บทที่ 9 ตอนที่ 9 มองไม่เห็น
ตุลย์ Part
สายตาผมทอดมองตามมินที่เดินออกไปไหล่เล็ก ๆ ที่ผมเห็นจนชินตาทำไมวันนี้ถึงรู้สึกว่ามันเล็กลงกว่าเดิมนะ ในขณะเดียวกันก็ยังเอื้อมมือไปดึงแผ่นเจลลดไข้ที่หน้าผากออกก่อนจะลุกไปอาบน้ำที่ห้องนอนใหญ่จนเสร็จสรรพก็เดินตามกลิ่นหอม ๆ ไปที่ห้องครัว มินกำลังยืนหันหลังเทโจ๊กใส่ชามแล้วน้องก็ถือชามโจ๊กนั้นยืนนิ่งแต่ที่ผมมองเห็นก็คือแผ่นหลังนั้นมันสั่นเทาด้วยสิ
"ซื้อโจ๊กมาจากร้านไหน" พอส่งเสียงทักไปมินก็สะดุ้งนิด ๆ แล้วเดินเอาโจ๊กไปวางที่โต๊ะทานข้าว
"ท้ายซอยครับเห็นพี่แก้วใจบอกว่าอร่อย พี่ตุลย์รีบกินเถอะมินเพิ่งอุ่นให้กำลังร้อน ๆ เลย" น้องมันเตรียมช้อนกับรินน้ำวางไว้ให้แล้วทำท่าจะเดินออกไปโดยไม่หันมาสบตากันเลยว่ะ
"เดี๋ยว มินล่ะกินอะไรรึยังไม่กินพร้อมกันเหรอ" ที่ผมถามมินเพราะมองไปที่โต๊ะอาหารมันมีแค่ชามโจ๊ก นม น้ำ สำหรับหนึ่งคนวางไว้เท่านั้น
"มินกินที่ร้านมาแล้วครับพี่ตุลย์กินเถอะจะได้กินยา นี่อาบน้ำมาเหรอตัวเองก็เรียนหมอไม่รู้รึไงว่าเป็นไข้ยังอาบน้ำไม่ได้" มินขมวดคิ้วเดินมาจับที่หน้าผากกับซอกคอวัดไข้ผมพร้อมกับบ่นงึมงำยกใหญ่
"ตัวยังอุ่นอยู่เลยเดี๋ยวแปะเจลลดไข้ไว้ก่อนวันนี้งดน้ำเย็นนะครับ"สุดท้ายเลยต้องนั่งลงกินโจ๊กไปตาก็มองมินที่เดินไปเปิดตู้เย็นเอาแผ่นเจลลดไข้มาแปะให้แล้วก็เดินออกไปเฉยเลยว่ะ พอจัดการปากท้องเสร็จพอเดินออกมาก็เห็นมินกำลังยกตะกร้าผ้าที่มีผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มมาวางไว้หน้าห้องเล็กเรียบร้อยแล้ว
"ยาวางที่โต๊ะหน้าโซฟาเป็นยาหลังอาหารทันทีพี่ตุลย์กินเลยนะครับ" นี่เป็นคำสั่งที่ผมถึงกับเดินไปทำตามอย่างรวดเร็ว
"ในตู้เย็นมีข้าวผัดปูเที่ยง ๆ บ่าย ๆ ก็เอาออกมาเวฟกิน วันนี้มินว่าพี่ตุลย์คงไปเรียนไม่ไหวหรอกยังไงก็โทรฝากเพื่อนลาด้วยนะครับ ถ้าแม่บ้านมาทำความสะอาดให้เขาเอาผ้าปูไปสักด้วยมินใส่ตะกร้าให้แล้ว อย่าลืมทานยานะในถุงที่วางนั่นแหละ มินกลับแล้วนะสวัสดีครับพี่" มินบอกแกมสั่งและยกมือไหว้ผมแล้วเดินออกจากห้องไปโดยที่ผมไม่ทันได้คิดหรือพูดอะไรออกมาสักคำ นอกจากมองตามการลาลับของเขาไปเท่านั้นเอง
ผมโทรไปให้ไอ้โยลาอาจารย์เรียบร้อยแล้วนี่ก็บ่ายแล้วสิคำพูดของมินเรื่องข้าวกับยาเมื่อเช้าดังเข้ามาในหู จนต้องลุกจากโซฟาไปล้างหน้าล้างตาแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นเอาข้าวผัดที่มินซื้อไว้ออกมาอุ่น
เอาไปเวฟสามนาที อย่าลืมทานยาหลังอาหารด้วยนะครับ
โพสต์อิทสีน้ำเงินเขียนด้วยปากกาสีแดงแปะอยู่บนกล่องข้าวดูเตะตาจนต้องถือกระดาษใบนั้นก้มหน้าอ่านทวนไปมาเป็นสิบรอบ สมองนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วต้องยกมือลูบหน้าผากตัวเองอย่างเผลอไผล สัมผัสแผ่วเบานั้นคงเป็นมินสินะ
ผมพอจะจำได้ราง ๆ ว่ามินปลุกให้กินยาแต่ดวงตาน้องมันไหววูบไปแวบหนึ่งตอนที่ผมไล่กลับแล้วอะไรอีกนะ สองขาลุกเดินเข้าไปที่ห้องเล็กห้องนอนที่เมื่อคืนผมนอนกับมินโดยไม่สนใจเสียงร้องดังของไมโครเวฟ
เมื่อคืนผมนอนกับมินงั้นเหรอแล้วผมกอดใครพูดฝันดีกับใครบอกรักใคร? ไอซ์ มั่นใจว่าผมพูดว่ารักไอซ์แต่คนที่ฟังกลับเป็นมินสินะ เมื่อต้องใช้สมาธิเลยต้องทรุดตัวนั่งบนเตียงเพื่อเรียบเรียงเรื่องราวเมื่อคืน ทุกการกระทำทุกคำพูดทุกสีหน้าของมินที่ผมนึกได้ทำให้พอจะรู้ถึงที่มาของสีหน้าหม่นหมองแววตาแกมตัดพ้อของมินเมื่อเช้านี้ มิหนำซ้ำผมยังใช้คำถามเหมือนไล่มินตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาจนเขามีสีหน้าเจื่อนลง มือของมินที่จับผมแน่นมันค่อย ๆ คลายลงสุดท้ายมินก็ปล่อยมือออกไปจากผม
วินาทีนั้นผมจำมันได้ดีทั้งแววตาและสัมผัสของมินมันเริ่มเบาบางลงจนผมรู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ คงเป็นเพราะผมรู้สึกผิดที่แสดงท่าทีแบบนั้นใส่คนที่อดหลับอดนอนเพื่อดูแลผมทั้งคืนมั้ง
ตรู๊ด ๆ ๆ แต่เสียงโทรศัพท์ทำให้ต้องกดรับอย่างเสียไม่ได้ ไอ้โยโทรมาครับคงจะเป็นห่วงที่ผมไม่สบายนั่นแหละ
"ห่าตุลย์ตายยังมึง" ครับถ้าตายกูคงรับโทรศัพท์มึงได้เนอะ เป็นคำตอบที่ได้แต่คิดอย่างเอือมระอาในความกวนตีนของมันเท่านั้น
"ตายแล้วสัสที่คุยอยู่นี่พ่อมึงครับ" แต่ผมก็ตอบมันไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยนะ
"ไอ้เหี้ยมึงมาเป็นชู้กับแม่กูตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าให้กูได้ฟ้องพ่อนะมึงตายแน่" เสียงไอ้โยมันโวยวายกวนประสาทจนมึนไปหมด แทนที่จะหายไข้ผมว่าผมจะเป็นไมเกรนแทนก็เพราะมันนี่แหละ
"เอาเนื้อ ๆ มีไรกูปวดหัวจะกินข้าวกินยานอน" และก็ยังเป็นน้ำเสียงเฉยเมยที่ผมใช้ตอบมันไปไม่อยากตะโกนด่าแข่งกับมันครับเจ็บคออยู่ด้วย ระหว่างคุยโทรศัพท์กับไอ้โยข้าวผัดจึงถูกผมจัดการเรียบร้อยแถมตบท้ายด้วยยาตามคำสั่งของคนที่เขียนโพสต์อิททิ้งไว้ให้
"จะมาก็ขึ้นมาเลยแล้วกันเดี๋ยวกูโทรบอกข้างล่างให้ ซื้ออะไรร้อน ๆ มาให้กินด้วย แค่นี้" พูดจบผมก็ตัดสายเสียเลยไม่อยากฟังมันร่ำไรมากนัก แต่ก็ยังโทรลงไปบอกเคาน์เตอร์ข้างล่างว่าเดี๋ยวจะมีเพื่อนมาหา
ที่นี่ถ้าเจ้าของห้องไม่อนุญาตคนนอกเข้าออกไม่ได้ครับใครจะมาต้องติดต่อที่เคาน์เตอร์ก่อน ห้องผมมีแค่มินกับคนในครอบครัวเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาได้เลย เมื่อมีเวลาสายตาก็อดมองนาฬิกาไม่ได้นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้วคนที่ออกจากห้องไปตั้งแต่เช้าตอนนี้จะทำอะไรอยู่นะ ความตกใจจู่โจมเข้ามาเพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากจะโทรหามิน โทรไปถามว่าอยู่ไหนกินข้าวหรือยังแล้วคืนนี้จะมาหาผมไหม?
ออด เสียงกดออดย้ำรัว ๆ ทำให้ผมที่เผลอนอนหลับบนโซฟาสะดุ้งตื่นและลุกเดินงัวเงียไปเปิดประตูอย่างเกียจคร้านเหลือเกิน
"เอ้าไอ้ห่าพวกกูก็พากันกดออดตั้งนานกว่าจะเสด็จออกมาเปิดประตูกูเกือบลงไปแจ้งข้างล่างให้เขามางัดห้องมึงแล้วนะ" ไอ้โยยืนให้พรผมปาว ๆ ดังลั่น มันไม่เกรงใจอะไรใครหรอกครับในเมื่อชั้นที่สิบแปดกับสิบเก้ามีแค่ชั้นละสี่ห้องเองห้องตรงข้ามก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของไม่เคยเห็นสักที มีพักหลัง ๆ นี่แหละที่ได้ยินเสียงประตูเปิดปิดตอนดึก ๆ
อีกห้องเจ้าของห้องเป็นฝรั่งนาน ๆ จะมาสักที ส่วนห้องที่เหลือเป็นของไอ้ธันย์น้องชายในไส้ผมนี่แหละมันห่างกับผมสองปีตอนนี้เรียน ม.ปลายอยู่โรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้มันต้องกลับไปนอนบ้านครับโดนพ่อควบคุมความประพฤติ ก็สมควรแล้วจะจบอยู่แล้วดันไปมีเรื่องมีราวกับเด็กรุ่นน้องหรือเมียผมก็ไม่แน่ใจมันก็เหมือนผมได้หมดทั้งชายหญิง
"กูหลับอยู่" ผมบอกพวกเพื่อนแล้วเดินกลับไปนอนที่โซฟาอย่างเกียจคร้านเหมือนเดิม
"ตุลย์มึงค่อยยังชั่วไหมกินข้าวกินยารึยังกูซื้อข้าวต้มปลามาฝากกินซะเดี๋ยวจะตาย อื้อฮือ แปะคูลฟีเวอร์ด้วยเล่นใหญ่เลยนะมึง" ไอ้ยิ้มเดินถือถุงข้าววางไว้ที่โต๊ะก่อนจะหันมาแขวะผมอีกคน
"เอาออกได้แล้วมั้ง" ไอ้เดียร์เพื่อนผู้หญิงอีกคนที่รู้จักกันตั้งแต่ม.1 เอามือมาวัดไข้ตามตัวผมก่อนจะดึงแผ่นเจลลดไข้ออกทำให้ใจอดวูบไปนิด ๆ ไม่ได้เพราะคิดไปถึงคนที่ติดให้เมื่อเช้านี้
"เป็นห่าไรของมึงอีกไม่สบายจนเพี้ยนรึไงเดี๋ยวทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเดี๋ยวทำหน้าจ๋อยกูตามไม่ทัน" ไอ้โยยังคงปากหมาและกวนตีนผมอย่างเสมอต้นเสมอปลายสินะ
"หึหึ" แต่เสียงหัวเราะของไอ้โปรดกับไอ้นัททำให้ต้องหันไปมองอย่างเสียไม่ได้มันสองคนหันไปสบตากันเองแล้วหันมามองผมอีกครั้งโดยเฉพาะไอ้โปรดผมว่ามันต้องรู้อะไรหรือคิดอะไรแน่แต่ว่าเรื่องอะไรล่ะ?
ไอ้โปรดเป็นคนที่อ่านใจยากมากคนหนึ่งครอบครัวของมันทำธุรกิจกลางคืนพวก ผับ คลับ ร้านอาหาร อาบอบนวดและอะไรอีกเยอะครับ มันไม่ค่อยยุ่งกับใครแต่ก็พร้อมจะบวกกับทุกคนที่กวนตีนมันเช่นกัน ขนาดรุ่นพี่คณะมันยังเรียกมันว่าท่านโปรดเลย
"ยิ้มได้ข่าวว่าข้าวต้มปลานี่ไอ้โปรดเป็นคนหิ้วมานะ" ไอ้นัทตะโกนแซวไอ้ยิ้มที่เดินถือชามข้าวต้มมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาที่ผมนอนอยู่ ในวลีนี้น่าแปลกใจจนต้องเลิกคิ้วหันไปหาไอ้โปรดหรือท่านโปรดมันเนี่ยนะซื้อข้าวต้มมาฝากผมถ้าบอกว่าซื้อเหล้ามาให้จะน่าเชื่อมากกว่านะครับ
"แดก ๆ ไปเถอะกูไม่ได้ซื้อมาหรอกที่บ้านกูทำเลยเอามาให้มึงแดกกันตาย" ไอ้โปรดเหลือบตามองผมด้วยสีหน้ารำคาญก่อนจะจิ้มโทรศัพท์ของมันต่อ พักนี้มันติดโทรศัพท์นะผมว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ แต่ข้าวต้มปลาก็ถูกทานจนหมดชามเยอะนะครับเต็มชามเลยแหละ
พวกเพื่อน ๆ อยู่คุยกับผมสักพักจนสามทุ่มกว่าพวกมันก็ขอตัวกลับ ส่วนตัวผมก็จัดการอาบน้ำกำลังจะเตรียมตัวนอนเช่นกันยาแก้ไข้คงจะออกฤทธิ์เลยง่วงแต่หัวค่ำ โทรศัพท์ที่ถูกคว้ามาจะตั้งปลุกไปเรียนพรุ่งนี้แต่นิ้วกลับเผลอจิ้มไปที่ไลน์เปิดดูหน้าแชทของมินซะงั้น
ผมไม่ได้เปิดแจ้งเตือนของมินเพราะเปิดแค่ของที่บ้านอาจารย์กับเพื่อนแค่นั้นถ้ามินไลน์มาผมก็ไม่รู้หรอกนอกจากจะเปิดเข้าไปดู แต่วันนี้น้องมันไม่ได้ทักมาว่ะ ช่างเถอะเพราะตอนนี้นิ้วผมเลือกจะเลื่อนไปที่แกลเลอรี่ดูภาพของไอซ์คนที่ผมรักมากกว่า คิดถึงจังครับไอซ์
"ไอ้ตุลย์คืนนี้ไปแดกเหล้ากันกูอยากสอยหญิง" ผมหายเป็นปกติมาเรียนจะครบอาทิตย์แล้วอีกอาทิตย์กว่า ๆ เขาจะสอบกันแต่ไอ้โยผู้ชิลล์กับทุกสถานการณ์กลับชวนไปกินเหล้าเฉยเลย สาธุ! ไอ้โยเพื่อนรักกูขอให้มึงได้ปลาไปเลี้ยงทั้งบ่อเถอะ
"ตกลงมึงจะไปแดกเหล้าหรือสอยหญิงเอาสักอย่างแต่น้ำหน้าอย่างมึง..." ไอ้เดียร์เบะปากมองไอ้โยตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่าตกใจที่ไอ้ยิ้มกับไอ้เดียร์พูดกูมึงกับพวกผมนะครับเราคุยกันอย่างนี้จนชินปากแล้วล่ะ
"ทำไมจ๊ะน้องเดียร์น้ำหน้าอย่างพี่นี่แหละสักวันจะทำให้น้องเดียร์เรียกว่าพ่อของลูก ฮ่า ๆ ๆ" ถึงร้านอาหารข้างมหาลัยจะมีคนมาใช้บริการมากพอสมควรแต่ไอ้โยก็ไม่สนใจใครทั้งนั้นแถมยังลุกไปนั่งที่เท้าแขนเก้าอี้ของไอ้เดียร์แล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้มันอีก ผลที่ได้ก็คือ ผลัวะ! ฝ่ามืออรหันต์ของไอ้เดียร์ประทับกับแผ่นหลังมันเต็ม ๆ เสียงนี่ก้องกังวานมากไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเปิดเสื้อมาหลังของมันคงมีลายมือของไอ้เดียร์ประดับอยู่แน่นอน
"ต่อให้กูเมาแถมแดกยาปลุกเซ็กซ์กูยังไม่รู้จะเอากับมึงลงรึเปล่า ได้ผัวอย่างมึงกูบวชชีดีกว่าสงสารมดลูกว่ะ" ไอ้เดียร์แสดงสีหน้ารังเกียจใส่ไอ้โยเต็มที่ ความจริงไอ้โยมันหล่อใส ๆ นะแต่มันเจ้าชู้ออกหน้าออกตามากไปหน่อยแถมยังเคยพูดว่าก่อนจะบวชมันต้องมีเมียให้ถึงพันคนเสียก่อน เอากับมันสิครับ
"โอ๊ย มึงจะฆ่าผัวใช่ไหมเดียร์ทำไมโหดเหี้ยมแบบนี้วะถ้าลูกกำพร้าพ่อนะมึงนั่นแหละบาปเต็ม ๆ" ไอ้โยยังคงโอดครวญไม่หยุดปากสักทีคงอีกนานเลยล่ะมันถึงจะเลิกพร่ำเพ้อน่ะ
"เฮ้ยพวกมึงนั่นน้องปันปันกับน้องมินแม่ของลูกกูนี่หว่าเดี๋ยวกูมา" แต่ก็มีสิ่งที่มันสนใจจนต้องลุกวิ่งออกไปนอกร้านเช่นกัน ดวงตาตัวเองได้แต่มองตามไอ้โยที่ตอนนี้มันกำลังยกมือขยี้หัวน้องปันปันแล้วพูดอะไรสักอย่างพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือมาทางที่พวกผมนั่งอยู่ ผมเห็นมินส่ายหน้ายิ้มให้มันแล้วมินกับน้องปันปันก็พากันยกมือไหว้ก่อนจะเดินไปอีกทาง
ไอ้โยเดินคอตกกลับเข้ามาบ่นว่าชวนน้องมานั่งด้วยแต่น้อง ๆ ติดธุระ ดีแล้วครับที่มินไม่ได้ตามไอ้โยเข้ามาดีแล้วที่เราต่างก็มองไม่เห็นกัน ผมไม่อยากให้น้องมันถลาลึกไปมากกว่านี้เพราะความผูกพันยิ่งมากเวลาจากก็ยิ่งเจ็บ และตัวผมก็ต้องเตือนตัวเองอย่างนั้นเช่นกัน.....
