บทที่ 1 บทนำ
ขนตาหนาเป็นแพขยับอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินเสียงวุ่นวายที่อยู่ด้านนอกสิ่งแรกที่ปรากฏคือแสงสว่างของอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน
คิ้วงามขมวดอย่างมึนงง ก่อนจะเริ่มขยี้ตาเพื่อปรับให้เห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น พอข้าวของเครื่องใช้ สิ่งต่างๆ ที่เริ่มคุ้นเคยปรากฏขึ้นในสายตา ชุยจินหว่าน ก็เกือบจะกรีดร้องออกมา
เป็นไปได้อย่างไร!!! ยามนี้นางอยู่ภายในห้องนอนของตนเอง เมื่อยกมือขึ้นมาสำรวจก็พบว่ามือของตนเองช่างเล็กและบอบบางนัก
สาวใช้ด้านนอกเหมือนจะได้ยินเสียงของคุณหนูเคลื่อนไหวจึงได้เดินเข้ามาดูอย่างรีบร้อน
“โถ่ คุณหนูของบ่าว สวรรค์เมตตาแล้ว ดีเพียงใดที่ท่านฟื้นขึ้นมา” เสียงสะอื้นของเสี่ยวผิง สาวใช้ข้างกายของจินหว่านร้องอย่างดีใจอยู่ข้างเตียงของนาง
“เกิดอันใดขึ้น” เสียงเล็กแหลมทั้งยังแหบพร่า ทำให้จินหว่านนิ่งอึ้งชะงักไปทันที
“คุณหนูจำมิได้หรือเจ้าคะ คุณหนูกับคุณหนูรองทะเลาะกันแล้วตกลงไปในสระน้ำกันทั้งคู่ แต่คุณหนูรองได้สติตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว เหลือเพียงแค่คุณหนูของบ่าวที่ยังมิได้สติจนมาถึงวันนี้”
พอเสี่ยวผิงอ้าปากเล่าออกมา ความโกรธแค้นของนางที่ไม่อาจจะเข้าช่วยคุณหนูของตนไว้ได้ก็ออกมาด้วย
จินหว่าน หวนคิดย้อนกลับไปก็ดูเหมือนจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ แต่เมื่อตอนนั้นนางเพิ่งจะอายุได้เพียงสิบหนาวเท่านั้น
คุณหนูรองที่เสี่ยวผิงพูดถึงคงไม่แคล้ว ชุยจินหร่วน บุตรีของท่านอารองของนาง ชุยหมิ่นอารองของนางเพิ่งจะเดินทางกลับมารับตำแหน่งในเมืองหลวงเมื่อสองเดือนก่อนที่จะเกิดเรื่อง ตอนนั้นนางกับจินหร่วนกำลังแย่งดอกไม้ผ้าไหมที่ใช้ประดับผมกันอยู่
เดิมทีก็เป็นของนางแท้ๆ แต่จินหร่วนกลับเป็นฝ่ายที่อยากได้ หากขอดีๆ มีหรือที่ญาติผู้พี่อย่างนางที่มีเครื่องประดับหลายหีบจะไม่ให้นาง แต่ด้วยนางต้องการจะแย่งชิงไปจากมือ นั่นคือสิ่งที่จินหว่านรับไม่ได้
ทั้งสองยื้อแย่งกันจนพลัดตกลงไปในน้ำ สาวใช้ที่อยู่รอบตัวต่างก็ว่ายน้ำกันไม่เป็น ทำให้เสียเวลาวิ่งไปตามคนมาช่วยอยู่นาน นางจะไม่เป็นอันใดมากเลยหากไม่ใช่ว่าจินหร่วนกดหัวนางลงน้ำอยู่หลายหน
พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณจินหร่วนที่ทำให้นางได้ย้อนเวลากลับมาดีหรือไม่ เมื่อภพที่แล้วชีวิตนางช่างเลวร้ายนัก นางต้องยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับโซ่วอ๋อง หลี่หรงหาน พระโอรสองค์รองของฮ่องเต้ ที่เกิดจากซ่งเสียนเฟย หลังจากที่ถูกจ้าวตงหยุนช่วยชีวิตเอาไว้ไม่ให้นางถูกโจรชั่วย่ำยี ชื่อเสียงของนางไม่หลงเหลือแล้วจำต้องแต่งให้จ้าวตงหยุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกอย่างหลี่หรงหานถูกทำลายเส้นเอ็นที่ขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นผู้พิการเดินไม่ได้ไปแล้วเขาจึงยอมถอนหมั้นให้นางแต่โดยดี
จ้าวตงหยุนสอบได้จอหงวนในปีนั้น แต่บัณฑิตที่ยากไร้จะได้แต่งให้นางได้อย่างไรหากไม่ใช่ว่าชื่อเสียงของนางไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้นบิดามารดาก็ไม่ได้ยินยอมตั้งแต่แรก แต่นางดื้อรั้นเห็นเขาเป็นผู้มีพระคุณของนางจึงอยากจะแต่งให้เขา
แต่ไม่คิดว่า จ้าวตงหยุนจะต้องการบ้านเดิมของนางเพื่อหนุนให้อนาคตในราชสำนักของเขารุ่งเรืองขึ้น ในภายหลังนางยังไม่ได้รู้เขาและจินหร่วนร่วมมือกันทำให้นางต้องตกอยู่ในวงล้อมของโจรชั่ว แล้วทำทีเป็นบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วยหญิงงาม
ความรักในช่วงแรกที่จ้าวตงหยุนมอบให้นางเป็นเรื่องจริง อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าสาวงามล่มเมือง ต่อให้จุดโคมหาทั่วทั้งเมืองหลวงจะพบสาวงามเช่นนางหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่สัญญาและข้อตกลงที่เขาทำไว้กับจินหร่วนก็ไม่อาจปฏิเสธนางได้ มิเช่นนั้นนางจะเปิดเผยแผนการที่เขาวางเอาไว้ออกมา
ยิ่งได้มาเจอกับหลี่หรงฝู ที่หมายตานางเข้าด้วยแล้ว เพื่อแลกกับอำนาจที่หอมหวาน จ้าวตงหยุนจึงยอมตัดใจยกภรรยาของตนให้เขาในทันทีและได้ทำตามสัญญาที่มอบให้จินหร่วนอีกด้วย
บิดาที่เป็นเสนาบดีกรมคลัง กับมารดาที่เป็นฮูหยินตราตั้งชั้นหนึ่ง ถึงกลับโกรธนางจนไม่ยอมติดต่อหลังจากที่ออกเรือนไป มีเพียงพี่ชายที่ยังติดต่อดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่เมื่อตำแหน่งของจ้าวตงหยุนในราชสำนักดีขึ้น บิดากับมารดาก็ยอมใจอ่อนให้นางได้กลับบ้านเดิม แต่นางได้กลับไปแสดงความกตัญญูกับบิดามารดาได้เพียงแค่ครั้งเดียว ก็ถูกส่งตัวให้หลี่หรงฝูเสียแล้ว
เมื่อคิดถึงความรักใคร่ที่หลี่หรงฝูมอบให้ จินหว่านก็อดที่จะสั่นสะท้านออกมาไม่ได้ นางเป็นสตรีที่ได้ชื่อว่าสองสามี จึงไม่อาจได้รับฐานะใดในวังหลัง ทั้งยังถูกกักขังเอาไว้ในกรงทองที่ไม่อาจออกมามองภายนอกได้
หลี่หรงฝู แม้จะรักนางจากใจยิ่ง ทั้งยังมอบสิ่งที่ดีที่สุดในวังหลวงเท่าที่เขาจะมีให้นางจนสิ้น แต่กลายเป็นสร้างความอิจฉาให้ฮองเฮาและสนมนับพันของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถึงจะซ่อนนางให้พ้นจากสายตาของผู้คนแล้ว แต่ผู้ใดจะคิด ฮองเฮายังสามารถหาโอกาสเล่นงานนางได้
“ข้าก็นึกว่าสตรีใดที่ฝ่าบาทหวงแหนจนต้องสร้างเรือนทองคำเพื่อซ่อนสาวงาม อาหว่าน...เจ้านั้นเอง หากฝ่าบาทบอกกล่าวข้าสักคำ ข้าจะใจดำไม่ให้รับเจ้าที่แปดเปื้อนแล้วเข้าวังหลังได้อย่างไร ทั้งข้า...ยังจะมอบตำแหน่งให้เจ้าอีกด้วย” สายตาของมู่ฮองเฮาที่จ้องมองมายังใบหน้าของจินหว่าน มีทั้งแววรังเกียจที่ปิดไม่มิด ทั้งความอิจฉาที่สวรรค์ช่างลำเอียงมอบความงามทั้งหมดให้นางอย่างไม่มีสตรีใดในแคว้นจะเทียบได้
