บทที่ 5 ตอนที่ 5 ข้อเสนอสามเดือน

ตอนที่ 5 ข้อเสนอสามเดือน

#เช้าวันถัดมา

พริมเปิดอีเมลที่คีรินทร์ให้แม็กซ์ส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อคืน ไฟล์แนบมีทั้งข้อมูลจำนวนคนเดินตลาด รายงานค่าใช้จ่ายระบบไฟ และแบบแปลนพื้นที่ที่บริษัทกำลังพิจารณา

เธออ่านตัวเลขทีละหน้า จดข้อสงสัยลงข้างกระดาษ แล้ววงแผนผังตรงทางเดินหน้าร้านดอกไม้ที่พื้นแตกร้าว จุดที่ลุงชาญบอกว่าคนแก่เดินลำบากถูกทำเครื่องหมายไว้ในรายงานของบริษัทด้วย

อย่างน้อยคีรินทร์ก็ไม่ได้พูดเอาใจอย่างเดียว

พริมกำลังจะส่งคำถามกลับไปหาแม็กซ์ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ชายเจ้าของเสียงทุ้มที่คุ้นหูเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มบาง ๆ ในมือ

“วันนี้มาเร็วกว่าร้านเปิดอีกแล้วนะคะ” พริมทัก

“ผมมาถึงตอนร้านเปิด”

“ร้านเปิดมาได้หนึ่งนาทีค่ะ”

“ก็เปิดแล้ว”

พริมพยักหน้ารับ ก่อนเลื่อนแก้วกาแฟดำไปตรงหน้าเขา

“วันนี้รับเค้กส้มไหมคะ”

“รับครับ”

คำตอบรวดเร็วทำให้เธอแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมแสดงออก เธอจัดเค้กใส่จานแล้ววางข้างกาแฟ ก่อนเลื่อนแฟ้มเอกสารของบริษัทไปตรงหน้าเขา

“ฉันดูข้อมูลแล้วค่ะ ทางเดินตรงนี้ซ่อมได้โดยไม่ต้องปิดตลาดทั้งหมด แต่ต้องขอราคาจากช่างเพิ่มอีกสองเจ้า”

“ผมให้ทีมช่วยติดต่อได้”

“ขอรายชื่อไว้ก็พอค่ะ ฉันจะติดต่อเอง จะได้เปรียบเทียบราคาเหมือนกันทุกเจ้า”

คีรินทร์พยักหน้า ไม่ได้ค้าน

“ได้”

พริมเปิดสมุดของตัวเอง อธิบายตัวเลขที่เธอปรับจากแผนเมื่อวาน ทั้งคู่คุยกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง คีรินทร์ถามละเอียดแต่ไม่ได้พูดแทรก ส่วนพริมก็อธิบายอย่างมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าเขาตั้งใจฟังจริง

“ถ้าทดลองจัดตลาดหนึ่งวัน เราจะใช้พื้นที่ตรงลานกลางเป็นเวทีเล็ก ๆ” เธอชี้บนแผนผัง “ร้านค้าจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าบูธเพิ่ม แล้วเราก็ทำแผนที่ให้คนเดินตามร้านได้”

“ถ้าคนมามากกว่าที่คาด ลานตรงนี้อาจแออัด”

“งั้นต้องมีทางเดินสำรองค่ะ ฉันจะลองคุยกับร้านดอกไม้กับร้านรองเท้า”

“ผมช่วยประสานให้ได้”

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันอยากคุยเองก่อน”

คีรินทร์วางปากกา “คุณชอบทำทุกอย่างด้วยตัวเอง”

“ฉันชอบรู้ว่าตัวเองกำลังตกลงอะไรค่ะ รับความช่วยเหลือได้ แต่ต้องรู้เงื่อนไข”

เขามองเธอเหมือนกำลังจดจำคำพูดนั้นไว้ ก่อนโทรศัพท์บนโต๊ะจะสั่นขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ ‘แม่’ คีรินทร์มองมันครู่หนึ่งแล้วกดรับ

“ครับแม่”

พริมก้มหน้าทำเหมือนไม่ได้ยิน แต่เสียงของคุณหญิงอรอนงค์ดังพอให้ได้ยินเป็นช่วง ๆ

(คืนนี้อย่าลืมไปพบคุณอัครเดชนะลูกมมะลิก็จะไปด้วย ผู้ใหญ่คุยกันไว้แล้ว)

คีรินทร์เหลือบมองพริมอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนลุกเดินไปคุยใกล้ประตู

“ผมทราบครับ แต่ผมยังไม่ได้รับปากเรื่องอะไร”

เขาฟังปลายสายอีกครู่หนึ่ง สีหน้าที่นิ่งอยู่แล้วดูเคร่งขึ้นเล็กน้อย

“ครับ ผมจะไปคุยเอง”

