บทที่ 6 ตอนที่ 6 เดินหลับตา
ตุลย์ Part
"อื้อ พี่ตุลย์" เสียงมินร้องครางออกมาแผ่ว ๆ เมื่อผมใช้ลิ้นปาดไปที่ยอดอกสีน้ำตาลอ่อนที่แข็งสู้ลิ้นผม อีกมือก็บดขยี้เบา ๆ กับตุ่มไตอีกข้างก่อนจะใช้เข่าดันขาทั้งสองข้างของมินให้อ้าออก
"มินถอดกางเกงให้พี่หน่อย" ผมกระซิบบอกมินพร้อมกับกัดไปที่ยอดอกสีน้ำตาลอ่อนอย่างมันเขี้ยว
"อะ อ้าา" มินสะดุ้งเบา ๆ มือสั่น ๆ นั้นเอื้อมไปปลดเข็มขัดของผม ก่อนที่ผมจะรีบผละออกจากมินแล้วลุกขึ้นถอดกางเกงตัวเองด้วยความทนรอไม่ไหว มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ผมมีอะไรกับมินเขาทำให้ความอดทนของผมสั้นลงทุกที ที่จริงน้องมันไม่ใช่คนเจนจัดในเรื่องแบบนี้ออกจะไม่ค่อยเป็นงานด้วยซ้ำ แต่ทุกครั้งที่ผมทำกับมินต้องยอมรับเลยว่ามินทำให้ผมรู้สึกสุดที่สุดอิ่มที่สุุดจริง ๆ
"อื้ออ พี่ตุลย์พี่ตุลย์ครับ" น้องมันดิ้นพล่านเมื่อผมจับท่อนน้อยนั้นรูดเบา ๆ ริมฝีปากก็พรมจูบไล่ตั้งแต่ยอดอกจนถึงหน้าท้องบาง ผมชอบลูบชอบหอมหน้าท้องของมินนะไม่รู้เป็นอะไรรู้แต่เมื่อผมสัมผัสโดนมันผมจะรู้สึกอุ่นไปถึงหัวใจทุกที
"อ๊ะมินจะไม่ไหวแล้วครับพี่ตุลย์ อื้ออ" น้องมันตัวเกร็งร้องเสียงดังออกมาก่อนที่น้ำสีขุ่นจะพุ่งออกมาเป็นสาย ผมก็ไม่รอช้าใช้นิ้วกวาดน้ำเชื้อของมินแล้วใช้นิ้วกลางกดลงไปในช่องทางนั้นอย่างคุ้นเคย
"อื้อ พี่ตุลย์เบา ๆ นะครับ" มินร้องท้วงออกมาเบา ๆ ผมเองก็พยักหน้าตอบรับนะก่อนจะขยับนิ้วเข้าออกนำไปก่อนเบา ๆ ตามคำขอ
"อ๊ะ อ่า อ้าา" มินตัวสั่นขึ้นมาเมื่อผมคว้านนิ้วไปเจอจุดนั้นสองนิ้วจึงเร่งกดเข้าออกกระแทกให้มันโดนจุดเสียวของมินซ้ำ ๆ ก่อนจะยัดนิ้วที่สามตามเข้าไปติด ๆ
"ซี้ด มินพี่ขยับนิ้วไม่ถนัดผ่อนคลายหน่อย" ปากบอกน้องมันมืออีกข้างก็เอื้อมไปจับท่อนน้อยของมินชักรูดอีกครั้ง เมื่อมินคลายอาการเกร็งตัว สองมือของผมก็ยกสะโพกน้องลอยโน้มไปข้างหน้าแล้วดันท่อนเนื้อใหญ่ของตัวเองเข้าไปสุดลำในคราวเดียว
"ซี้ดด มินอย่าตอดพี่ขยับไม่ได้ อืมม" ผมก้มหน้าไล้ลิ้นไปที่กกหูของมินเอวก็ขยับช้า ๆ เพราะช่องทางของมินขมิบตอดรัดไม่หยุดทำให้แทบจะเสร็จทันทีที่ใส่เข้าไป เมื่อเขาเริ่มผ่อนคลายผมก็จับขาทั้งสองข้างของมินให้โอบรัดเอวตัวเองก่อนจะออกแรงอุ้มน้องมันขึ้นมาเข้าเอว สองมือของผมจับสะโพกน้องมันแน่นแล้วยกสะโพกมินให้กระแทกขึ้นลงบนท่อนเนื้อของผมอย่างรุนแรงตามใจนึก
ป๊าบ ๆ ๆ เสียงเสียดสีของท่อนเนื้อกับช่องทางนั้นของมินดังขึ้น แข่งกับเสียงร้องครวญครางของมินที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ อีกครั้ง
"อ้าา พี่ตุลย์ ฮึก ไม่ไหวมินไม่ไหวแล้ว พี่ตุลย์ ฮืออ" มินร้องสะอื้นปนครางออกมาแขนทั้งสองโอบรัดคอผมไว้แน่น ในขณะที่ผมก็ยืนอุ้มสวนท่อนเนื้อกระแทกกับช่องทางที่เจ้าตัวเองก็ขย่มลงมาแรง ๆ อย่างไม่รู้จักเกรงกลัวเหมือนกัน
"อืม ซี้ดดด" สุดท้ายก็ต้องค่อย ๆ นั่งลงที่โซฟาโดยมีมินนั่งคร่อมตักสองมือจับสะโพกมินให้กดลึกบดคลึงกับท่อนเนื้อของผมอย่างไม่หยุดยั้ง มินเองก็เม้มปากแน่นพร้อมกับขย่มขึ้นลงรวดเร็วเช่นกันนะ
"อ๊าา พี่ตุลย์มินรักพี่ตุลย์" มินร้องออกมาเสียงดังก่อนจะพ่นน้ำสีข้นออกมาอีกรอบ ผมที่โดนมินตอดรัดแน่นกัดฟันยึดสะโพกมินไว้แล้วกระหน่ำท่อนเนื้อสวนสะโพกมินสุดแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่วห้อง
พั่บ ๆ ๆ "ซี้ดด เสียวฉิบ อืมม" เมื่อสุดจะกลั้นก็ต้องปล่อยน้ำพุ่งเข้าใส่ตัวมินแล้วซุกหน้าซบลงไปที่ซอกคอของน้องมัน เอวก็ยังขยับเนิบ ๆเพื่อรีดน้ำออกให้หมดทุกหยด ส่วนมินเนื้อตัวยังสั่นเบา ๆ เสียงครางสะอื้นยังมีให้ได้ยินแผ่ว ๆ
วันนี้ผมทำกับน้องมันหนักไปนิดไม่รู้อะไรทำให้ผมรู้สึกอยากจูบน้องมันขึ้นมาจนอดเงยหน้ามองไม่ได้ ตอนนี้น้องมันคงทั้งเขินทั้งอายก็มินก้มหน้าหลบสายตาของผมยกใหญ่นี่หว่าแต่แก้มใสนั้นกลับค่อย ๆแดงขึ้นจนลามไปถึงหู มินน่ารัก.. แต่เป็นความน่ารักที่ผมกลับรักไม่ได้
มิน Part
"ปันปันตอนนี้มินอยู่ที่BTS....นะ ไม่ต้องรีบล่ะบอกพี่วินขับช้า ๆ นะอย่าดื้อโอเค้" ผมโทรหาปันปันหลังจากที่ออกจากคอนโดพี่ตุลย์มาแล้ว พูดถึงพี่ตุลย์ผมว่าวันนี้เขาแปลกไปนิดไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าวันนี้เขาไม่ค่อยอยากให้ผมกลับเท่าไหร่ ก็ดูสิมาถามผมว่าบอกที่บ้านว่ากลับกี่โมงผมก็บอกไปแล้วว่าสี่โมงแต่กว่าพี่เขาจะปล่อยตัวผมได้ก็ปาเข้าไปเกือบจะหกโมงเย็นนู่นแน่ะ
ขณะที่นั่งรอปันปันมือก็จัดการจิ้มโทรศัพท์ส่องดูเพจ "คนรักตุลย์" ไปด้วย แต่เอ๊ะ! รู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่นะพอเงยหน้าขึ้นก็เจอเข้ากับดิวที่นั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับเปิดขวดน้ำยื่นมาให้
"จะไปไหนเหรอ" ดิวถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบแถมมีจ้องหน้าจับผิดผมด้วย อะไรอะจู่ ๆ ก็มาส่งรังสีกดดันให้ผมเฉยเลย
อ้อลืมแนะนำไปที่นั่งข้าง ๆ ผมคือนายดิษดินทร์หรือดิวเพื่อนที่จบมัธยมมาด้วยกันแถมยังมาเรียนต่อที่มหาลัยเดียวกันอีกด้วยแต่เรียนคนละคณะกับผมนะ ดูดุ ๆ โหด ๆ ทำหน้าเครียดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบดิวขืนเป็นหมอคนไข้คงพากันกลัวไม่กล้าให้ตรวจแน่ ทั้งที่ถ้ายิ้มนะดิวจะเป็นผู้ชายที่หล่อสุด ๆ คนหนึ่งเลยล่ะ
"ขอบใจเราจะกลับบ้านน่ะนี่รอปันปันอยู่" ผมยกขวดน้ำที่ดิวยื่นให้กระดกดื่มทันทีปรากฏว่า เอิ่ม..หกครับคอแห้งมากเลยรีบดื่มไปหน่อย กำลังเอื้อมมือจะเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงก็ถึงกับชะงักเมื่อดิวเอื้อมมือมาเช็ดน้ำที่หกไหลรดคอผมทำให้ต้องขยับตัวออกห่างจากดิวจนเจ้าตัวขมวดคิ้วเข้ม ๆ ก่อนจะรั้งคอเสื้อผมให้ต่ำลง
เพียะ!! ด้วยความตกใจเป็นเหตุให้เผลอปัดมือของดิวออกอย่างแรง ไม่รู้หรอกนะว่าดิวเห็นอะไรและทำหน้าไม่พอใจอะไรแต่ผมไม่ชอบใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ตุลย์โดยเฉพาะผู้ชายที่เคยเอ่ยปากว่ามองผมมาตลอดและจะมองต่อไปอย่างดิว
"พี่ตุลย์ใช่ไหม?" ดิวถามตาก็เหลือบมองมาที่คอผมไปด้วย พี่ตุลย์อะไร? งงสิครับอยู่ ๆ ก็มาพี่ตุลย์ใช่ไหมแล้วพี่ตุลย์มาเกี่ยวอะไรกับคอผม??
"เอ๊ะไรล่ะดิวผลักหัวเราทำไมเนี่ย" ผมถึงกับบ่นงึมงามือลูบหัวตัวเองปอย ๆ ไปด้วยก็ดิวอะผลักหัวผมจนผมเกือบหน้าหงายเลยเหอะ
"ก็ไอ้รอยที่คอน่ะฝีมือไอ้พี่ตุลย์ใช่ไหม?" มือที่กำลังลูบหัวตัวเองถึงกับชะงักแล้วเปลี่ยนมาลูบที่คออย่างไว
อ้อ..ผมลืมบอกอีกเรื่องดิวก็เป็นอีกคนที่รู้เรื่องผมกับพี่ตุลย์ตั้งแต่แรก พอพี่ตุลย์จบม.6ปุ๊บเปิดเทอมวันแรกดิวก็เดินดุ่ม ๆ มาหาผมที่โรงอาหารพร้อมกับพูดออกมาต่อหน้าปันปันว่ามองผมมาตลอดและดิวก็ไม่แคร์เรื่องผมกับพี่ตุลย์ด้วย
จำได้ว่าวันนั้นผมบอกดิวว่าผมรับดิวได้แค่ฐานะของเพื่อนเท่านั้น ถ้าจะเป็นมากไปกว่านั้นผมคงให้ไม่ได้ แต่ดิวยังยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ จะขออยู่ข้าง ๆ ไม่ว่าผมจะมอบตำแหน่งอะไรให้ก็ตาม และดิวก็ทำอย่างที่พูดนะเพราะนอกจากปันปันก็ดิวนี่แหละที่ไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตผมเลย ถึงจะเรียนคนละคณะดิวก็ยังหมั่นไลน์หมั่นโทรมาทุกวัน
"เอ่อ อืม" ปากเอ่ยตอบตาเหลือบมองดิวที่เบือนหน้าหันไปอีกทาง แววตาสีหน้าเจ็บปวดแบบนี้ผมคุ้นเคยกับมันดีเพราะผมก็ตกอยู่ในภาวะนั้นภาวะรักข้างเดียว ผมถึงไม่เคยโกรธพี่ตุลย์ที่พี่เขาตอกย้ำตลอดว่าไม่ได้รักผม คอยย้ำผมเสมอว่าอย่าคาดหวังอะไรกับพี่เขา
คนไม่รักก็คือไม่รักผมเข้าใจเพราะผมก็บอกดิวเหมือนกันว่าผมไม่ได้รักดิว สิ่งที่ให้ดิวได้ก็แค่เพื่อนและจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ผมไม่อยากให้ดิวต้องเจ็บเหมือนที่ผมเจ็บ ผมไม่อยากให้ดิวยิ้มได้แต่ไม่ถึงดวงตาแบบผม เรื่องเจ็บปวดแบบนี้ขอให้เป็นผมคนเดียวที่ต้องเผชิญกับมัน
ผมตอนนี้ก็เหมือนคนเดินหลับตาทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันอันตรายแค่ไหนแต่ก็พร้อมจะหลับตาเดินหน้าต่อไป สำหรับดิวผมทำได้แค่ภาวนาให้ดิวลืมตาขึ้นแล้วเดินจากความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ไปสักที
