บทที่ 3 คนแปลกหน้าที่กล้าไว้ใจ 1
เมคินขับรถตามเส้นทางเดิมอย่างไม่เร่งรีบเพราะยังมีเวลาพักพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน เขาขับเลนซ้ายมาตลอดแล้วแล้วก็เห็นรถคันหนึ่งจอดเสียอยู่ที่ไหล่ทาง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจจะจอดช่วยเหลือ แต่พอขับผ่านความคิดก็ต้องเปลี่ยน
ชายหนุ่มขับเลยไปแล้วก็วนรถกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะจอดหลังรถคันเดิม แล้วเดินลงมาหา พอยืนเทียบกันแล้วเมคินรู้สึกเลยว่าตัวโตกว่าอีกคนเยอะพอสมควร วัดจากความสูงคนชายคนนั้นน่าจะสูงไม่เกิน 170 เพราะ ต่างจากเขาที่สูงถึง 185 ซม.แต่ก็นับว่าสูงกว่าผู้ชายอีกหลายคน
“ความร้อนขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นหม้อน้ำรั่วครับ”
“ขับต่อไหวไหม” เขาถามอย่างคนไม่มีความรู้
“คงไม่ครับ ผมตามช่างแล้ว”
“อีกนานไหมกว่าช่างจะมา คุณไปรอในรถผมก่อนก็ได้ รอตรงนี้เดี๋ยวได้เป็นลมกันพอดี”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า”
“เอาน่าคุณ ผมไม่ได้รีบไปไหน แล้วถ้าเกิดรถคุณซ่อมไม่เสร็จจะทำยังไง จะโบกรถเข้ากรุงเทพเหรอ คุณคิดว่าคนอื่นจะไว้ใจให้คุณ นั่งรถไปด้วยเหรอ”
“แล้วผมไว้ใจคุณได้ใช่ไหม”
“โธ่คุณ เราเคยเจอกันมาแล้วตั้งหลายครั้ง ถ้าไม่ไว้ใจผมแล้วคุณจะหาคนไว้ใจจากไหนได้” เมคินไม่เคยต้องง้อใครแบบนี้มาก่อน แต่กับผู้ชายคนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น
“แล้วคุณไว้ใจผมเหรอ”
“อืม ผมคิดว่าคุณไว้ใจได้ ไปนั่งรอในรถเถอะ ผมร้อน”
ระหว่างรอช่างทั้งสองก็มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้ชื่อทิวาแต่ก่อนเคยทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งเชียงใหม่ เขามาเที่ยวและกำลังจะเขากรุงเทพเพื่อไปหาเพื่อนและสมัครงาน
“คุณเป็นลูกครึ่งเหรอ”
“ครับ”
“ผมถามได้ไหม ว่าลูกครึ่งอะไร”
“ผมไม่รู้” แล้วก็เหมือนเดดแอร์ เขานิ่งเงียบแววตาหม่นลงจนเห็นได้ชัด
พอดีกับช่างที่โทรถามมาถึงพอดีทิวาเลยขอตัวลงไปคุยกับช่าง ก่อนจะกลับมาหาเขาที่รถ
“ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมขอติดรถไปได้ไหม”
“ได้สิ ขึ้นมาเลย”
“ผมขับให้ไหม” ทิวาไม่อยากเอาเปรียบ
“ได้สิ”
ทั้งสองสลับที่กัน เมคินไม่ถามเรื่องชาติกำเนิดของเขาเพราะรู้ว่าชายหนุ่มคงไม่สะดวกที่จะตอบ
“น่าจะอีกสักชั่วโมง คุณง่วงก็นอนก่อนได้นะครับ”
“ไม่เป็นไร ผมอยากคุยกับคุณมากกว่า” อยู่ๆ เมคินก็อยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าทิวามีอะไรหลายอย่างที่น่าค้นหา
“จอดทำไมถึงที่พักคุณแล้วเหรอ”
“ยังหรอก ผมนัดเพื่อนไว้ที่นี่”
“ผมขอเบอร์คุณได้ไหม” เป็นครั้งแรกที่เมคินขอเบอร์โทรศัพท์คนอื่น
ทิวาหยิบโทรศัพท์ของเขามากดเบอร์ตัวเองลงไปก่อนจะเดินเข้าไปยังโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
เพราะไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้งกว่าเขาจะตึกที่เพื่อนนัดพบก็เกือบแย่ โชคดีที่เจอแม่บ้าคนหนึ่งบอกทางให้
“ทิวนั่งก่อน” ชายหนุ่มเจ้าของห้องเลื่อนเก้าอี้ให้เพื่อนรักนั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง
ธนาเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ทั้งสองยังอยู่ที่ลำพูน พอเรียนจบสอบบรรจุอยู่หลายครั้งกว่าจะได้มาเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งนี้
“เป็นไงบ้างวะ ไม่เจอนานเลย” คนถามเดินไปหยิบน้ำเปล่าดื่มในตู้เย็นออกมาให้เพื่อน
“ก็อย่างที่เล่า”
“เฮ้อ กูล่ะสงสารมึงจริงๆ อุตส่าห์รักมาตั้งนานสุดท้ายเขาก็ทิ้งไปหาคนที่รวยกว่า”
“อย่าพูดถึงมันเลย” ทิวาส่ายหัวไม่อยากนึกถึงเรื่องราวในอดีต
“แล้วมาครั้งนี้กะอยู่ยาวเลยไหม” ธนาเปลี่ยนเรื่อง
“ยังไม่รู้ ว่าจะลองหางานดูก่อน”
“อือ กูว่าหางานตามบริษัทใหญ่ดูก่อน ระดับผู้จัดการอย่างมึงคงหางานไม่ยาก เรื่องไปทำงานในเรืออะไรนั้นกูว่าอย่าพึ่งเลย”
เพราะก่อนมาที่นี่ทิวาเปรยๆ กับเพื่อนไว้ว่าอยากไปทำงานในเรือสำราญเพราะเงินดี
“กูยังไม่ตัดสินใจ ถ้ามีอะไรน่าสนใจกูก็คงยังไม่ลงเรือ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ มึงโสดมานานแล้ว หาใครสักคนก็ดี”
“กูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น กูหมายถึงเรื่องงาน บางทีกูอาจลองหาอะไรที่มันทำแล้วไม่เบื่อ ส่วนเรื่องหัวใจกูขอพักไว้ก่อน”
“มึงจะสนใจอดีตทำไมวะ เดินหน้าสิ หน้าตาดีอย่างมึงคงหาแฟนได้ไม่ยาก”
“สมัยนี้เขาไม่ได้ดูที่หน้าตาเอย่างเดียว หล่อแต่ในกระเป๋าไม่มีเงิน ใครเขาอยากจะคบด้วย” เขาถอนหายใจ
“เออน่า อย่าเพิ่งท้อเดี๋ยวเย็นนี้กูพามึงไปเลี้ยงเหล้า”
ระหว่างรอให้เพื่อนจัดการกับงานเอกสารตรงหน้าทิวาก็นั่งคิดถึงเรื่องราวความรักของตัวเอง ที่ผ่านมาเขาเคยมีแฟนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คบกันอยู่หลายปี ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างอนาคต แต่ทุกอย่างกลับไปได้สวยงามอย่างที่คิดไว้เพราะทางบ้านของอีกฝ่ายไม่สามารถยอมรับในตัวตน ทั้งเรื่องฐานะและชาติกำเนิด
จากนั้นทิวาก็ไม่เคยมีใครเข้ามาในชีวิตอีกเลย เขาไม่ได้เข็ดกับความรัก แต่ยังไม่เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้เลยต่างหาก
......
ธนาพาเพื่อนรักมายังผับแห่งหนึ่ง แสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพทำให้ทิวาตื่นเต้นไม่น้อย นานแล้วที่เขาไม่ได้ออกมาในสถานที่แบบนี้กับเพื่อน
ทั้งสองคนเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ สั่งเครื่องดื่มมาคนละแก้ว ทิวาเป็นคนไม่ชอบดื่มเท่าไหร่ เขาชอบดูบรรยากาศมากกว่า แต่ธนานั้นเป็นนักดื่มตัวยงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
นั่งดื่มไปได้สักพักธนาก็ขอตัวออกไปโทรศัพท์ ทิวายังนั่งอยู่ที่ดื่ม เขาสั่งเครื่องดื่มมาอีกแก้วระหว่างรอให้ธนากลับมา แต่เพื่อนของเขาส่งข้อความมาบอกสั้นๆ ว่ามีธุระด่วน คืนนี้ให้เขาหาโรงแรมใกล้ๆ นอนไปก่อน