เมื่อวางสาย เขากลับมานั่งที่โต๊ะ พริมไม่ได้ถามทันที เพียงยกจานเค้กวางตรงหน้าเขาอีกครั้ง

“เค้กเย็นแล้วค่ะ”

“ขอบคุณ”

“เรื่องที่บ้านคุณ…” เธอเริ่ม ก่อนหยุดไป “ไม่ต้องเล่าก็ได้ค่ะ”

“ผมจะไปพบครอบครัวของมะลิคืนนี้”

“เพื่อคุยเรื่องงานหรือเรื่องแต่งงานคะ”

“ผู้ใหญ่อยากให้เป็นทั้งสองอย่าง”

“แล้วคุณอยากให้เป็นอะไร”

“เรื่องงาน”

“คุณบอกพวกเขาหรือยัง”

“ยัง”

“ทำไมคะ”

คีรินทร์นิ่งไปก่อนตอบ

“เพราะบางครั้งการปฏิเสธตรง ๆ ทำให้คนอื่นคิดว่าผมไม่เห็นค่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจ”

“แต่ถ้าคุณไม่ปฏิเสธ เขาก็คิดว่าคุณตกลงแล้วสิคะ”

“ผมรู้”

พริมไม่ได้เสริมอะไร เธอเข้าใจว่าครอบครัวของเขาคงมีเรื่องที่ซับซ้อนกว่าการตอบตกลงหรือปฏิเสธ ทว่าเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองควรเป็นคนแก้ปัญหาให้เขา

คีรินทร์ยกกาแฟขึ้นดื่ม ก่อนวางแก้วลงอย่างช้า ๆ

“ผมมีข้อเสนออยากคุยกับคุณ”

พริมมองเขาระแวดระวังขึ้นทันที

“ถ้าเป็นเรื่องร้าน ฉันขอฟังเป็นข้อ ๆ ค่ะ”

“ไม่ใช่เรื่องร้านโดยตรง”

“งั้นยิ่งต้องฟังเป็นข้อ ๆ เลยค่ะ”

เขาดึงแฟ้มอีกเล่มออกจากกระเป๋า แต่ยังไม่เปิด

“ผมอยากให้คุณช่วยเป็นคู่หมั้นของผมชั่วคราว”

พริมกระพริบตา

“ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันได้ยินว่าคุณอยากให้ฉันเป็นอะไร”

“คู่หมั้นกำมะลอ”

“คุณคีรินทร์คะ เราเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน”

“ผมรู้”

“แล้วนี่เป็นข้อเสนอที่คุณยื่นให้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเหรอคะ”

“ผมคิดว่าคุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ และเราก็มีข่าวลืออยู่แล้ว”

“แค่มีคนถ่ายคลิปคุณกินเค้ก ไม่ได้แปลว่าฉันควรต้องมาเป็นคู่หมั้นคุณนะคะ”

“ผมไม่ได้บอกว่าคุณควร” เขาตอบทันที “ผมกำลังถามว่าคุณสนใจไหม”

น้ำเสียงเขายังนิ่ง แต่แววตาจริงจังกว่าตอนคุยเรื่องแผนตลาด พริมกอดอกพิงเคาน์เตอร์ รอฟังต่อ

“ทำไมต้องเป็นฉันคะ”

“คุณรู้จักตลาดและไม่กลัวจะพูดในสิ่งที่คิด ผมไม่อยากใช้คนที่ผู้ใหญ่เลือกมาให้เพื่อรักษาหน้าธุรกิจ”

“แล้วคุณคิดว่าฉันจะยอมทำเพราะอะไร”

“คุณจะได้มีพื้นที่นำเสนอแผนตลาดต่อสื่อและคณะกรรมการ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นแค่เจ้าของร้านเล็ก ๆ”

พริมส่ายหน้า

“ฉันไม่อยากใช้สถานะคู่หมั้นเพื่อให้คนฟังเรื่องตลาดค่ะ ถ้าแผนดีพอ เขาควรฟังเพราะข้อมูล ไม่ใช่เพราะฉันยืนข้างคุณ”

“ผมเห็นด้วย” คีรินทร์ตอบ “แต่ความจริงคือคนสนใจข่าวมากกว่ารายงาน ถ้าคุณใช้ความสนใจนั้นดึงสายตากลับมาที่ตลาดได้ คุณอาจมีโอกาสมากขึ้น”

พริมเงียบไป เธอไม่ชอบความคิดที่ต้องเอาชีวิตส่วนตัวไปแลกกับพื้นที่สื่อ แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ข่าวลือเริ่มมีคนจับตาร้านอยู่แล้ว สิ่งที่ต่างกันคือเธอจะเลือกใช้มันเอง หรือปล่อยให้คนอื่นแต่งเรื่องแทน

“นานแค่ไหนคะ”

“สามเดือน”

“ทำไมสามเดือน”

“พอให้ผมปฏิเสธการจับคู่ทางธุรกิจอย่างชัดเจน และพอให้คุณนำเสนอแผนตลาดจนบอร์ดตัดสินใจ”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ”

“เราประกาศยุติการหมั้นด้วยเหตุผลว่าไม่เหมาะสมกัน”

“แล้วระหว่างสามเดือนนั้น คุณคาดหวังอะไรจากฉันบ้าง”

“ร่วมงานตามกำหนดที่ตกลงกัน ออกงานบางครั้ง และให้สัมภาษณ์เท่าที่คุณยินยอม”

“จับมือ ถ่ายรูป หรือทำอะไรแบบคู่รัก?”

“เฉพาะเมื่อคุณตกลง”

“ถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ”

“ผมก็จะกลับไปปฏิเสธครอบครัวด้วยตัวเอง”

พริมมองเขานิ่ง ๆ เธอรู้สึกประหลาดใจที่เขาไม่ได้พยายามกดดันหรืออ้างว่าข่าวลือทำให้เธอจำเป็นต้องช่วยเขา แต่คำว่า “คู่หมั้น” ยังเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะตอบรับระหว่างที่เขายังนั่งกินเค้กอยู่ตรงหน้า

“ฉันขอดูสัญญาก่อนค่ะ”

คีรินทร์พยักหน้า

“ผมให้แม็กซ์ส่งร่างมาให้วันนี้ คุณอ่านกับทนายได้ และแก้ทุกข้อที่ไม่สบายใจ”

“ฉันจะไม่เซ็นเพราะคุณเป็นเจ้าของพื้นที่ตลาด”

“ผมไม่เอาเรื่องนั้นมาเป็นเงื่อนไข”

“แล้วแผนตลาดก็ต้องพิจารณาเหมือนข้อเสนอของร้านอื่น ไม่ใช่เพราะฉันเป็นคู่หมั้นคุณ”

“ตกลง”

“ถ้าฉันไม่ชอบใจ ฉันยกเลิกได้”

“ได้”

“ถ้ามีข่าวอะไร คุณต้องบอกฉันก่อน ไม่ใช่ให้ฉันรู้จากคนอื่น”

“ตกลง”

พริมยกมือขึ้นห้าม

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันยังไม่ได้รับปาก แค่กำลังถามเงื่อนไขเบื้องต้น”

“ผมเข้าใจ”

คีรินทร์หยิบเค้กส้มคำสุดท้ายเข้าปาก พริมมองจานเปล่าแล้วเลิกคิ้ว

“คุณบอกว่าจะคุยเรื่องข้อเสนอ แต่กินเค้กหมดก่อนเลยนะคะ”

“ผมฟังอยู่”

“แล้วเค้กอร่อยไหม”

เขากลืนลงคอ

“อร่อย”

“ชัดเจนขึ้นเยอะเลยค่ะ”

คีรินทร์ลุกขึ้น เก็บแฟ้มของตัวเองไว้ในมือ

“ผมจะให้แม็กซ์ส่งร่างสัญญา”

“ฉันจะอ่านค่ะ แต่ยังไม่รับปาก”

“ผมไม่ได้ขอให้คุณตอบวันนี้”

เขาเดินไปถึงประตู พริมเรียกไว้ก่อน

“คุณคีรินทร์คะ”

เขาหันกลับมา

“ถ้าเราทำเรื่องนี้จริง อย่าเรียกฉันว่าเด็กต่อหน้าคนอื่นนะคะ ฉันไม่ใช่เครื่องประดับของคุณ”

แววตาของเขาอ่อนลงนิดหนึ่ง

“ผมจะจำไว้”

เมื่อประตูปิดลง พริมยังยืนอยู่ที่เดิม เธอมองแฟ้มแผนตลาดบนโต๊ะ แล้วนึกถึงคำถามของเขาสนใจไหม

เธอยังไม่มีคำตอบ

แต่บ่ายวันนั้น แม็กซ์ส่งเอกสารร่างมาให้จริง ๆ พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า ‘คุณคีรินทร์ฝากบอกว่าไม่ต้องรีบตัดสินใจครับ’

พริมเปิดไฟล์ขึ้นมา หน้าแรกเขียนตัวหนาว่า

‘ข้อตกลงการหมั้นหมายชั่วคราว’

เธออ่านบรรทัดแรกแล้วถอนหายใจ ก่อนหยิบปากกาสีแดงขึ้นมา

ถ้าจะเป็นคู่หมั้นกำมะลอของเจ้าพ่อจริง ๆ อย่างน้อยสัญญาฉบับนี้ก็ต้องเป็นฉบับที่เธอเขียนกฎเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป