บทที่ 4 ตอนที่ 4 ข่าวลือ
ตอนที่ 4 ข่าวลือ
#เช้าวันต่อมา
ร้านละมุนเปิดประตูต้อนรับลูกค้าตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือพริมเห็นผู้หญิงสองคนยืนกระซิบกันอยู่หน้าร้านตั้งแต่ยังไม่ทันถอดผ้ากันเปื้อน
“ร้านนี้หรือเปล่า” คนหนึ่งถาม
“ใช่ค่ะ เมื่อวานฉันเห็นในคลิป เขาบอกว่าคุณคีรินทร์มาที่นี่ทุกวัน”
พริมชะงักมือที่กำลังจัดถาดครัวซองต์ ก่อนหันไปมองเด็กฝึกงานซึ่งรีบยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอเป็นคลิปสั้นจากร้านละมุนเมื่อวาน ภาพคีรินทร์นั่งกินเค้กส้มตรงโต๊ะมุมร้าน ส่วนพริมยืนอธิบายอะไรบางอย่างอยู่ข้าง ๆ คลิปถูกถ่ายจากด้านนอกร้านผ่านกระจก จึงเห็นไม่ชัดว่าทั้งคู่กำลังคุยเรื่องแผนตลาด
ตัวหนังสือบนคลิปเขียนว่า
“เจ้าพ่อวรเมธากับสาวร้านขนม แวะหากันทุกวัน?”
พริมอ่านซ้ำแล้วเงยหน้ามองเด็กฝึกงาน
“ทุกวันนี่มาจากไหน เขาเพิ่งมาไม่กี่วันเองนะ”
“คนโพสต์เขาเขียนว่าแวะหากันทุกวันค่ะ อาจหมายถึงทุกวันที่มา”
“ความหมายแบบนั้นก็ได้ด้วยเหรอ”
“ในอินเทอร์เน็ตได้หมดค่ะพี่”
พริมถอนหายใจและยื่นโทรศัพท์คืน
“อย่าเพิ่งแชร์นะคะ เดี๋ยวลูกค้าเข้าใจว่าร้านเราขายขนมแถมข่าวซุบซิบ”
เหมือนคำพูดนั้นจะยิ่งเรียกให้คนสนใจ ไม่นานนักลูกค้าสองสามคนก็เข้ามาถามว่าเจ้าพ่อจะมาหรือไม่ บางคนสั่งกาแฟแล้วเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิม พริมพยายามยิ้มรับทุกคน แต่ความรู้สึกแปลก ๆ ค่อย ๆ เกาะอยู่ในใจ เธอไม่ชอบที่ภาพของตัวเองถูกตัดออกจากบริบท แล้วกลายเป็นเรื่องสนุกของคนที่ไม่รู้จักเธอ
“ถ้าใครถามอีก บอกว่าคุณคีรินทร์มาคุยเรื่องตลาดค่ะ” เธอบอกพนักงาน “ไม่ต้องเติมว่าเขากินเค้กกี่ชิ้น”
“แล้วถ้าเขาถามว่าคุณสองคนเป็นอะไรกันล่ะคะ”
“ก็บอกว่าเป็นคนทำขนมกับคนกินขนม”
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพอดี
พริมเหลือบมองประตูแล้วเห็นคีรินทร์ก้าวเข้ามา เขาสวมสูทสีเข้มเหมือนเดิม แต่คราวนี้มีแม็กซ์ตามมาด้วยพร้อมแท็บเล็ตในมือ ทั้งสองคนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกค้าหลายคนกำลังมองอยู่
“วันนี้ร้านคนเยอะนะครับ” แม็กซ์พูด
“เป็นเพราะกาแฟอร่อยค่ะ” พริมตอบพลางมองคีรินทร์ “หรือไม่ก็เพราะคลิปเมื่อวาน”
คีรินทร์หันมาหาเธอ
“คุณเห็นแล้วเหรอ”
“เห็นค่ะ มีคนบอกว่าคุณแวะมาหาฉันทุกวัน”
“ผมไม่ได้มาทุกวัน”
“ใช่ค่ะ คุณมาแค่ทุกวันที่ฉันเปิดร้าน”
แม็กซ์ไอเบา ๆ คล้ายกำลังกลั้นหัวเราะ ส่วนคีรินทร์ทำเป็นไม่ได้ยิน
“ผมขอโทษที่ทำให้ร้านคุณวุ่นวาย” เขาพูด
คำขอโทษนั้นทำให้พริมแปลกใจเล็กน้อย เธอคิดว่าเขาอาจจะบอกให้ทีมงานลบคลิป หรือจัดการคนถ่ายตามแบบเจ้าพ่อที่คนเล่าลือ แต่เขาเลือกพูดขอโทษก่อน
“คุณไม่ได้เป็นคนถ่ายนี่คะ”
“แต่คนที่ถูกถ่ายเป็นผม”
“คุณพูดเหมือนฉันอยู่ในคลิปเป็นแค่ฉากหลังเลยนะคะ”
คีรินทร์นิ่งไป เขามองเธออย่างตั้งใจ ก่อนตอบ
“ผมหมายถึงเราอยู่ในคลิปทั้งคู่ ผมควรระวังมากกว่านี้”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณระวังค่ะ แค่ไม่อยากให้ใครมาตัดสินว่าฉันเป็นอะไรกับคุณ ทั้งที่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชอบเค้กส้มจริงหรือเปล่า”
“ผมชอบ”
คำตอบตรง ๆ ทำให้พริมเผลอชะงัก เขาเองก็ดูเหมือนเพิ่งรู้ว่าพูดอะไรออกไป จึงกระแอมแล้วหันไปหาเคาน์เตอร์
“วันนี้มีไหม”
“มีค่ะ แต่วันนี้ฉันทำทาร์ตมะนาวด้วย”
“เอาเค้กส้ม”
“ไม่ลองทาร์ตเหรอคะ”
“ผมชอบเค้กส้ม”
“อ้าว ยอมรับแล้วนี่คะ”
“ผมไม่เคยบอกว่าไม่ชอบ”
พริมยกคิ้ว “คุณบอกว่าไม่กินของหวาน”
“ผมเปลี่ยนใจได้”
“งั้นฉันคิดเงินนะคะ”
แม็กซ์สั่งกาแฟให้ตัวเองและขอทาร์ตมะนาวหนึ่งชิ้น คีรินทร์มองจานของเลขาฯ อยู่แวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร พริมวางกาแฟกับเค้กลงตรงโต๊ะมุมเดิม ขณะที่แม็กซ์ยืนเปิดแท็บเล็ตให้ดูข่าวที่กำลังแพร่กระจาย
“มีคนแชร์คลิปไปหลายเพจแล้วครับ บางคนก็ถามว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า”
“เราไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถามบนอินเทอร์เน็ต” พริมว่า “ถ้าตอบผิด ๆ ก็ยิ่งทำให้เขาคิดว่ามีอะไรให้ค้นต่อ”
“เห็นด้วยครับ” แม็กซ์พยักหน้า “ผมจะให้ฝ่ายสื่อสารลงข้อมูลเรื่องโครงการตลาดแทน จะได้อธิบายว่าคุณพริมกับคุณคีรินทร์พบกันเพราะงาน”
คีรินทร์มองพริม
“คุณโอเคไหม”
“ถ้าเขียนว่าฉันเป็นเจ้าของร้านและกำลังทำแผนตลาดด้วยก็ดีค่ะ ไม่ต้องเขียนว่าฉันเป็นผู้หญิงลึกลับหรือคนสนิทของใคร”
“ตกลง” เขาหันไปบอกแม็กซ์ “ให้เขียนตามนั้น ส่งให้คุณพริมดูก่อนเผยแพร่”
“รับทราบครับ”
การที่คีรินทร์ถามความเห็นเธอก่อนตัดสินใจทำให้พริมรู้สึกดีขึ้นนิดหนึ่ง เธอกลับไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อช่วยลูกค้า แต่เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นเสียก่อน เขาก้มดูหน้าจอแล้วสีหน้าสงบก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
“ครับ” เขารับสาย
พริมไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่ร้านเงียบลงพอดี เสียงปลายสายดังลอดออกมาเป็นคำสั้น ๆ ที่พอจับใจความได้ว่าเป็นเรื่องการประชุมครอบครัวและนัดหมายคืนนี้
“ผมจำได้ครับ” คีรินทร์ตอบ “ผมจะไป”
เขาวางสาย ก่อนหันมาสบตาพริมที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เรื่องงาน”
“ตอบเหมือนคนในละครเลยค่ะ”
แม็กซ์ยิ้มมุมปาก
“น่าจะเป็นเรื่องนัดพบครอบครัวกับพันธมิตรธุรกิจครับ”
คีรินทร์เหลือบมองเลขาคนสนิท
“แม็กซ์”
“ขอโทษครับ ผมนึกว่าคุณพริมควรรู้ เพราะข่าววันนี้อาจทำให้มีคนถามเรื่องนี้มากขึ้น”
พริมวางผ้าเช็ดเคาน์เตอร์
“เรื่องอะไรคะ”
คีรินทร์ถอนหายใจเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดแค่ไหน
“ครอบครัวผมอยากให้ผมรู้จักลูกสาวของพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น”
“เพื่อทำงานด้วยกัน?”
“ประมาณนั้น”
แม็กซ์ทำท่าจะเสริม แต่คีรินทร์ยกมือห้ามไว้ก่อน
“ผู้ใหญ่คิดว่าการแต่งงานอาจทำให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจแน่นแฟ้นขึ้น” เขาพูดในที่สุด “แต่ผมยังไม่ได้ตกลงอะไร”
พริมไม่ได้แสดงสีหน้าใดเป็นพิเศษ เธอหยิบถ้วยกาแฟเปล่าจากโต๊ะแล้วนำไปไว้หลังเคาน์เตอร์
“แล้วคุณอยากแต่งงานไหมคะ”
“ไม่ใช่เรื่องที่ผมกำลังคิดตอนนี้”
“แปลว่ายังไม่รู้”
“แปลว่าผมมีเรื่องต้องจัดการมากกว่านั้น”
“อย่างเช่นตลาดกับเค้กส้ม?”
“อย่างเช่นโครงการตลาด” เขาตอบเร็วเกินไป
พริมก้มหน้าเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน
“คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องส่วนตัวให้ฉันฟังก็ได้ค่ะ เราเพิ่งรู้จักกัน”
“ผมรู้”
“แล้วก็ไม่จำเป็นต้องบอกคนอื่นว่าเราเป็นอะไรกันด้วย”
“ผมยังไม่ได้บอก”
“ดีค่ะ เพราะตอนนี้เราเป็นแค่คนทำขนมกับคนกินขนม”
คีรินทร์มองเค้กส้มบนจานของตัวเอง ก่อนเลื่อนสายตากลับมาหาเธอ
“แล้วถ้าผมอยากเป็นมากกว่านั้นล่ะ”
พริมชะงักมือที่กำลังเก็บถ้วย ส่วนแม็กซ์เกือบสำลักกาแฟ
“คุณหมายถึงอยากกินมากกว่าหนึ่งชิ้นหรือคะ” เธอถามกลบเกลื่อน
คีรินทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบ
“หมายถึงอยากเป็นลูกค้าประจำ”
“ลูกค้าประจำก็ต้องสะสมแต้มค่ะ ซื้อครบสิบชิ้นฟรีหนึ่งชิ้น”
“ผมไม่สะสมแต้ม”
“งั้นก็จ่ายเต็มราคาค่ะ”
“ได้”
แม็กซ์ก้มหน้าซ่อนยิ้มลงกับแก้วกาแฟ พริมเองก็ไม่แน่ใจว่าควรหัวเราะหรือทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอจึงหันไปจัดขนมในตู้ต่อ
ไม่นานนัก ลูกค้าที่นั่งโต๊ะมุมร้านก็เดินเข้ามาถามอย่างสุภาพว่า
“ขอโทษนะคะ คุณสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่าคะ คลิปเมื่อวานน่ารักมากเลย”
พริมกำลังจะตอบ แต่คีรินทร์พูดขึ้นก่อน
“เธอเป็นเจ้าของร้านครับ”
น้ำเสียงเขาไม่ได้เย็นชา ทว่าแฝงความจริงจังชัดเจน
พริมมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มให้ลูกค้า
“และเขาเป็นลูกค้าที่ชอบเค้กส้มค่ะ”
ลูกค้าหัวเราะ
“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นขอเค้กส้มกลับบ้านหนึ่งชิ้นนะคะ”
“ได้เลยค่ะ”
บรรยากาศในร้านผ่อนคลายลง ผู้คนกลับไปสนใจขนมและกาแฟมากกว่าคลิปบนโทรศัพท์ พริมวางถุงเค้กให้ลูกค้า แล้วหันไปเห็นคีรินทร์จ่ายเงินเสร็จพอดี
“คุณจะไปแล้วเหรอคะ”
“ผมมีประชุม”
“เค้กส้มกินหมดแล้วหรือยังคะ”
เขาก้มมองจาน
“หมดแล้ว”
“แปลว่าอร่อยใช่ไหม”
“แปลว่าหมดแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะถือว่าเป็นคำชม”
คีรินทร์เดินไปถึงหน้าประตู ก่อนหันกลับมา
“เรื่องข่าว ถ้ามีอะไรทำให้ร้านคุณเดือดร้อน บอกผมได้”
“ฉันจัดการเองได้ค่ะ”
“ผมรู้” เขาตอบ “แต่คุณไม่จำเป็นต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว”
พริมไม่ทันได้ตอบ เขาก็เปิดประตูออกไปพร้อมแม็กซ์ แสงเช้าส่องเข้ามาในร้านชั่วครู่ ก่อนประตูจะปิดลง
พริมกลับไปทำงานต่อ แต่ประโยคนั้นยังติดอยู่ในใจ เธอไม่ชอบให้ใครมองว่าเธอช่วยตัวเองไม่ได้ ทว่าคีรินทร์ไม่ได้พูดเหมือนกำลังจะเข้ามาจัดการแทน แค่บอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างลำพัง
โทรศัพท์ของพริมสั่นบนเคาน์เตอร์ เป็นข้อความจากเพจตลาดกุหลาบที่แชร์คลิปเดียวกัน พร้อมแคปชันแก้ข่าวว่า “เจ้าของร้านละมุนกำลังร่วมพัฒนาแผนตลาด”
อย่างน้อยก็ไม่มีคำว่าแฟนสาวลึกลับแล้ว
เธอเงยหน้ามองประตูที่คีรินทร์เพิ่งเดินออกไป แล้วก้มลงเขียนรายการวัตถุดิบสำหรับทาร์ตมะนาวถาดใหม่
“พี่พริมจะทำทาร์ตเพิ่มเหรอคะ” เด็กฝึกงานถาม
“ลูกค้าสั่งค่ะ”
“ลูกค้าคนไหนคะ”
“ลูกค้าทั่วไป”
เด็กฝึกงานยิ้มกว้าง “ถ้าคุณคีรินทร์กลับมา หนูจะบอกว่าเหลือชิ้นสุดท้ายค่ะ”
“ห้ามโกหกลูกค้านะคะ”
“ค่ะ งั้นหนูจะอบเพิ่มไว้เผื่อ”
พริมส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ห้าม เธอหันกลับไปตีครีมต่อ ขณะเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นข้อความจากเบอร์ที่เธอไม่มีชื่อบันทึกไว้
เบอร์ที่ไม่รู้จัก : ผมจะส่งข้อมูลตลาดให้พรุ่งนี้ครับ คีรินทร์
พริมอ่านแล้วพิมพ์ตอบสั้น ๆ ว่า
พริม : ขอบคุณค่ะ
ไม่ถึงนาที ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
เบอร์ที่ไม่รู้จัก : แล้วก็เค้กส้มอร่อย
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าของพริมโดยไม่รู้ตัว เธอวางโทรศัพท์ลงและกลับไปทำงานต่อ พร้อมบอกตัวเองว่าเธอยิ้มเพราะคำชมเรื่องขนมเท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับคนชมเลยสักนิด
