บทที่ 10 ละเมอบอกรัก

10 ละเมอบอกรัก

“ไม่ได้ตายในโรงศพ แต่ตายบนตัวของฉัน”

“อย่า....อื้อ!!”

ดานิเอลกระชากหน้าสวยให้หันมารับจูบ บดขยี้ริมฝากปากบางอย่างเอาแต่ใจ แม้กระทั่งสัมผัสได้ถึงความเค็มของน้ำตาจากคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หากไม่ได้ปลดปล่อย คืนนี้เขาต้องนอนไม่หลับแน่ๆ

“อึก!”

มือใหญ่บีบขย้ำหน้าอกอวบแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยอ่อนโยนเลยสักครั้ง

เขารีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองแล้วขว้างทิ้ง ก่อนจะเข้ามาประชิดร่าง แยกเรียวขาของเธอออกให้กว้างจนเผยให้เห็นถึงกลีบกุหลาบอันชอกช้ำเพราะไม่เคยได้พักสักวัน

พราวตะวันต้องรองรับอารมณ์ที่สุดแสนจะเอาแต่ใจของดานิเอลแทบทุกวัน ต่อให้วันนั้นเขาจะไปหาม่านมัสลินมา แต่สุดท้ายเธอก็โดนกระทำอีกอยู่ดี

“อยากหรือยัง” ดานิเอลเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ใช้นิ้วกระตุ้นปุ่มสวาทหวังให้หญิงสาวปล่อยน้ำรักออกมา แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะไม่ได้ผล

“ไม่...ฮื้อๆๆ”

“อย่าปฏิเสธสิ อยากก็บอกว่าอยาก”

“พราว ฮึก! พราวไม่พร้อมจริงๆ เมตตาพราวสักวันเถอะนะ”

ที่หญิงสาวบอกว่าไม่พร้อมน่าจะจริง เพราะวันนี้ร่องสวาทนั้นแสนฝืดเคือง เขายื้อเวลาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย แต่พราวตะวันก็ไม่มีทีท่าว่าจะปลดปล่อยน้ำรักออกมาสักที จนตอนนี้เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว

ความอึดอัดเข้าครอบงำ

ในเมื่อเธอไม่ยอมเปิดทางเอง เขาก็ไม่จำเป็นต้องยื้อเวลาอีกแล้ว

แก่นกายยาวใหญ่ถูกจ่อไปที่ปากทางเข้า ถูไถเบาๆ ก่อนที่หัวปลายหยักสวยจะค่อยๆหายเข้าไปในโพรงอันแสนคับแคบ ไร้น้ำหล่อลื่นเป็นตัวนำทาง ทำให้หญิงสาวที่นอนเกร็งตัว ร้องไห้สะอื้น กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะครั้งนี้เธอไม่พร้อมจริงๆ

“กรี๊ดดด!! คะ...คุณดานิเอล พราวเจ็บ! พอแล้ว...ฮื้อ...พราวเจ็บจริงๆ”

“อ้าาา...ใกล้จะสุดลำแล้ว อดทนอีกนิด”

“แต่พราวไม่ไหว ขอร้อง....เอามันออกไปที พราวเจ็บ~”

ในที่สุดชายหนุ่มก็ดันท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดลำโดยไม่สนว่าอีกคนจะรู้สึกอย่างไร ยิ่งลึกพราวตะวันก็ยิ่งเกร็ง และความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ

ดานิเอลก้มหน้ามองคนใต้ร่าง เห็นเธอร้องไห้ปริ่มใจจะขาดแล้วพาลหงุดหงิด เอากันมาตั้งหลายครั้งแล้วเมื่อไหร่เธอจะชินสักที

“เลิกร้องไห้สักที ฉันรำคาญ!”

“แต่พราวเจ็บจริงๆ ถือว่าพราวขอนะคะ ฮื้อ...”

“ขอหรอ...ได้!!”

ปึก!ปึก!ปึก!

ชายหนุ่มขยับสะโพกอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจ

“ยังเจ็บอยู่ไหม”

“อึก! บะ...เบาๆค่ะ พราวไม่ไหว”

ยิ่งขอร้องเขาก็ยิ่งขยับสะโพกเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างก่าย หญิงสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ให้เขาทำจนเสร็จ แม้ตัวเองจะทรมานแค่ไหนก็ตาม

สัมผัสในครั้งนี้มันปวดร้าวไปถึงทรวงอก น้ำตาไหลออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆเพราะพิษไข้กำลังรุมเร้าอย่างหนัก แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นนายแพทย์กลับไม่สนใจใยดีอาการป่วยของเธอ เพราะเขาสนใจแต่ความรู้สึกของตัวเอง

“สุดยอดเลยพราวตะวัน แน่นมาก...ฉันเสียวอ้าาา...”

ร่างเล็กแสนบอบช้ำสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก ปล่อยให้เขาพลิกซ้ายพลิกขวาเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิต เพราะตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง

ปึก!ปึก!...

“ฉันอยากเอาเธอแบบนี้ทั้งวันทั้งเลยเลย อืม...”

ตอนนี้สติของเธอเหมือนจะเลือนลางเข้าไปเรื่อยๆ ความเจ็บปวดนั้นค่อยๆจางหาย หูที่ได้ยินเพียงเสียงครวญครางอย่างสุขสมและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องได้ยินเพียงเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง

เมื่อใดก็ตามที่ฟ้าเปลี่ยนสี หวังว่าวันนั้นชีวิตของเธอจะได้อยู่อย่างมีความสุขสักที

“ดีมากพราวตะวัน...ดีมาก...”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่สติจะหลุดลอยไปพร้อมกับพิษไข้ที่กำลังเล่นงานอย่างหนัก

ปึก!ปึก!ปึก!

...นานเท่าไหร่ไม่รู้ ร่างสูงกระตุกเกร็งพร้อมเปล่งเสียงคำรามลั่นห้อง ก่อนที่หน้าหล่อเหลาจะก้มลงมองคนใต้ร่างที่เงียบไปได้สักพัก แต่เขาก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะพราวตะวันสลบไปแล้ว

“พราวตะวัน...พราวตะวัน ให้ตายเถอะ!!”

พยายามปลุกหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เธอก็ไม่ยอมตื่น จนในที่สุดเขาต้องรีบผละออกจากร่างเล็กแล้วแก้มัดให้เธอ

“ซิท! ทำไมตัวร้อนขนาดนี้”

ชายหนุ่มจัดแจงท่านอนให้คนตัวเล็กแล้วยืนคิดอยู่พักหนึ่งว่าจะเอายังไงดี แต่สัญชาตญาณของความเป็นหมอและจิตใต้สำนึกบอกว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้ากำลังป่วย ต่อให้เขาจะเกลียดเธอมากมายแค่ไหนก็ตาม ยังไงก็ต้องช่วย

“ถือซะว่าที่เธอช่วยให้ฉันสำเร็จความใคร่ก็แล้วกัน”

นายแพทย์หนุ่มเดินออกจากห้องของพราวตะวันในยามวิกาล ซึ่งตอนนี้คนในบ้านนอนหมดแล้ว คงไม่มีใครมาเห็นหรอก เป้าหมายก็คืออุปกรณ์การแพทย์และยาฉีดลดไข้ ก่อนที่เขาจะกลับเข้ามาในห้องอีกรอบแล้วจัดการฉีดยาให้เธอ

พอได้สังเกตดีๆร่องรอยแห่งความป่าเถื่อนที่เขาได้กระทำลงไปมันชัดมาก ถ้าหากพราวตะวันไม่ขัดขืน ก็คงไม่เป็นแบบนี้

“ครั้งนี้ถือว่าเธอติดหนี้บุญคุณฉันนะ”

ชายหนุ่มเฝ้าดูแลไม่ห่างและวัดไข้ทุกๆครึ่งชั่วโมงจนกระทั่งไข้เริ่มลด อาการของเธอดีขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เขาก็ง่วงมาก คืนนี้คงต้องนอนที่นี่เผื่อพราวตะวันไข้ขึ้นอีกรอบ

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนตะแคงหันข้างไปทางคนตัวเล็ก เห็นพราวตะวันกำลังนอนหลับตาพริ้ม ใบหน้าเห่อแดงเพราะพิษไข้

พราวตะวันเป็นคนสวย...ข้อนี้เขายอมรับ

เธอฉายแววความสวยตั้งแต่เด็ก และมีอยู่หลายครั้งที่ทำให้เขาอดใจไม่ไหว แต่ก็ต้องห้ามใจของตัวเองเอาไว้เพราะตอนนั้นเธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ

แม้ว่าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่เรื่องบนเตียงยอมรับว่าเขาติดใจพราวตะวัน อาจเป็นเพราะเธอยังเด็ก ยังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ทำให้เขาหลงใหลในความไร้เดียงสา หลงใหลในกลิ่นหอมอ่อนๆที่เป็นกลิ่นแป้งเด็ก

แต่ถึงพราวตะวันจะหอมหวานและน่าลิ้มลองแค่ไหน สุดท้ายเขาก็เลือกม่านมัสลินอยู่ดี และสักวันเรื่องระหว่างเขากับเธอก็ต้องจบลง โดยที่เขาจะลงเอยกับม่านมัสลินด้วยการแต่งงาน

“ช่วยไม่ได้ ก็เธอมายั่วฉันเอง”

ดานิเอลพูดอย่างไม่หยี่ระแล้วเลื่อนผ้าห่มคลุมร่าง และก็ไม่ลืมห่มผ้าให้คนตัวเล็กด้วย แต่ทันนั้นเสียงพราวตะวันก็ดังขึ้นคล้ายเสียงละเมอ

“คุณดานิเอลคะ...อย่าค่ะ....อย่าทำพราว”

“หือ? เป็นอะไรพราวตะวัน” ร่างสูงขมวดคิ้ว หันไปทางคนตัวเล็กอีกรอบ เห็นเธอกำลังนอนละเมอ

“ฮึก...อย่าทำแบบนี้กับพราว อย่าทำ”

“เลิกเพ้อสักทีพราวตะวัน ฉันจะนอน!”

“พราวรักคุณนะคะ ได้โปรด...เมตตาพราวด้วย”

“ธะ...เธอว่าอะไรนะ!” ดานิเอลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเหมือนหัวใจหยุดเต้น

เขาได้ยินไม่ผิดแน่ๆ พราวตะวันบอกรักเขา?

ให้ตายเถอะ! นี่พราวตะวันรักเขาจริงๆหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งๆที่เขาร้ายกับเธอขนาดนี้เนี่ยนะ

แม้ว่าจะตกใจอยู่บ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆก็แอบดีใจที่รู้ว่าพราวตะวันคิดยังไงกับเขา เพราะส่วนมากคนที่นอนละเมอ มักจะพูดถึงเรื่องจริงทั้งนั้น

ตึกตัก...ตึกตัก...

จู่ๆหัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุเหมือนเสียการควบคุม บางทีสิ่งที่พราวตะวันพูดอาจจะแค่ละเมอไปเรื่อยเปื่อยก็ได้

ชายหนุ่มจึงถามกลับเพราะอยากรู้คำตอบที่แน่ชัด อยากรู้ว่าเธอจะละเมอพูดว่าอะไร ถ้าหากพราวตะวันชอบเขาจริงๆ พรุ่งนี้คงมองเธอเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

“เธอรักฉันจริงๆหรอ”

“ค่ะ พราวรักคุณ รักมานานแล้ว....”

-------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป