บทที่ 5 ตอนที่ 5 อมยิ้มพี่ตุลย์

มิน Part

"ลาบหมู ตำถั่ว ต้มแซ่บหมู ซุบหน่อไม้ ไก่ย่างตัวหนึ่ง ข้าวเหนียวสาม โค้กขวดใหญ่" ผมได้แต่นั่งมองปันปันกับชมพู่ที่แข่งกันสั่งอาหารยกใหญ่สงสัยจะหิวกันจริง ๆ มั้ง

"นี่ ๆ มีเรื่องจะอัปเดตย่ะล่าสุดนะยัยชะนีแยมดาวนิเทศเก็บเศษหน้าแทบไม่ทันเหมือนที่ฉันเคยบอกไว้เลยจ้า" แล้วชมพู่ก็เล่าเรื่องที่ทำให้ตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตอนนี้จนได้

"หือ อะไรอีกล่ะเกี่ยวกับพี่ตุลย์ขวัญใจเธออีกล่ะสิ" ปันปันเป็นคนออกปากถามชมพู่แต่ตากลับเหลือบมองมาที่ผมอย่างมีเลสนัย นั่นสิผมก็อยากรู้เหมือนกันเพราะตั้งแต่วันที่ไปหาพี่ตุลย์ที่คอนโดวันนั้นนี่ก็เข้าวันที่แปดแล้วที่ผมไม่ได้เจอหรือได้คุยกับพี่ตุลย์

ไม่ใช่ว่าผมจะงอนพี่ตุลย์เรื่องวันนั้นเลยไม่ติดต่อไปหาพี่เขานะ ผมน่ะส่งไลน์ไปอรุณสวัสดิ์กับบอกฝันดีพี่ตุลย์ทุกวันแต่พี่ตุลย์ไม่เคยอ่านเลยเหอะ เข้าไปส่องดูเฟซพี่เขาก็ไม่เคยอัปเดตอะไรกับชาวบ้านเขาหรอกสงสัยจะมีเฟซไว้ประดับบารมีอย่างนั้นเอง เฮ้อ คิดถึงอยากเจออยากกอดจัง

"ก็พี่ตุลย์เมินนางน่ะสิคะได้ข่าวว่านางไปวีนใส่พี่ยิ้มเพื่อนพี่ตุลย์เข้าเลยโดนพี่ยิ้มเหวี่ยงกลับพี่ตุลย์มาจ๊ะเอ๋พอดีทีนี้งานเข้านางสิคะ พี่ตุลย์น่ะรักเพื่อนจะตายเห็นว่าไล่ตะเพิดนางเลยจ้าแถมวงในเล่ามาว่าวันนั้นพี่ตุลย์ถึงกับชี้หน้าสั่งไม่ให้นางมาวุ่นวายกับพี่เเกอีก แต่นางก็ไม่ยอมนะคะนู่นดรามาลงเฟซขอโทษขอโพยพี่ตุลย์ยกใหญ่ อะ ดู ๆ" ชมพู่ยื่นโทรศัพท์ที่หน้าจอมีเพจ "คนรักตุลย์" ค้างอยู่มาให้เราสองคนอ่าน

ผมก็พอจะรู้ถึงความดังของพี่ตุลย์อยู่หรอกแต่ไม่คิดว่าจะดังขนาด แค่เพจที่แฟนคลับพี่ตุลย์สร้างขึ้นมาก็มีคนติดตามเป็นล้านคนเลยนะ ยิ่งไอจีกับเฟซบุ๊กของพี่ตุลย์ยิ่งมีคนกดติดตามพี่เขาเยอะมาก เยอะกว่าดาราหรือนักร้องบางคนเสียอีกผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

"ฉันบอกแล้วว่าไม่เกินสองอาทิตย์เป็นไงล่ะแม่นไหมสมน้ำหน้านางออกตัวซะแรงขนาดนั้น" เป็นชมพู่ที่พูดมาอย่างสะใจเช่นเคย

"กินเหอะปันหิวจนจะกินโต๊ะกินเก้าอี้ได้แล้ว" ปันปันพูดตัดบทออกมาเมื่ออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ คงไม่อยากให้ผมคิดมากด้วยมั้งผมรู้ว่าปันปันน่ะเป็นห่วงผมเรื่องพี่ตุลย์ขนาดไหน

"แก ๆ โอ๊ย จะกรี๊ด" ขณะที่ผมกำลังยื้อแย่งน่องไก่ย่างกับปันปันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ชมพู่ก็โน้มหน้ามาใกล้ ๆ กระซิบเสียงตื่นเต้นดีอกดีใจ แล้วทำตาล่อกแล่กมองไปที่ด้านหลังพอหันไปตามสายตาของชมพู่ก็เห็นนักศึกษารุ่นพี่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามานั่งถัดจากโต๊ะผมไปสองโต๊ะ แล้วสายตาของผมสบเข้ากับสายตาของความรักผมอย่างจัง

อ่า คิดถึงสายตาคู่นี้จัง เพราะคิดถึงเลยเผลอจ้องตากับพี่ตุลย์ที่มองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนที่ผมจะเลื่อนสายตามองไปที่ปากของพี่ตุลย์ อืม..พี่ตุลย์อมอมยิ้มด้วยเห็นแล้วอยากเป็นอมยิ้มขึ้นมาทันทีเลย เอ๊ะ ๆ อย่าหาว่าผมคิดทะลึ่งนะครับผมแค่อยากสัมผัสริมฝีปากนั้นบ้างก็ผมไม่เคยจูบกับพี่ตุลย์เลยนี่นา ไม่ใช่แค่ผมนะที่ไม่ได้จูบกับพี่ตุลย์แต่พี่เขาไม่จูบกับใครเลยต่างหากล่ะ

"มินอิ่มรึยังปันจะเช็กบิลแล้วนะ" แต่แล้วก็ต้องจำใจละสายตาจากพี่ตุลย์หันมาหาปันปันที่เขย่าแขนเรียกผมอยู่อีกครั้ง

"ฉันอยากเป็นอมยิ้มอะแก โอ๊ย มุ้งมิ้งจริง ๆ พี่ตุลย์จ๋า" ชมพู่พูดอย่างเพ้อ ๆ เป็นเหตุให้ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ นั่นสินะใคร ๆ ก็อยากเป็นอมยิ้มของพี่ตุลย์ทั้งนั้น

"ปันปันชมพู่มินเข้าห้องน้ำก่อนรอแป๊บนะ" ผมลุกขึ้นพร้อมกับบอกสองสาวที่นั่งอยู่ก่อนจะเดินผ่านโต๊ะรุ่นพี่กลุ่มนั้นตามลำพัง

กริ๊ก แต่เสียงนั้นก็ทำให้ต้องหันไปตามเสียงกดล็อกประตูห้องน้ำที่ปิดลงเลยได้เห็นพี่ตุลย์ยืนพิงประตูห้องน้ำจ้องมองพร้อมกับเดินเข้ามาหา

"ไงอยากกินอมยิ้มเหรอเห็นจ้องไม่วางตา" พี่ตุลย์ดึงอมยิ้มออกจากปากแล้วถามผมด้วยเสียงเรียบ ๆ แต่สายตานี่โคตรเจ้าเล่ห์อะ

"เปล่าสักหน่อยมินโตแล้วเหอะไม่ใช่เด็กจะได้ชอบกินอมยิ้ม" ผมก้มหน้าพึมพาตอบออกไป ไม่กล้าเงยหน้ามองพี่เขาหรอกก็ผมเห็นแวบ ๆ ว่าพี่เขายังจ้องมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ขนาดไหนสงสัยกำลังจะแกล้งอะไรผมแน่

"หึ อมยิ้มมันของเด็กน้อยคนเดียวซะที่ไหนล่ะขนาดพี่โตแล้วยังชอบอมอยู่เลยหรือมินไม่ชอบอม...ยิ้มของพี่" พี่ตุลย์บ้ากระซิบมาได้แล้วจะเว้นวรรคทำไมให้คิดไปโน่น

"อื้ออ พี่ตุลย์ไม่เอานี่ร้านอาหารนะครับเดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น" ผมต้องรีบจับมือพี่ตุลย์ที่กำลังดึงชายเสื้อนักศึกษาของผมออกจากกางเกง แล้วล้วงเข้าไปลูบสะดือผมเบา ๆ พี่ตุลย์น่ะเรื่องมือพี่เขาไวมากผมรับรองได้ว่าไม่เป็นรองใครแน่คนอะไรปากว่ามือถึงชะมัด

"หึหึ พี่ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อยทะลึ่งนะเรา อยากรึไงถ้าอยากคืนนี้สี่ทุ่มมาหาที่คอนโดแล้วกัน" พี่ตุลย์หัวเราะเบา ๆ แต่ปากก็ยังคลอเคลียอยู่แถวใบหูผมไม่ห่างมือใหญ่นี่อีกจะซนไปไหนลูบได้ลูบดีซะจริงเชียว

"คืนนี้มินไปไม่ได้ครับ" ผมบอกพี่ตุลย์เสียงแผ่วกลัวว่าพี่เขาจะโกรธเอา เพราะตั้งแต่มีอะไรกันมาผมไม่เคยปฏิเสธพี่เขาเลยสักครั้งนี่นา

"ทำไม" พี่ตุลย์ชะงักมือที่กำลังลูบหน้าท้องผมพร้อมกับถามออกมาเสียงเเข็งท่าทางไม่พอใจทันที

"คืนนี้มินกลับบ้านครับมินบอกแม่ไว้แล้ว" ผมไม่ได้บอกพี่ตุลย์ว่าแม่ไม่สบายเพราะบอกไปก็แค่นั้นพี่เขาไม่สนใจหรอก สายตาก็อดเหลือบมองพี่ตุลย์ที่ผละมือพร้อมกับขยับตัวออกไปยืนพิงอ่างล้างมือไม่ได้

"บ่ายนี้มีเรียนไหม" แล้วเขาก็เอ่ยถามออกมาหนำซ้ำสายตายังเซ็ง ๆ ติดรำคาญอีกด้วย

"ไม่มีแล้วครับอาจารย์ยกคลาสไปแล้ว" ถามมาผมก็ตอบไปกำลังนึกงง ๆ อยู่ว่าวันนี้พี่ตุลย์เป็นอะไรอยู่ ๆ ถึงมาถามไถ่ผมแบบนี้ปกติไม่เคยเห็นจะสนใจถามอะไรเลยนี่

"งั้นไปคอนโดพี่ก่อนเย็น ๆ ค่อยกลับบ้านรถจอดอยู่หลังร้านไปรอที่รถก่อนเดี๋ยวตามไป" พี่ตุลย์เอ่ยรวบรัดตัดความจนผมที่ยังยืนงงอยู่ไม่ทันได้คิดหรือตอบอะไร พี่เขาก็ยัดกุญแจรถใส่มือผมแล้วเดินออกไปแต่ก่อนที่จะออกไปก็เดินกลับมาเอาอมยิ้มที่พี่เขาถืออยู่ยัดใส่ปากผมอีกที

อะไรของพี่ตุลย์ครับพี่ คำสั่งกับการกระทำนั้นทำให้ผมต้องเกาหัวอย่างงวยงงแล้วเดินคาบอมยิ้มออกไปหาปันปันกับชมพู่ที่รออยู่ แต่สายตาของชมพู่กลับมองมาที่ปากผมเต็มไปด้วยความสงสัยว่าผมไปเอาอมยิ้มมาจากไหนกัน

"เฮ้อ ปะกลับกันเถอะ" ปันปันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะชวนผมกับชมพู่กลับ ส่วนผมก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินผ่านโต๊ะพวกพี่ตุลย์ไปเงียบ ๆ

อืม...รู้สึกเหมือนมีใครมองตามหลังเลยแฮะ

"ชมพู่ปันปันแยกกันตรงนี้นะมินมีธุระพอดี ปันปันเดี๋ยวมินโทรหานะ" ออกจากร้านมาผมก็เอ่ยปากบอกเพื่อนทั้งสองพร้อมกับหันไปมองปันปันด้วยสายตาออดอ้อนตามเคย

"เฮ้อ อือ ๆ ทำธุระเสร็จก็โทรมาแล้วกันเดี๋ยวไปรับจะได้กลับบ้านด้วยกันเลย ปันไปแล้วนะ" ปันปันพูดจบก็ดึงแขนชมพู่ให้เดินไปอีกทาง ผมรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวผมทำให้ปันปันเป็นห่วงอีกแล้ว ผมได้แต่นึกขอบคุณปันปันที่ไม่เคยปล่อยมือผมและขอโทษที่ทำให้เป็นกังวลมาตลอด

ขอเวลามินอีกนิดนะครับปันปัน ขอให้มินได้อยู่กับความรักอีกสักหน่อยแล้วมินจะเลิกหนีความจริงสักที...

ตุลย์ Part

ผมกำลังขับรถกลับคอนโดกับมินตอนแรกกะว่าคืนนี้จะไลน์ให้มินมาหาสักหน่อยแต่พอดีวันนี้ไอ้ยิ้มเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มมันร้องจะกินส้มตำ เลยบังเอิญเจอกับน้องมันซะก่อน ตั้งแต่วันที่น้องมาหาที่คอนโดวันก่อนผมก็ไม่ได้ติดต่อน้องมันอีกเลย

จะว่าผมโกรธน้องมันที่งี่เง่าก็ไม่ถึงกับใช่แบบนั้นเสียเลยผมแค่ดัดนิสัยน้องมันและต้องการเตือนให้น้องรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน ผมไม่อยากให้มาคาดหวังว่าจะได้ความรู้สึกอะไรจากผมเพราะความรู้สึกที่น้องต้องการผมได้ให้ใครคนหนึ่งไปแล้ว

"พี่ตุลย์สบายดีไหมครับ" มินถามผมด้วยเสียงอ่อย ๆ พอเหลือบตาไปมองก็เห็นน้องมันนั่งเกร็งสองมือจับกระเป๋าหนังสือไว้แน่นเชียว

"อืม" ผมเองก็ตอบไปงั้น ๆ ไม่รู้จะตอบหรือถามอะไรกลับมันไม่มีเรื่องอะไรของมินที่ผมอยากรู้เลยสักเรื่อง เพราะมินไม่ได้สำคัญอะไรกับผมมากมายจนต้องใส่ใจขนาดนั้น มันก็แค่เซ็กซ์น้ำแตกก็แยกทางต่างคนต่างไปเชื่อว่ามินเองคงพอจะรู้ว่าผมไม่ได้อยากเสวนาอะไรเท่าไหร่ น้องมันเลยเงียบตลอดทางจนถึงคอนโดของผม

"พี่ตุลย์คะขอแยมคุยด้วยหน่อยสิคะ ยกโทษให้แยมนะคะแยมขอโทษต่อไปนี้แยมจะไม่ไปก้าวก่ายเพื่อน ๆ ของพี่อีกแยมสัญญาค่ะ" แต่ผมกับมินก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าลิฟต์พร้อมกันโดยมีแขกไม่ได้รับเชิญเป็นสาเหตุ ตอนนี้รู้ตัวเลยว่าผมกำลังหงุดหงิดสุดขีดผู้หญิงคนนี้มันอะไรกันนักกันหนาวะไม่ยอมหยุดตื้อสักทีมิหนำซ้ำวันนี้ยังมาถึงพื้นส่วนตัวของผม ผมไม่เคยพาคู่นอนคนไหนมาเหยียบที่นี่แม้แต่คนเดียวจะมีก็แต่มินนี่แหละที่ผมอนุญาตให้มาที่นี่

ส่วนแยมตั้งแต่ที่มีเรื่องกับไอ้ยิ้มซึ่งมันก็เข้าทางผมที่กำลังจะหาเรื่องจบความสัมพันธ์พอดีจากนั้นผมก็ไม่เคยรับโทรศัพท์แยมเลยสักครั้งนี่ก็คิดว่าจะบล็อกเบอร์อยู่รำคาญชะมัดเป็นแฟนผมรึก็ไม่ใช่ ก่อนจะนอนด้วยกันผมก็บอกเงื่อนไขไปแล้วว่าเป็นคู่นอนแค่นั้น

"ใครอนุญาตให้มาที่นี่อีกอย่างพี่ไม่มีเรื่องจะคุยกับแยมอีก กลับไปแล้วอย่ามาวุ่นวายกับพี่ทั้งที่มหาลัยหรือที่นี่ ไม่สิไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็อย่ามาวุ่นวายกับพี่ พี่เคยบอกแยมก่อนแล้วนี่ว่าพี่แค่สนุก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไรแยมก็โอเคเราคุยกันแล้วแล้วนี่อะไรทำไมไม่จบสักทีพี่รำคาญนะแยม ถ้ายังมายุ่งกับพี่อีกอย่าหาว่าพี่ไม่ไว้หน้าแล้วกัน" ผมบอกแยมพร้อมกับจ้องเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ จากนั้นก็เดินกลับไปเข้าลิฟต์ที่มินกดค้างรออยู่ ผู้หญิงแบบนี้น่าเบื่อชะมัด

"อื้อ พี่ตุลย์ไม่อาบน้ำก่อนเหรอครับ" ทันทีที่เข้าห้องผมก็ดันตัวมินให้ถอยไปพิงประตูห้อง พร้อมกับก้มหน้าสูดความหอมอ่อน ๆ ที่ซอกคอมิน ตัวน้องมันหอมอ่อน ๆ กลิ่นเหมือนแป้งเด็กที่ผมได้กลิ่นจากแม่ของผมบ่อย ๆ นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมยังไม่ยุติความสัมพันธ์กับมิน ด้วยนิสัยและอะไรหลาย ๆ อย่างของเขาทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่อยู่ใกล้

แต่ถึงจะรู้สึกแบบนี้มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรักจะชอบมิน สำหรับผมด้านความรู้สึกมินคงเป็นตัวแทนของแม่ผมที่อยู่ด้วยทีไรผมอบอุ่นและสบายใจตลอด แต่ด้านร่างกายมินก็คงเป็นได้แค่ตัวแทนของใครคนนั้น

คนที่ผมยังรออยู่คนที่ผมพร้อมจะให้เป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตผม คนที่ผมยังคิดถึงเสมอ ถ้าคนคนนั้นกลับมาเมื่อไหร่ผมจะยุติความสัมพันธ์กับมินทันที...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป