บทที่ 9 ลองดูก็ไม่เสียหาย

พอเพื่อนรักเดินออกไปแล้วเมคินก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ตั้งแต่ได้เจอกับทิวา เขาก็มักจะคิดถึงแต่เรื่องของชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้งอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ จะหางานได้หรือยัง พอได้เห็นว่าผู้จัดการร้านที่ทิวาไปทำงานเป็นคนแบบไหน เขาเลยยิ่งคิดหนัก ไม่อยากปล่อยให้ทิวาไปทำงานกับคนแบบนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากชวนมาทำงานด้วยกัน

ถ้าทิวาไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิด มันก็ไม่มีอะไรเสียหายเพราะตอนนี้เขาก็กำลังหาคนมาทำงานด้วย เป็นทิวายังดีกว่าเป็นคนที่ครอบครัวติดต่อให้ เพราะเขารู้ว่าติณณ์พยายามที่จะใกล้ชิดเขาหลายครั้งแล้ว แม้ว่าผู้ชายแบบติณณ์จะหายากเขาก็ไม่เคยคิดจะรับใครเข้ามาเพียงเพราะมีรสนิยมเดียวกัน

ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน เขาอยากกลับไปคุยกับทิวา อยากชวนให้มาทำงานด้วย อยากให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้และเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต และหวังว่าอีกคนก็คงไม่รังเกียจที่เขาเป็นแบบนี้

แต่ถ้าหากคุยแล้วทิวาไม่ยอมเขาก็จะไม่บังคับแม้อาจจะเสียใจอยู่บ้าง แต่ก็จะเคารพการตัดสินใจของชายหนุ่ม ส่วนเรื่องที่รู้สึกดีกับทิวา เมคินคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม คงต้องสังเกตและให้เวลาอีกนิดเพื่อให้แน่ใจว่าเขามองคนไม่ผิด

อันที่จริงแล้ววันนี้เมคินมีนัดกับปราชญ์ซึ่งเขานัดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันก่อนเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับทิวา เขาจึงต้องโทรไปยกเลิกพร้อมกับจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้กับเด็กหนุ่มซึ่งถ้าเขาไม่ไปตามนัดปราชญ์ก็คงไปรับงานอื่นได้ แต่เงินจำนวนนั้นไม่ได้มากมายสำหรับคนอย่างเขา เมคินจึงไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด

จัดการธุระเสร็จแล้วก็นั่งทำงานต่อ แต่ก็ได้แค่เปิดรายงานในไอแพดวนไปมาแค่เพียงไม่กี่หน้า เพราะเรื่องของทิวายังกวนใจอยู่

ในเมื่อนั่งอยู่ในห้องก็ไม่มีประโยชน์เมคินจึงตัดสินใจกลับคอนโดก่อนเวลาเลิกงาน

เขากำลังจะลุกจากเก้าอี้ผู้บริหาร ประตูหน้าห้องก็เปิดออก

“หิมะจะตกไหมเนี่ย วันนี้น้องชายของพี่เลิกงานก่อนเวลา จะไปไหนเหรอคิน”

“มีธุระนิดหน่อยครับพี่เมย์ ว่าแต่พี่มีอะไรกับผมหรือเปล่า”

“ไม่มีหรอกแต่แม่ให้มาชวนไปทานข้าวเย็น คินไม่ได้กลับไปที่บ้านหลายวันแล้วนะ”

“ทานข้าวอย่างเดียวใช่ไหม”

“ก็ทานข้าวสิ คินถามแปลก”

“ผมบอกไว้ก่อนนะพี่เมย์ ถ้าไปถึงบ้านแล้วมีคนอื่นผมกลับทันทีนะ”

“โอ๊ย พี่ล่ะเบื่อคนรู้ทัน คืองี้นะ เย็นนี้แม่ชวนเพื่อนมาทานข้าวด้วย เลยอยากให้คินไปทำความรู้จักไว้”

“แล้วเพื่อนแม่คนนี้มีลูกสาวหรือลูกชายล่ะ”

“ก็คนเดิมนั่นแหละ ถ้าคินไม่อยากให้แม่จับคู่ให้ก็รีบหาแฟนสิ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เป็นปัญหา พ่อกับแม่แค่อยากให้คินมีคนคอยดูแลจะได้ไม่เหงา”

“ทุกวันนี้ผมก็ไม่เหงานะพี่”

“ไม่เหงา แต่ไม่ลงเอยกับใครสักที อายุก็เยอะแล้ว”

“เยอะที่ไหนพี่เมย์ 30 เองนะ ยังมีเวลาสนุกอีกเยอะ”

“จ้า พ่อคนอายุน้อย พี่ไปก่อนนะ เย็นนี้เจอกันที่บ้าน”

“ครับพี่เมย์”

ครั้งแรกครอบครัวของเมคินรู้เรื่องที่เขาไม่ชอบผู้หญิงนั้นต่างก็ตกใจไม่น้อย เขาต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าพ่อกับแม่จะยอมรับ แต่ทุกอย่างก็ดีขึ้นเมื่อเขาพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นว่าพฤติกรรมและรสนิยมของเขาไม่มีผลต่อการทำงาน และพ่อของเขายังยอมรับในตัวลูกชายมากขึ้น เมื่อลูกชายของเพื่อนคนหนึ่งที่แต่งงานมีครอบครัวจนมีลูกด้วยกันแล้ว แต่กลับไม่มีความสุขเพราะไม่ได้แสดงออกในสิ่งที่ตัวเองชอบ สุดท้ายลูกชายของเพื่อนก็ปลิดชีวิตตัวเองเพราะทนแรงกดดันจากครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ไหว

จากนั้นเป็นต้นมาครอบครัวของเขาเลยเปิดใจรับเรื่องนี้ได้และไม่เคยบังคับเขาให้คบกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย แต่ดูเหมือนตอนนี้เขาจะตกที่นั่งลำบากอีกครั้ง เพราะครอบครัวกำลังจับคู่ให้เขากับลูกชายของเพื่อนแม่

ยังพอมีเวลาเหลือกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นของที่บ้าน เมคินเลยรีบออกจากห้องทำงานระหว่างทางเขาโทรศัพท์ไปหาทิวา แต่โทรออกกี่ครั้งก็ฝากข้อความเหมือนเดิม ชายหนุ่มร้อนใจเพราะคิดว่าเขาอาจจะกลับไปแล้ว เขารีบเหยียบมิดไมล์ เพียง 20 นาทีก็มาถึงคอนโดของตัวเอง

......

เสียงเปิดประตูหน้าห้องทำให้คนที่กำลังนั่งเบื่ออยู่หน้าทีวีจอใหญ่รีบดีดตัวขึ้นจากโซฟา

“คุณ เลิกงานแล้วเหรอ”

ทิวากดรีโมตปิดทีวีแล้วเดินไปหาเจ้าของห้อง

“อือ”

เมคินตอบพร้อมหายใจหอบเหนื่อยเพราะเขารีบวิ่งเข้าลิฟต์ทันทีที่มาถึง

“เหนื่อยเหรอครับ”

เขาถามแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำมาให้เมคิน พร้อมกับจานชมพู่และฝรั่งที่เขาจัดใส่จานไว้

“อือ ขอบใจ”

เมคินรีบดื่มน้ำพรวดเดียวหมดแล้วหันไปมองหน้าคนถาม ยอมรับว่ารู้สึกดีที่เขาถามว่าเหนื่อยไหม

“เหมือนวิ่งมาเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่า หรือกลัวว่าผมจะยกเค้าห้องคุณไปแล้ว”

“ถ้าจะยกเค้าจริงจะรอให้ผมกลับมาไหมล่ะ จริงไหม”

“ที่ผมรอเพราะอยากขอบคุณที่ช่วยเหลือผม ทั้งให้ติดรถมากรุงเทพ ให้ที่พัก แล้วก็เมื่อคืน”

สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ตอนที่พูดถึงเรื่องเมื่อคืน

“แล้วจะเอายังไงต่อ คงไม่กลับไปทำงานร้านเดิมอีกนะ”

“ถ้ากลับไปก็บ้าเต็มทนแล้ว ช่วงนี้ผมคงรองานที่ไปสัมภาษณ์มาวันก่อน แต่ดูเหมือนจะเงียบไปแล้ว คงต้องสมัครไปเรื่อยๆ”

ทั้งคำพูดและแววตาที่ดูมุ่งมั่นทำให้เมคินคิดว่าถ้าเขามาร่วมงานด้วยก็คงดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป