บทที่ 8 ตอนที่ 8 คนป่วย

ตุลย์ Part

หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็ไม่ได้ไปส่งมินที่หอหรอกแต่พามาคอนโดผมต่างหาก นี่ก็จะห้าทุ่มแล้วและผมก็กำลังจะเสร็จกิจกรรมบนเตียงกับมินเป็นรอบที่สองเช่นกัน

"เอ๊ะ อ๊าา มินรักพี่ตุลย์นะครับ อื้ออ" เสียงร้องของมินดังขึ้นพร้อมกับการตอดรัดของช่องทางที่มีท่อนเนื้อของผมกำลังเข้าออกไม่หยุดยั้ง มินตัวกระตุกเบา ๆ สองมือกอดรัดผมแน่นปล่อยให้น้ำพุ่งออกมาเป็นรอบที่สี่ผมเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกันได้แต่กัดฟันกระแทกใส่มินอีกสี่ห้าครั้งก่อนจะปลดปล่อยลูก ๆ ของผมเข้าไปในตัวมินหมดทุกหยด

"อืมม ซี้ด" เสียงครางสุดท้ายของตัวเองมาพร้อมกับการล้มตัวทาบทับมินไปทั้งตัว หมดแรงครับดูเหมือนว่าผมจะไม่สบายด้วยสินะ

"อื้อ พี่ตุลย์มินหนักลุกออกไปก่อนนะครับ" มินขยับตัวยุกยิกจนผมต้องพลิกตัวมานอนข้าง ๆ ดวงตาแทบจะลืมไม่ขึ้นแต่ในความเลือนรางนั้นผมรู้สึกถึงมืออุ่นของใครสักคนที่จับไปมาตามใบหน้าซอกคอ รู้สึกถึงผ้าเย็นที่เช็ดตามร่างกายผม สุดท้ายผมรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่แตะลงหน้าผาก ก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป

มิน Part

"ลุงดนครับตอนนี้แถวนี้พอจะมีร้านขายยาบ้างไหมครับ?" ผมเคาะกระจกหน้าต่างป้อมรปภ.ปากร้องถามลุงดนอย่างร้อนใจเหลือเกิน

"อ้าวหนูมินนี่เองใครเป็นอะไรดึก ๆ ล่ะลูก นี่ตีหนึ่งแล้วไม่รู้ว่าร้านตรงหัวมุมถนนซอยสองยังเปิดอยู่รึเปล่า" แล้วลุงดนก็เปิดประตูป้อมรปภ.ออกมาถามผมด้วยสีหน้าเป็นห่วงไม่น้อย

"พี่ตุลย์ไม่สบายน่ะครับงั้นหนูขอยืมมอเตอร์ไซค์หน่อยนะดึกป่านนี้หนูไม่รู้จะหาแท็กซี่ที่ไหน" ผมขี่มอเตอร์ไซค์ไม่แข็งหรอกแต่วินาทีนี้เอาก็เอารถคงจะไม่ค่อยมีเยอะเท่าไหร่น่าจะพอไปได้อยู่มั้ง

"ให้ลุงขี่ไปส่งไหมลูกดึก ๆ แบบนี้ขี้เมาเยอะนะ" ลุงดนรีบอาสาไปส่งแต่ไม่เอาหรอกครับแค่ยืมรถผมก็เกรงใจจะแย่แล้ว ผมขี่ไปได้มันต้องได้สิ

"ไม่เป็นไรครับหนูจะค่อย ๆ ขี่ไปเอาขอบคุณครับลุง" แล้วผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปร้านขายยาที่ลุงดนบอกจนได้โชคดีที่เป็นร้านเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ ถึงผมจะเรียนยังไม่ถึงขั้นวินิจฉัยโรคได้แต่ก็พอจะรู้ว่าต้องซื้อยาอะไรบ้างน่ะเชื่อมือเถอะ เห็นแบบนี้ผมก็สอบติดได้เป็นอันดับที่สองเลยนะ

สุดท้ายผมก็แว้นไปกลับได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียวเห็นไหมบอกแล้วว่าผมทำได้น่ะ

"หนูซื้อกาแฟกับซาลาเปามาฝากมีเอ็มร้อยด้วยลุงจะได้สดชื่นไง" รอยยิ้มตาหยีมีให้ในตอนที่เอากุญแจรถคืนให้ลุงดนพร้อมกับยัดถุงเซเว่นไปให้ด้วย ลุงดนยืนรอผมที่หน้าป้อมคงจะเป็นห่วงจนนั่งไม่ติดแน่ ๆ ก็ลุงเขาเคยเห็นผมเนื้อตัวถลอกปอกเปิกแขนขาประดับไปด้วยผ้าก๊อซแถมผมยังเคยเล่าว่าขี่รถไปตกคลองข้าง ๆ บ้านให้ฟัง เรื่องนี้ดังมากเลยนะครับคนละแวกนั้นเกือบร้อยพากันมามุงดูแถมยังมีคนหวังดีแจ้งพี่รถร่วมกตัญญูมาด้วย ทำเอาผมต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านหนีอายตั้งนานแน่ะ เพราะไปไหนมาไหนชาวบ้านก็พากันถามพากันแซวว่าน้ำในคลองอร่อยหรือเปล่า? อายครับอ่านข้าม ๆ ไปเถอะเนอะ...

พอกลับเข้ามาในห้องนอนเล็กที่พี่ตุลย์นอนอยู่แล้วจัดการเช็ดตัวให้พี่เขากับแปะแผ่นเจลลดไข้ที่หน้าผากพี่ตุลย์อีกมือคว้าเอาปรอทวัดไข้เหน็บเข้าที่รักแร้เสร็จสรรพเสียเลย

"อืม สามสิบเก้าองศาถ้าไม่ลดพรุ่งนี้คงต้องให้หมอจิ้มสักเข็มนะครับเนี่ย" เห็นผลก็อดพึมพำบ่นไม่ได้มือก็บิดผ้าขนหนูมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พี่ตุลย์ไปด้วย

"พี่ตุลย์ครับลุกมากินยาก่อนนะไข้จะได้ลด" ผมเขย่าแขนเรียกพี่ตุลย์เบา ๆ พี่เขาคงไม่สบายตัวเลยนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาตลอดเห็นแล้วน่าสงสารชะมัด

"อืม มินเหรอทำไมยังไม่กลับโทรเรียกแท็กซี่มารับซะ" แต่เขากลับพูดออกมาเสียงแหบ ๆ พี่ครับนี่ขนาดกำลังป่วยพี่ก็ยังมีแรงมีสติมาไล่ผมอีกเนอะ

"ครับ ๆ เดี๋ยวมินกลับแต่ตอนนี้พี่ต้องกินยาก่อน" รู้สึกว่าผมจะบอกพี่ตุลย์ด้วยน้ำเสียงติดเหวี่ยง ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ทำให้พี่ตุลย์ลืมตามามองก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงรับยาจากผมไปใส่ปากตัวเอง

"พูดแค่นี้เองทำเป็นงอนมานอนนี่จะกอด" พี่เขาพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มจะแหบมากขึ้นฝ่ามือตบเบา ๆ ไปที่ข้างตัว ผมไม่มานั่งเล่นตัวหรอกครับไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่พี่ตุลย์จะอ้อนแบบนี้

อ่านไม่ผิดหรอกครับพี่ตุลย์กำลังอ้อนจริง ๆ แววตาสีหน้าท่าทางตอนนี้แสดงออกมาหมดเลยสงสัยจะเบลอเพราะฤทธิ์ไข้มั้ง แต่ผมกลับรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองกำลังร้อนขึ้นทันทีที่พี่ตุลย์ดึงเข้าไปกอด ก็ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้พี่เขาอะมัวแต่ยุ่ง ๆ กับยาให้พี่เขาจนลืมไปเลย

"อื้อ อยู่เฉย ๆ สิจะขยับไปไหนพี่ปวดหัว" ใบหน้าพี่ตุลย์ซุกอยู่กับคอผมสองมือกอดเอวผมไว้คล้ายคนหวงแหนเต็มที่เลยแฮะ

"พี่ตุลย์ปล่อยมินก่อนเดี๋ยวมินเอาเสื้อผ้ามาใส่ให้" แต่ผมก็ต้องบอกพี่ตุลย์ออกไป แต่แทนที่จะปล่อยพี่เขากลับพลิกตัวผมให้นอนตะแคงหันหลังให้เขาได้กอดผมจากทางด้านหลังแน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

"ไม่ต้องใส่นอนแบบนี้แหละ พี่คิดถึงพี่รักเรานะฝันดีครับไอซ์" ปากที่ยกยิ้มของผมค่อย ๆ หุบลง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพี่ตุลย์ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันค่อย ๆ เย็นลงเย็นจนผมรู้สึกหนาว ลมหายใจร้อน ๆ ของพี่ตุลย์ทำให้ผมร้อนร้อนจนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ไหว

แต่ผมจะไม่ร้องไห้เพราะผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าถ้าวันไหนก็ตามที่ผมร้องไห้ต่อหน้าพี่เขาวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะยังอยู่ข้าง ๆ จะยังรู้สึกว่า "รัก" อยู่

เจ็ดโมงแล้วผมยังนั่งขัดสมาธิข้างล่างเตียงมองพี่ตุลย์ที่นอนหลับสนิทใจหวนคิดไปถึงเมื่อคืนพอพี่เขาหลับผมก็ลุกไปนั่งคิดถึง "ไอซ์" คนที่พี่ตุลย์เพ้อถึงเมื่อคืน นี่มั้งเป็นเหตุผลที่พี่ตุลย์บอกผมว่าไม่สามารถรักผมได้ ผมไม่รู้เรื่องราวระหว่างพี่ตุลย์กับเขาหรอก ตั้งแต่รู้จักพี่ตุลย์มาผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยเขาเป็นใครกันนะทำไมถึงปล่อยให้พี่ตุลย์ที่รักเขามากขนาดนี้ต้องมานั่งคิดถึงและเฝ้ารอ

เฮ้อ อิจฉาคนนั้นจังเธอช่างเป็นคนโชคดีเหลือเกินที่ได้ครอบครองหัวใจของผู้ชายที่รักมั่นคงแบบพี่ตุลย์ ผมก็อยากเป็นคนนั้นเหมือนกันนะครับเป็นคนที่พี่ให้ความสำคัญ แต่มันคงไม่มีวันเป็นจริงใช่ไหมเพราะพี่ก็ย้ำกับผมอยู่เสมอว่าไม่มีวัน

ฝ่ามือเอื้อมไปลูบเบา ๆ ที่แก้มของพี่ตุลย์ตัวเริ่มเย็นลงแล้วคงจะดีขึ้นบ้างแล้วสิ เมื่อกี้ผมโทรไปบอกแม่ผมแล้วว่าตอนนี้อยู่ห้องพี่ตุลย์เพราะพี่เขาไม่สบายเลยโทรไปบอกปันปันว่าวันนี้คงไม่ได้เข้าเรียน ปันปันซักใหญ่ว่าทำไมผมก็บอกไปตามความจริงว่าพี่ตุลย์ไม่สบายเลยโดนปันปันบ่นมานิดหน่อย สาเหตุมาจากเมื่อคืนผมบอกจะโทรแต่ไม่ได้โทรไปปันปันโทรมาก็ไม่ติด จะติดได้ไงล่ะแบตหมดตั้งแต่ทานข้าวที่ร้านกับพี่ตุลย์เมื่อวานเย็นแล้วล่ะนี่เพิ่งจะยืมที่ชาร์จของพี่ตุลย์ชาร์จตอนหกโมงเช้านี่เอง

ห้าสิบสองแจ้งเตือนที่ติดต่อไม่ได้ของแม่สองเพราะแม่โทรหาปันปัน ปันปันก็บอกแม่ว่าผมอยู่กับพี่ตุลย์แม่คงวางใจเลยไม่โทรมาอีกของปันปันสามสิบ ชมพู่ห้า ที่เหลือสิบห้าสายเป็นของดิว ผมทำให้ทุกคนเป็นห่วงไปหมดสินะ

"พี่ตุลย์ตื่นเถอะครับพี่" ฝ่ามือตัวเองสอดไปประสานกับมือใหญ่ของพี่ตุลย์แล้วบีบเบา ๆ เพื่อจะปลุกเขา

"อืม" พอพี่ตุลย์ลืมตามาสบตากับผมเขาก็นิ่วหน้าคล้ายไม่พอใจอะไรสักอย่าง

"ทำไมยังไม่กลับไปอีกมิน" พี่เขาถามด้วยเสียงแหบติดแข็งจนผมต้องค่อย ๆ คลายมือที่ประสานจับกับมือพี่เขาเอาไว้ ตื่นมาก็ไล่อีกแล้วสินะ ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้ายังไงออกไปอยู่ ๆ พี่ตุลย์ถึงเอานิ้วอุ่นมาลูบเบา ๆ ที่ใต้ตาของผม ยอมรับว่าผมน้อยใจพี่เขามากนะมาก ๆ ด้วย นี่เขารังเกียจและรำคาญผมมากขนาดตื่นมาก็ไล่ก่อนนอนก็ไล่เลยเหรอ?

"ไม่ได้นอนเลยรึไง" แล้วเขาก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

"ลุกไหวไหมครับไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนมินซื้อโจ๊กมาให้จะได้กินโจ๊กแล้วกินยา" ผมไม่ตอบคำถามพี่ตุลย์สักคำแต่อดทนกลั้นใจหันเหไปอีกเรื่อง พี่ตุลย์เองก็จ้องหน้าผมยกใหญ่แต่ผมไม่หลบสายตาพี่เขาหรอกทำไมต้องหลบผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ถ้าจะผิดก็ผิดที่เมื่อคืนผมฝ่าฝืนข้อตกลงแล้วค้างที่นี่แต่ที่ผมค้างน่ะ เพราะพี่เขาไม่สบายหรอกถ้าพี่เขากินโจ๊กกินยาเสร็จแล้วผมก็กลับเดี๋ยวพี่เขาก็โทรเรียกเพื่อนหรือใครมาเฝ้าเองแหละ

"มินไปรอที่ห้องครัวนะครับพี่ทำธุระเสร็จแล้วก็ออกไปกินโจ๊กด้วยล่ะมินจะอุ่นให้" พูดจบผมก็ลุกเดินออกไปอุ่นโจ๊กเตรียมยาให้พี่เขาผมจะได้กลับสักที เพราะตรงนี้ไม่ใช่ที่ของผมผมไม่มีสิทธิ์จะมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ ผมว่าตอนนี้คงต้องเริ่มทำใจนับถอยหลังเวลาที่เหลือระหว่างผมกับพี่ตุลย์แล้วล่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป