้าบานก็คือชมพู่นู่น

"ดี ๆ ความคิดเลิศฉลองปีใหม่ล่วงหน้าด้วยดีกว่าเพราะเราคงไม่ได้เคานต์ดาวน์ด้วยกันแน่ ๆ" ชมพู่รีบพยักหน้าเอออออย่างตื่นเต้น ใช่ครับพรุ่งนี้พวกผมสอบวันสุดท้ายก่อนจะปิดเทอมแต่ปิดไม่กี่วันหรอกแค่สองอาทิตย์กว่า ๆ แต่มันตรงกับวันสิ้นปีพอดีจะเปิดเทอมอีกทีก็วันที่ 9 มกราคมนู่นแน่ะ

"งั้นมินขอโทรบอกแม่ก่อนจะได้ไม่เป็นห่วง" คำบอกกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับควักโทรศัพท์โทรบอกแม่ แม่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับแค่บอกให้ดูแลตัวเองดี ๆ เท่านั้น

"เฮ้อ! สุดท้ายก็เป็นอิสระจากการสอบสักทีที่เหลือก็สุดแท้แต่เวรกรรมเถอะสาธุ" เสียงถอนหายใจกับประโยคของชมพู่ที่ยกมือไหว้พึมพำขอให้สอบผ่านไม่หยุดปากนั่นเรียกความร้อนใจจากปันปันได้ดีทีเดียว

"โอ๊ย ปันแทบทรุดไม่มั่นใจเลยสักข้อ" ปันปันเป็นอีกคนที่โอดครวญเรื่องสอบยกใหญ่เลย

"พอ ๆ ไม่คิดให้เครียดดีกว่า ตกลงคืนนี้ชมจะไปรับที่หอทั้งคู่เลยนะ" เรื่องสอบคงทำให้ชมพู่คิดหนักเธอจึงปัดทิ้งไปแล้วหันมาบอกแกมสั่งผมกับปันปันด้วยท่าทีกระตือรือร้นอีกครั้ง

"ชมไปรับที่หอปันปันเลยก็ได้จะได้ไม่เสียเวลา" ความเกรงใจทำให้อดออกปากแย้งไม่ได้แต่ชมพู่ก็ไม่ยอมอยู่ดี พูดคุยกันสักพักเราก็แยกย้ายกันกลับเพราะผมกับปันปันต้องกลับไปเก็บเสื้อผ้าเพื่อกลับบ้านพรุ่งนี้แต่เช้า

ติ๊ง ดิว : มินกลับบ้านวันไหนเดี๋ยวดิวไปส่ง

มิน : เรากลับพรุ่งนี้แต่ไม่ต้องส่งหรอกเรากลับกับปันปันได้ ดิวต้องอ่านหนังสือนี่เหลือสอบอีกวันไม่ใช่เหรอ

ข้อความไลน์จากดิวทำให้ต้องละมือจากกระเป๋าเสื้อผ้ามาตอบกลับเขา ดิวสอบเสร็จช้ากว่าผมวันหนึ่งแต่ก็ไลน์มาบ่นทุกวันว่าอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องอยากจะกลับไปเรียนม.ปลายใหม่ซะงั้น

ติ๊ง ดิว : งั้นสอบเสร็จดิวไปหาที่บ้านนะจะไปอ้อนแม่ดาด้วย ไม่ได้ไปนานเดี๋ยวจะลืมลูกเขย ฮ่า ๆ ๆ 

เฮ้อ ดิวก็ยังหยอดผมทุกครั้งที่มีโอกาสสินะ

มิน : โอเค ๆ เดี๋ยวเราบอกแม่ให้ว่าแฟนปันปันจะมาเยี่ยม

ผมก็แถกลับไปทันทีเช่นกัน เล่นด้วยไม่ได้หรอกครับไม่อยากให้ความหวังดิวน่ะ สิ่งที่เขาส่งกลับมาก็คือสติกเกอร์หมีงอนมาให้แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีกนะ

แล้วนิ้วที่กำลังจะกดออกจากแอปไลน์กลับไม่รักดีมันดันกดไปดูห้องแชทที่เคยส่งข้อความถึงพี่ตุลย์ทุกวัน ข้อความสุดท้ายที่ผมส่งไปคืออาทิตย์กว่าที่ผ่านมาพี่เขาคงสบายดีและคงสบายใจที่ไม่มีผมไปรบกวน พอคิดได้แบบนั้นเลยละความสนใจจากโทรศัพท์แล้วลุกไปเก็บเสื้อผ้าต่อดีกว่า

"ไปร้านไหนอะชมอย่าให้ไกลมากนะดึก ๆ จะกลับลำบาก" ตอนนี้ผมกับปันปันอยู่บนรถที่มีสารถีคนสวยเป็นคนขับ ก่อนมาไม่ได้คุยกันครับว่าไปร้านไหนแต่เห็นชมพู่ว่าจะพาไปเองนะ

"โอ๊ยไม่ไกลหรอกย่ะร้าน Zeed ไงที่อยู่เลยมหาลัยไปสามสี่ป้ายรถเมล์น่ะ" ชมพู่พูดไปด้วยฮัมเพลงไปด้วย อารมณ์ดีเรื่องไหนมาอีกล่ะ

"เธอเคยไปไหม" ปันปันยังซักถามไม่หยุดเพราะผมกับปันปันไม่ค่อยเที่ยวร้านผับคลับแบบนี้สักเท่าไหร่ ครั้งสุดท้ายที่เที่ยวกลางคืนก็คือวันที่ฉลองเรียนจบม.6กับเพื่อน ๆ แต่ก็เป็นร้านเหล้าปั่นธรรมดานะครับ

เมื่อถึงจุดหมายชมพู่ก็จอดรถข้าง ๆ รถหรูคันหนึ่งสวยมากครับแต่ถ้าผมมีเงินพันล้านก็ไม่ซื้อนะ รถอะไรนั่งไม่คุ้มเลยคันละตั้งหลายบาทแต่นั่งได้แค่สองคนเอง

"ปะมินตราที่น่ารักวันนี้น่ารักนะเราน่ะ" ชมพู่เดินมาหยิกแก้มผมเบา ๆ จนอดเลิกคิ้วไม่ได้ น่ารักตรงไหนผมก็แต่งตัวตามปกติด้วยเสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีขาวกางเกงยีนขาเดฟนิด ๆ กับรองเท้าผ้าใบธรรมดาก็เหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ แหละครับ

"ทำหน้างงอะไรจ๊ะ ไปกันเถอะเดี๋ยวไม่มีโต๊ะชมไม่ได้จองไว้ด้วย" ชมพู่จับมือผมและปันปันเดินไปทางประตูแล้วยื่นบัตรอะไรสักอย่างให้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตู พอเข้าไปข้างใน อื้อฮือ ที่นี่ต้องแพงมากแน่ ๆ แต่ก็เห็นนักศึกษาคุ้นหน้าหลายคนอยู่นะครับ ผมกับปันปันได้แต่เดินตามการจูงของชมพู่ที่พาเราไปโซนคล้ายจะเป็นวีไอพีมั้ง

"อ้าวน้องปันปันลูกสาวกับน้องมินที่รักแม่ของลูก ทำไมพากันมาที่นี่ได้ล่ะนี่มันที่อโคจรไม่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ อย่างแรงนะ" อาการสะดุ้งเกิดขึ้นเพราะเสียงทักและมือของใครสักคนที่ดึงมือผมอยู่ พอหันไปก็เจอพี่โยกับเดอะแก๊งเต็ม ๆ เลยครับ

ที่สำคัญพี่ตุลย์ที่มีผู้หญิงนั่งคลอเคลียอยู่ก็หันมามองตามเสียงของพี่โยเช่นกัน ผมแค่รู้สึกจี๊ด ๆ เองนะไม่ถึงกับเจ็บปวดมากมายเพราะผมรู้ดีว่าถ้าคนที่นั่งกับพี่ตุลย์ไม่ใช่คนชื่อไอซ์งั้นใครก็เหมือนกันหมดเป็นคนที่ไม่มีความหมายอะไรกับพี่เขารวมถึงตัวผมด้วย และผมก็พอจะจำผู้หญิงคนนี้ได้จากรูปป้อนข้าวที่ชมพู่เอามาให้ดูนั่นแหละ

"สวัสดีครับพี่ ๆ ให้ผมออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะครับพี่โยเดี๋ยวจะโง่คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ฮ่า ๆ ๆ" เราสามคนยกมือไหว้พวกพี่ ๆ โดยมีผมหันไปตอบพี่โยด้วยสีหน้าขำ ๆ สาบานเลยครับว่าผมไม่ได้พูดประชดใครเลยนี่ความจริงจากใจล้วน ๆ

"ช่าย โตแล้วจะไปที่ไหนก็ได้ค่ะพี่โยเปิดโลกกว้าง ๆ บ้างเผื่อจะฉลาดรู้นั่นเห็นนี่ขึ้นเนอะมิน" ปันปันหัวเราะไปพูดกับพี่โยไปแต่ประโยคเผื่อจะเห็นนั่นเห็นนี่คงจะหมายถึงพี่ตุลย์กับผู้หญิงที่นั่งข้างกันมั้ง

"มานั่งด้วยกันสิชมพู่ไหนบอกจะแนะนำเพื่อนให้พี่รู้จักไง หึหึ" พี่โปรดพูดกับชมพู่ท้ายประโยคมีหัวเราะเบา ๆ ด้วยแฮะ ถึงจะเบาแค่ไหนก็ตามแต่ผมซึ่งตอนนี้เหมือนยืนค้ำหัวพี่เขาก็ได้ยินอยู่ดี เพราะพี่โยลุกไปหาปันปันทำให้พี่โปรดขยับมานั่งข้างนอกสุดแทนพี่โยทันที

"ขอบคุณค่ะพี่โปรด แหมโชคดีจริง ๆ กำลังหาเจ้ามือเลี้ยงเหล้าพอดี" ขณะที่ผมคิดหาทางขอตัวออกจากกลุ่มพวกพี่เขา ชมพู่กลับดันตัวผมให้นั่งลงข้างพี่โปรดโดยมีชมพู่นั่งประกบอีกข้างของผม กำลังจะอ้าปากท้วงแล้วเชียวพี่โยก็ดึงปันปันให้นั่งลงตามชมพู่ทำให้พี่โปรดต้องเขยิบเข้าไปด้านในแถมดึงมือผมให้เขยิบตามไปด้วย ตอนนี้ตำแหน่งที่โซฟาจึงเป็นพี่ตุลย์นั่งคนแรกของฝั่งนู้นผู้หญิงที่มากับพี่ตุลย์ พี่ยิ้ม พี่นัท พี่เดียร์ พี่โปรด ผม ชมพู่ ปันปัน และพี่โยที่นั่งปิดท้าย ค่อยยังชั่วครับอย่างน้อยผมก็ไม่ได้นั่งตรงข้ามกับพี่ตุลย์เสียทีเดียว

"ดื่มอะไรเหล้าไหม" การที่ผมสามคนมานั่งด้วยทำให้พื้นที่ของโซฟาคับแคบลงไปทันทีจนต้องนั่งเบียดขาจะเกยกันอยู่แล้ว เสียงกระซิบของพี่โปรดถึงได้ดังชิดหูนัก

"มินปันปันนี่พี่โปรดลูกพี่ลูกน้องชมเอง พี่โปรดนี่ปันปันกับมินเพื่อนเลิฟที่น้องเคยเล่าให้ฟังอะอย่ามอมมินตราของน้องนะคะคนนี้น้องหวง ฮ่า ๆ ๆ" ก่อนที่ผมจะอ้าปากตอบชมพู่ก็แนะนำผมกับปันปันขึ้นมา ส่วนพี่โยผู้ที่มีไมตรีจิตกับสาว ๆ ทุกคนบนโลกก็ทำหน้าที่แนะนำเพื่อน ๆ รวมถึงนิชาผู้หญิงที่นั่งกับพี่ตุลย์ให้พวกผมอย่างเป็นทางการ

"หึหึ เอาน่าถ้าเมาเดี๋ยวพี่ไปส่งถึงห้องเอง ว่าไงเราน่ะจะดื่มอะไร" พี่โปรดพูดกับชมพู่แต่ตาก็ยังจ้องผมไม่หยุด พี่โปรดที่ผมเจอวันฝนตกกับวันนี้ดูแตกต่างกันมากเลยวันนี้พี่เขาดูเจ้าชู้เพลย์บอยแบดบอยนิด ๆ อืม เสน่ห์จะเหลือล้นไปไหนครับพี่ ดีนะผมชินกับคนที่ดึงดูดคนอื่นมาก ๆ อย่างพี่ตุลย์เลยไม่ค่อยตื่นเต้นไปกับเสน่ห์พี่โปรดเท่าไหร่

"เหล้าก็ได้ครับพี่ผมพอดื่มได้อยู่" พี่โปรดหันไปบอกเด็กเสิร์ฟตามคำของผม ระหว่างนั้นผมรู้สึกถึงสายตาบางคู่ที่จ้องมาแต่ก็ไม่ได้หันไปมองตอบหรอกเพราะผมพอจะเดาได้ว่าสายตาคู่นั้นเป็นของใคร อีกอย่างผมก็ไม่อยากเห็นภาพพี่ตุลย์นัวเนียคนอื่นเหมือนกันสู้ไม่หันไปมองเลยดีกว่าไม่อยากให้หัวใจตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้

ปึก! แต่แล้วก็มีเสียงวางแก้วดังขึ้นมันดังจนผมกลัวว่าแก้วจะแตกเอา แถมตอนนี้ดีเจยังเปิดเพลงช้า ๆ เบา ๆ จึง ทำให้ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน

"ห่าตุลย์ไอ้เหี้ยวางเบา ๆ ก็ได้ไม่ต้องกลัวแก้วมันจะไม่แตกหรอก" คนที่ร้องท้วงเสียงดังขึ้นมาก็คือพี่โยอีกตามเคย

"หึหึ" แล้วเสียงหัวเราะในลำคอของพี่โปรดก็ทำให้ผมอดหันไปมองไม่ได้ จังหวะนั้นพี่เขาก้มหน้าลงมาพอดีทำให้ปากผมเฉียดไปที่แก้มพี่เขาเบา ๆ แต่ถ้ามองผิวเผินคงเหมือนผมหอมแก้มพี่เขาอยู่

"โทษทีพอดีมือกูลื่น" แต่เจ้าของแก้วก็เอ่ยตอบเพื่อนเขานะ

"แหม ๆ ไอ้สัสมีน้องนิชานั่งอยู่ด้วยรึไงถึงกับมือไม้อ่อนน่ะ" พี่โยก็ยังคงออกปากแซวเพื่อนตัวเองไม่หยุดสักที

"ฮ่า ๆ ๆ โทษ ๆ กูนึกเรื่องตลกขึ้นมาพอดีว่ะ" แล้วจู่ ๆ พี่นัทก็หัวเราะขึ้นมากลางปล้องพร้อมกับยกไม้ยกมือขึ้นมาขอโทษรอบวง

"หมั่นไส้อะ" ตอนนั้นเองที่ปันปันเอี้ยวตัวมาสะกิดกระซิบผมที่ด้านหลังของชมพู่เธอพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายจะเป็นอย่างที่พูดจริง ๆ

"ช่างเถอะเราไม่ต้องไปสนใจเดี๋ยวสักพักก็กลับแล้ว" ลมหายใจฟืดฟาดของปันปันทำให้ผมต้องรีบกระซิบตอบเพื่อปลอบให้เธอเย็นลงสักนิด

"เออพี่โปรดน้องว่าจะถามสักหน่อยข้าวต้มปลาวันก่อนที่มินอุตส่าห์ทำมาให้น้องแล้วพี่โปรดแย่งไปกินอร่อยถูกปากไหมคะ" ไม่กี่อึดใจชมพู่ก็ถามพี่โปรดด้วยเสียงค่อนข้างดังกว่าปกติ ไอ้ผมก็งงสิครับทั้งที่ชมพู่ก็รู้ว่าพี่โปรดไม่ได้กินแล้วจะถามพี่เขาทำไมล่ะ

"อ๋อพี่เห็นว่าเพื่อนชอบเลยให้มันไปแล้วน่ะ ขอโทษนะมินยังไงวันหลังพี่รบกวนมินทำให้พี่กินหน่อยสิพี่เคยชิมที่ยัยชมพู่เอามาอร่อยดีพี่ชอบ" พี่โปรดตอบชมพู่นิ่ง ๆ พร้อมกับยกมือมาลูบหัวผมปากก็เอ่ยขอไปด้วย

"ได้ครับอยากกินวันไหนก็ฝากชมพู่มาบอกนะครับ" เป็นคำขอที่ผมยิ้มรับอย่างเต็มใจเลยล่ะ ฝ่ามือเขาผมก็ชอบมันอบอุ่นดี

"เหอะ เสียของจริง ๆ ถ้ารู้ว่าเอาไปให้เพื่อนพี่น้องไม่ให้พี่โปรดหรอก" ชมพู่หน้าบึ้งตึงต่อว่าพี่โปรดไม่หยุด ถ้าไม่รู้เรื่องมาก่อนผมเชื่อเต็มอกเลยนะครับว่าชมพู่ไม่รู้ว่าพี่โปรดเอาไปให้พี่ตุลย์ สงสัยปันปันจะมีคู่แข่งเรื่องการแสดงแล้วล่ะสาว ๆ ทั้งสองน่าจะไปเรียนนิเทศมากกว่ารับรองว่ารุ่งแน่นอนครับฟันธง

ส่วนพี่ตุลย์ผมว่าผมจะพยายามอยู่ในที่ของผมจะไม่ขยับเข้าหาเขา แต่ก็จะไม่หันหลังเดินหนีเขาเหมือนกัน เพราะถ้ามันใช่ก็คงจะใช่แหละเนอะ..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป