บทที่ 7 ชีวิตใหม่
ตอนที่ 7
ความรักฉันคงเป็นดั่งเส้นผม
ที่เธอเคยดูแล
และให้ความสําคัญมากเพียงใด
ก่อนที่เธอจะตัดมันทิ้งไป
อย่างไม่มีแม้เยื่อใย
และฉันคงเป็นอะไร
ที่เธอไม่ต้องการ
แต่รู้มั้ยสิ่งที่เธอได้ทิ้งมันไปวันนั้น
ก็คือใจของฉันที่ไม่มีวันสลาย
ยังเป็นอย่างนี้ตลอด
ยังคงรักเธอไม่เคยจะเปลี่ยน
แม้วันนี้ฉันไม่มีความหมายอะไร
จะอยู่อย่างนี้จะเป็น
แค่เพียงความรักที่ไม่มีค่า
เหมือนเศษผมที่จะเป็นอย่างนี้
ที่ยังคงจะรักเธอตลอดไป
ชีวิตฉันก็คงเป็นแบบนั้น
ที่คงมีสักวัน
ความรักก็คงต้องมีวันผลัดเปลี่ยน
และเธอก็คงได้พบใคร
คนที่เธอนั้นพอใจ
และฉันคงเป็นอะไร
ที่เธอไม่ต้องการ
แต่รู้มั้ยสิ่งที่เธอได้ทิ้งมันไปวันนั้น
ก็คือใจของฉันที่ไม่มีวันสลาย
หลังจากที่ฉันได้เรียนออนไลน์ไปได้เพียงเดือนเดียว ฉันก็เริ่มต้นการทำงานที่บริษัทของแม่บุญธรรมของฉัน พวกท่านให้ฉันอยู่ในตำแหน่ง พนักงานทั่วไป คอยดูการทำงานของฉัน เหมือนกับพนักงานคนอื่น ๆ ซึ่งตอนแรกแม่บุญธรรมจะให้ฉันเป็นเลขา แต่ฉันไม่ได้มีความสามารถมากมายขนาดนั้น และประสบการณ์ของฉันก็ยังไม่มีอะไรมากมายขนาดนั้น อาจจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้ได้ ฉันก็เลยขอเป็นพนักงานธรรมดาก่อน
“ตั้งใจทำงานนะลูก พักเที่ยงก็กินข้าวด้วยนะยิ่งตั้งท้องอยู่ด้วย”
“ได้ค่ะคุณแม่”
“หยุดเสาร์อาทิตย์กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ลูกด้วยนะ พวกท่านคงคิดถึงลูกแล้วนะ”
“ได้ค่ะคุณแม่ หนูไปทำงานก่อนนะคะ”
การทำงานในช่วงแรกอาจจะดูไม่ค่อยดีนัก งานที่ฉันยังไม่รู้ก็มีเยอะพ่อสมควร แต่หลังจากที่ฉันปรับตัวได้มันก็โอเคขึ้น ฉันเริ่มสนิทกับบรรดารุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกัน ไม่รู้ว่าฉันนั้นทำบุญเยอะหรืออะไร แต่พี่ ๆ ที่ทำงานชอบฉันมาก เลิกงานวันนี้อันน์มารับฉันด้วยตัวเอง รถคันหรูขับมาเทียบจอดหน้าบริษัท
“พี่สาวขึ้นรถได้แล้ว อย่ายืนนานเลยเดี๋ยวปวดท้องนะ”
“จ้า ขอบคุณนะที่มารับพี่น่ะ”
“พี่นั่งหน้า อัพไปนั่งหลังพี่สาวฉันท้องอยู่”
แฟนหนุ่มของอันน์เปิดประตูแล้วลงไปนั่งด้านหลัง ฉันเลยเดินเข้าไปนั่งด้านหน้าแทน ฉันรู้สึกเกรงใจมากแต่น้องอัพนั้นกลับยิ้มอย่างสุภาพ เป้นผู้ชายที่สุภาพอ่อนโยนจริง ๆ ด้วยสินะ ฉันกลับบ้านมาก็ถูกขุนจากคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ฉันอ้วนขึ้นมากกว่าแต่ก่อน กินข้าวเสร็จก็เดินย่อยอาหารที่กินไปกับคุณแม่
“แม่อ้อนคะ ขอบคุณนะคะ”
“เด็กดีอย่าขอบคุณอีกเลย แม่ชอบที่หนูน่ารักและอ่อนโยน เรื่องของคนพวกนั้นอยากจัดการมั้ย”
“รอหนูคลอดก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูค่อยจัดการคนพวกนั้น”
“วันนี้แม่ว่าง อากาศก็ดีเราไปเดินห้างสรรพสินค้าของบ้านเราด้วยกันมั้ย ท้องเริ่มโตขึ้นมากแล้วไปซื้อชุดกัน”
“ได้ค่ะแม่อ้อน”
ฉันกับแม่อ้อนเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าของเครือแม่อ้อนเอง เดินเลือกซื้อชุดคลุมท้อง ฉันชอบมันมากเพราะแม่อ้อนซื้อให้ฉัน สายตาของฉันเหลือบไปเห็นคนกำลังซุบซิบกันเรื่องการแต่งงานของโอมทายาทคนเดียวของตระกูลวศิธร ฉันได้แต่เงียบและรู้สึกว่าฉันเฉย ๆ กับเรื่องพวกนี้มาก จนรู้สึกว่าฉันปลงไปเยอะมาก
“ชอบตัวนี้มั้ย”แม่อ้อนหันมามองฉันก่อนจะยื่นชุดคลุมท้องมาให้ฉัน
“ชอบมาเลยค่ะ”
“สีชมพูเข้ากับลูกมากลเลย”
“อันไหนที่แม่ว่าสวย หนูก็ว่าสวยค่ะ”
“นึกว่าใครที่แท้อีหน้าด้านที่มาแย่งผู้ชายของต้องตานี้น่า เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลยนะ”
“มีนาเธอก็นะอย่าด่ามันสิ อีนี้มันหน้าด้านด่าไปก็ไม่สะทกสะท้านหรอกนะ”
“พูดจบหรือยัง”ฉันหันไปถามคนเรามาพูดแบบนี้กับฉัน
“คิดว่าตัวเองเป็นใครมาถามฉันแบบนี้”
“ฉันไม่ใช่ทาสใครหรือลูกน้องใคร อย่ามาพูดกับฉันอีก ฉันไม่ใช่คนขี้โกหกเหมือนต้องตาหรอกนะ ถ้าได้เจอกับยัยนั้นฝากบอกยัยนั้นด้วยว่าความลับของยัยนั้นเยอะเลยถ้ายังปล่อยข่าวฉันเองก็จะปล่อยด้วยเหมือนกัน”
“นี้แกกล้าขู่ฉันหรอ”
“ฉันพูดจริงทำจริงตลอด”
ฉันพูดก่อนจะเดินหนี ฉันโกรธมากที่อีกฝ่ายมาพูดแบบนี้ แม่อ้อนจับมือของฉันเอาไว้ แม่อ้อนโทรหาใครบางคนแล้วบอกวว่าจะไม่ให้มีนากับเพื่อนเข้ามาที่ห้างสรรพสินค้าในเครือของแม่อ้อนทั้งหมด
ฉันมาทำงานปกติทุกวันไม่ขาดไม่สายไม่เคยลาเลยสักนิดจนล่วงเลยมาจนถึง 5 เดือน ช่วงนี้ใกล้ถึงกำหนดคลอดของฉันแล้ว แม่อ้อนเองก็เลยให้ฉันหยุดทำงานไปก่อน เพื่อฉันจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อลูกในท้องยิ่งท้องแฝดยิ่งลำบาก
"คุณแม่คะ ขนมคะ หนูตั้งทำให้คุณแม่เลยนะคะ"
"ขอบใจมากจ๊ะ"
"แล้วคุณพ่อล่ะคะคุณแม่"
"ออกไปดูงานตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ ตอนยังไม่กลับมาเลย ว่าแต่วันนี้จะกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของหนูหรือเปล่า"
" ไปค่ะ พอดีหนูทำขนมไปเยอะเลย หนูก็เลยกะว่าจะเอาขนมไปฝากคุณพ่อกับคุณแม่ด้วย"
"งั้นเดี๋ยวแม่ไปด้วยนะ"
"ได้เลยค่ะคุณแม่"
เพียงไม่นานอันน์กับอิฐก็มาที่บ้าน ตอนนี้คงจะปิดเทอมแล้วล่ะมั้ง พวกเขาถึงได้เห็นหน้าพวกเขาทั้งสองคน
"คุณแม่สวัสดีค่ะ พี่วิวสวัสดีค่ะ"
"คุณแม่สวัสดีครับ พี่วิวสวัสดีครับ"
"สวัสดีค่ะ กลับมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้นะ"
"ไม่ต้องพี่รีวิว คนใช้บ้านเราเยอะแยะจะตายไปจะให้พี่วิวที่ท้องโตอย่างนี้ ถือน้ำมาให้ได้ยังไง อุ้มไปเอาน้ำมา" น้องอันน์เดินไปนั่งแล้วเรียกแม่บ้านไปเอาน้ำมาแทน
"ค่ะคุณหนู"
"ตั้งแต่มีพี่วิวมาอยุ่บ้านเรา พวกเธอก็ขี้เกียจกันทั้งนั้นเลยนะ คอยดูเถอะถ้ามีเจ้าตัวเล็กขึ้นมาวิ่งเล่นแล้วก็พวกเธอจะหัวหมุน"
"ไม่เอาน่าอย่าดุนักเลย มากินขนมหวานเถอะ พี่ตั้งใจทำขนมหวานมาให้พวกเธอด้วยมาลองชิมกัน"
"ขอบคุณมากค่ะ"
"ขอบคุณมากครับ"
"ช่วงนี้เป็นไงบ้างเรียนหนักไหม"
"ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่เรียนก็เรื่อย ๆ อ่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หนูเรียนจบภายใน 4 ปีแน่นอน"
"แล้วแกล่ะ อิฐ คิดว่าแกจะเรียนจบได้ไหมลูก"
"โธ่แม่ผมอ่ะ เรียนศิลปกรรมศาสตร์มันไม่ยากขนาดนั้นหรอกครับแม่ไม่ต้องห่วง"
"พี่วิวจะคลอดวันไหนอ่ะ"
"หมอกำหนดว่าอาทิตย์หน้า แต่ถ้าเด็กมันแข็งแรงเกินไปแล้วอยากออกเร็ว คาดว่าก็ต้องรีบผ่าเพราะว่าพี่ท้องแฝด หมอก็เลยกลัวพี่จะเป็นอันตรายนะ"
"ถ้าพี่นิวคลอดลูกแล้วอ่ะ ฉันขอตั้งชื่อลูกพี่วิวนะ"
"แกนี่บ้าหรือเปล่า แกจะไปแย่งแม่เขาตั้งชื่อได้ยังไง วิวไม่ต้องไปฟังอันน์นะ วิวอยากให้ลูกชื่ออะไรก็ตามใจวิวเลย"
"คุณแม่อ่ะ ขัดอันน์อีกแล้วนะ ก็อันน์อยากเป็นแม่ทูลหัวของหลานทั้งสองคนนี้น่า"
"ยัยเด็กนี่ เหลือเกินจริง ๆ เลยนะ วันนี้แม่จะพาวิวกลับบ้านมาหาคุณพ่อคุณแม่ของเขา เราจะไปด้วยกันไหม พอดีว่าแม่จะแวะไปดูบ้านจัดสรรที่สร้างใหม่ด้วยอ่ะ"
"ไปสิคะ อันน์จะไปซื้อบ้าน เป็นของขวัญวันแต่งงานของอันน์ด้วย"
"ใครเขาให้รีบซื้อเรือนหอกัน งานแต่งงานก็ยังไม่ได้จัดทำไมรีบจังเลยคนสวยของแม่อ่ะ"
"แม่อ่ะ ก็อัน์น่ะอยากเตรียมเอาไว้ ถ้าเผื่อไอ้อัพ มันขอแต่งงานจะได้มีเรือนหอไว้ไง"
"ถึงแกจะรวย แต่แกก็ยังทำงานไม่เป็นนะ หัดประหยัดใช้บ้างสิลูก"
"ก็รวยอ่ะ ใช้ไปเถอะเดี๋ยวเงินมันบูด 55555+"
"เด็กคนนี้ร้ายนะเรา"
"ทานขนมกันเถอะ"
คุณแม่บอกก่อนที่พวกเราจะเริ่ใทานขนมกัน คุณแม่อ้อนเป็นคนใจดี เป็นคนร่าเริงอันน์ยังเป็นคนสวยสวนอันน์เป็นผู้หญิงแรง ๆ หน่อย แต่ว่าเขาก็ดูน่ารักเป็นตัวของตัวเองมาก เห็นเป็นผู้หญิงร้ายๆอย่างนี้แต่ว่าเรียนเก่งมาก ทุกเทอมจะได้ 4.00 ตลอด
อิฐจะเป็นเด็กที่ร่าเริงเหมือนกัน แต่บางครั้งก็ไม่พูดอะไรเจ็บตัวน้อย ๆแต่ชอบมาเล่นกับฉันอยู่บ่อยครั้ง แล้วชอบเรียกฉันว่าพี่อิ้งค์อย่างลืมตัวอยู่ตลอด ฉันคิดว่าเขาคงคิดถึงพี่สาวมากจริง ๆ
เรามาที่บ้านของพ่อกับแม่ที่แท้จริงของฉัน เขาก็ทำงานโดยปกติ ฉันมาเยี่ยมพ่อแม่ทุกอาทิตย์ พ่อแม่ของฉันก็บอกว่าไม่ต้องมาเยี่ยมบ่อยนักเพราะฉันกำลังท้องอยู่ ไม่อยากให้ฉันเดินทางไปบอยกลัวฉันได้รับการกระทบกระเทือน ชีวิตของฉันก็ดูเหมือนจะมีความสุข ถ้าฉันไม่เจอกับพวกเขาอีกครั้งที่บ้านจัดสรรที่เป็นโครงการใหม่
"ฉันก็นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง ผู้หญิงโกหกหลอกลวงลูกชายฉันให้แต่งงานด้วย หลอกแม้กระทั่งสามีของฉันให้ยอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้"
"สวัสดีค่ะคุณหญิงเพ็ญ"
"กองไว้ตรงนั้นแหละฉันไม่อยากได้คำไหว้ของเธอ มันเป็นเสนียดวงศ์ตระกูลของฉัน"
"เกินไปแล้วนะครับป้า แก่จนหัวหงอกแล้วเนี่ยยังอยากจะพูดว่าคนอื่นง่ายๆเป็นถึงคุณหญิงแทนที่ความเป็นผู้ดีของคุณป้าเนี่ยจะแสดงออกมาในด้านดีๆกลับทำให้ตัวเองดูเป็นมนุษย์ป้า"
"นังเด็กมารยาททราม พ่อแม่ไม่สั่งสอน ทำตัวเหมือนคนไม่มีมารยาทไม่มีใครสั่งใครสอนทำตัวเยี่ยงทาสเยี่ยงไพร่"
"ที่นี่ไม่มีทาสที่นี่ไม่มีไพร่ คุณหญิงคงจะคิดเองเออเองนะคะ"
"แล้วเธอเป็นใครสอดปากมาทำไมย่ะ"
"ตัวของฉันก็คือแม่ของเด็กที่คุณเรียกว่า นังเด็กมารยาทตามนั้นน่ะค่ะลูกของดิฉัน ฉันเลี้ยงเขามาอย่างสุภาพชน โดยปกติลูกสาวของดิฉันเป็นคนที่มีมารยาทมากนะคะ แต่ไม่นึกว่าจะเจอคนมารยาททรามกว่า ลูกสาวของฉัน เลยพูดไม่ดีออกไปต้องขอโทษด้วยนะคะ"
"ตัวของหล่อนก็มารยาททรามทำตัวเหมือนไพร่ เหมือนลูกของหลอดนั่นแหละหัดสั่งสอนลูกตัวเอง ดีกว่ามาสั่งสอนคนอย่างฉัน"
"คนอย่างคุณหญิง เป็นยังไงหรอคะอยู่สูงมากนะคะ ดิฉันแค่มาดูบ้านจัดสรรที่สร้างใหม่เท่านั้นเองแต่ไม่นึกว่าจะเจอคนแบบคุณหญิง นั่นลูกสะใภ้หรอคะท้องโตเชียว"
" ใช่ลูกสะใภ้ฉันครอบครัวฐานะต่างเป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคมแล้วเธอล่ะ นังเด็กขี้โกหกคนนี้ ไปหลอกลวงเธอแต่งงานกับลูกชายของเธอนั้นหรอถึงได้ท้องป่องขนาดนี้"
"ฉันถูกใจหนูวิวเขาเธอเป็นคนขยัน และเป็นคนที่น่ารักมาก ๆ ตั้งแต่ฉันได้รู้จักหนูวิว ไม่เคยเลยสักครั้งนะคะที่หนูวิวจะโกหก หรือพูดจาไม่ดีกับใครคุณหญิงคงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ไปกันเถอะหนูวิวแม่จะพาหนูวิวเนี่ยไปดูบ้านจัดสรรหลังใหม่"
"ระวังเถอะมันจะหลอกลวงเอาเงินเธอ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เศษเงินแค่ไม่กี่สิบล้านฉันไม่ถือแล้วไปกันเถอะ"
"ฉันเตือนหล่อนด้วยความหวังดี แต่ในเมื่อฉันเตือนเธอแล้วเธอก็ไม่ฟังก็เรื่องของเธอแล้วกันไปกันเถอะต้องตา"
"ขอบคุณด้วยความหวังดีนะคะที่เตือนดิฉัน พวกเราไปเถอะหนูวิวลูก"
"ค่ะคุณแม่"
ตั้งแต่ฉันรู้จักกับคุณแม่มา ฉันไม่คิดเลยว่าคุณแม่ของฉันจะปากร้ายได้ถึงขนาดนี้ ฉันว่าแค่นี้เป็นเบสิคที่คุณแม่จะใช้ด่าคนนะ คนอะไรด่าคนอื่นยังเป็นผู้ดีอยู่เลย น่านับถือจริง ๆ แม่บุญธรรมของฉันเนี่ย
