บทที่ 5 โดดเดี่ยว
ทิวาตื่นนอนแต่เช้าด้วยความเคยชิน แต่เจ้าของห้องยังไม่ตื่น เขาสำรวจในห้องครัวเพื่อหาดูว่ามีอะไรให้เขาทำเป็นอาหารเช้าได้ บ้างแต่ดูเหมือนในตู้เย็นของชายหนุ่มมีเพียงน้ำเปล่าและเบียร์อีกจำนวนหนึ่ง เขาเลยต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ อย่างน้อยมันก็คงกระตุ้นให้เขาตื่นตัวได้บ้าง
“หิวเหรอ” เมคินเพิ่งจะตื่นแต่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาพาทิวากลับมาด้วย
“นิดหน่อยครับ แต่ตู้เย็นมีแต่น้ำเปล่า ผมเลยถือวิสาสะชงกาแฟ คุณจะเอาด้วยไหม”
“อือ ขอกาแฟดำนะครับ”
แก้วกาแฟหอมกรุ่นวางตรงหน้า เมคินนั่งจิบอย่างไม่รีบร้อน อีกมือก็ดูข้อมูลในไอแพดไปด้วย
ทิวาเห็นว่าเขากำลังทำงานจึงนั่งดื่มกาแฟอย่างเงียบๆเมื่อเห็นเมคินดื่มจนหมดแล้วเขาก็นำแก้วไปล้าง ก่อนจะไปอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดเดิมที่ผึ่งไว้เมื่อคืน เขาถอดชุดคืนลงตะกร้า ยกเว้นบ็อกเซอร์ถ้ามีโอกาสเขาคงจะซื้อมาคืนให้เมคิน
“จะกลับแล้วเหรอ ให้ผมไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไรครับ เพื่อนผมติดต่อมาแล้ว เดี๋ยวมันมารับ ขอบคุณมากนะครับ ผมรบกวนคุณหลายเรื่องเลย” ทิวากล่าวอย่างเกรงใจ เขาไม่เคยรบกวนใครมากขนาดนี้มาก่อน
“ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เดือดร้อนเลยอะไรเลย เราจะเจอกันอีกไหม” อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากเจอกับทิวาอีกอย่างไม่มีเหตุผล
“แน่นอน ผมคงมีโอกาสได้ตอบแทนคุณ ถ้าผมได้งานแล้วจะติดต่อมา ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณสักมือ”
“ที่ถามไม่ได้ทวงบุญคุณหรอกนะ ถ้าอยากมาเจอก็นัดมา คุณตัวแค่นี้ผมเลี้ยงได้”
“ไม่ดีกว่า แค่นี้ผมก็เกรงใจมากแล้ว”
“ถ้างั้นผมขออวยพรให้คุณได้งานเร็วๆ นะ”
“ขอบคุณครับ”
ทิวาเดินออกมารอเพื่อนด้านหน้าคอนโด ไม่ถึงสิบนาทีรถของธนาก็แล่นมาจอด
“โทษทีนะทิว เมื่อคืนกูมีเรื่องนิดหน่อย”
“อือ กูว่าไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง ดูเหมือนมึงยังไม่ได้นอนเลย”
“อือ ก็ประมาณหนึ่ง มึงก็รู้แฟนกูขี้หึง”
“อย่าบอกนะว่าเขาหึงกู”
“อือ”
ธนากับแฟนคบกันมาได้สองปีแล้ว เขาเคยได้ยินเพื่อนพูดถึงแฟนหนุ่มอยู่บ่อยครั้งแต่ยังไม่เคยได้เจอกัน
“เอาแล้วไงล่ะ เรื่องแบบนี้กูเข้าใจดี กูพอมีคนรู้จักอยู่บ้างเดี๋ยวกูไปอยู่กับเขาก่อนก็ได้”
“มึงมีคนรู้จักที่กรุงเทพด้วยเหรอวะ”
“เออ สิเมื่อคืนกูก็ไม่นอนห้องเขามา”
“แน่นะมึงไม่ใช่กลัวกูเดือดร้อนเลยไปเช่าห้องอยู่คนเดียวนะ”
“กูจะทำแบบนั้นทำไมวะ”
“ถ้ามึงสะดวกอย่างนั้นกูก็ไม่ว่าอะไร แต่กระเป๋ามึงยังอยู่ที่ห้อง
กูนะ พอดีเมื่อคืนกูถือลงไปเก็บแล้ว”
“มึงพากูไปเอาของ แล้วเดี๋ยวกูนั่งแท็กซี่กลับมาเอง”
ทิวาจำต้องโกหกเพื่อนออกไปแบบนั้นเพราะเขาไม่อยากให้เพื่อนกับแฟนต้องมีปัญหา
ธนาพาเพื่อนไปทานอาหารแล้วเลยไปเอากระเป๋าที่ห้องเช่า เขาอยู่คุยกับเพื่อนจนบ่ายก่อนจะออกมานั่งรอที่ป้ายรถเมล์ เขานั่งไถโทรศัพท์หาห้องพักที่ใกล้บริษัทที่จะไปสมัครงานมากที่สุด เพราะพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ชายหนุ่มเลือกได้ห้องพักรายวันขนาดเล็กราคาไม่แพงมาก เขาคงอยู่ที่นี่ไม่นาน จะเช่าห้องพักรายเดือนส่วนใหญ่ก็เรียกค่ามัดจำสองเดือนบวกว่าเช่าอีกหนึ่งเดือนรวมแล้วก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท ถึงแม้จะมีเงินเก็บอยู่ประมาณหนึ่งแต่ทิวาก็ไม่อยากฟุ่มเฟือยเพราะไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ถึงจะได้งาน
บริษัทที่เขาไปสมัครกำลังเปิดรับพนักงานฝ่ายบุคคล ฝ่ายธุรการ และเลขานุการ โดยให้ยื่นใบสมัครช่วงเช้าและนัดสัมภาษณ์ช่วงบ่าย เขาพอมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน แต่ไม่อยากทำงานบัญชีอีกแล้ว เพราะรู้สึกเครียดกับตัวเลขจนทำงานอย่างไม่มีความสุข
โชคดีที่ข้างห้องพักมีบริการซักรีดทิวาเลยไม่เดือดร้อนเรื่องเสื้อผ้าที่ใส่วันพรุ่งนี้
ทิวาซื้อข้าวกล่องมาทานบนห้องพัก แต่ทานไปได้ไม่กี่คำเขาก็รู้สึกดื้อ เพราะตอนนี้เหมือนกับเขาเหลือแค่ตัวคนเดียว จากที่คิดว่ามาอยู่กรุงเทพจะมีเพื่อนรักอย่างธนาคอยคุยด้วย คอยให้คำปรึกษา แต่เมื่อการมาของตัวเองทำให้เพื่อนมีปัญหากับแฟน ทิวาเลยเลือกที่จะอยู่คนเดียวแบบนี้ดีกว่า เขาไม่โกรธธนาเลยสักนิด เพราะแต่ก่อนตอนมีแฟนเขาก็ยกให้แฟนมาเป็นที่หนึ่งเสมอ
.....
การสมัครและสัมภาษณ์งานวันนี้ทำให้ทิวาคิดได้อย่างหนึ่งว่าประสมการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด เพราะทุกตำแหน่งดูเหมือนจะวางตัวคนที่ได้คัดเลือกไว้อยู่แล้ว เขาไม่ได้คิดไปเองเพราะตอนเข้าห้องน้ำเขาได้ยินคนสัมภาษณ์คุยเรื่องนี้ทางโทรศัพท์
ทิวาเดินคอตกกลับห้องพัก ยังมีอีกหลายบริษัทที่เขายื่นใบสมัครไว้ ชายหนุ่มได้แต่หวังว่าจะมีสักที่รับเขาเข้าไปทำงาน
ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยกับการใช้เส้นสาย ไม่ใช่เพราะโลกสวยหรือทำตัวเป็นพระเอก แต่เขาไม่มีเส้นสายเลยต้องปลอบใจตัวเองแบบนี้ ถ้าการใช้เส้นสายหมายถึงการได้โอกาสเขาก็ยินดีจะใช้ เพราะมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำงาน แต่ที่ยังต้องมาลำบากแบบนี้เพราะเขาไม่มีโอกาสนั้น
ตลอดทั้งสัปดาห์ทิวาเดินเข้าออกอยู่หลายบริษัท คำตอบที่ได้รับมาส่วนใหญ่ก็คือ เดี๋ยวจะให้ฝ่ายบุคคลติดต่อกลับอีกที
เขาเริ่มคิดแล้วว่ากรุงเทพไม่เหมาะกับเขา ถ้าสัปดาห์หน้ายังเป็นแบบนี้อีกเขาคงต้องไปสมัครทำงานบนเรือสำราญซึ่งมีกำหนดในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เขามั่นใจว่าจะได้รับเลือกเพราะเขาพูดได้ทั้งไทย จีน และอังกฤษ และตอนเรียนเขาก็เคยทำงานบริการในโรงแรมมาก่อน แต่ที่ยังไม่ตัดสินใจเพราะมีเองที่กังวลอยู่คือเขาว่ายน้ำไม่เป็น แม้คุณสมบัติของผู้สมัครไม่ได้ระบุไว้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาก็ควรช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่งถ้าได้ไปทำงานบนเรือจริงสิ่งแรกที่ต้องทำคือการไปเรียนว่ายน้ำ
“เฮ้อ” ทิวาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงนอน พรุ่งนี้จะลองไปหางานพิเศษเพราะถ้ารอให้ได้งานประจำจะได้ไม่รู้สึกเบื่ออย่างนี้
