บทที่ 14 โทษฐานที่เธอกล้าตบหน้าฉัน

14 โทษฐานที่เธอกล้าตบหน้าฉัน

“แค่ก!แค่ก!”

เสียงไอกระแอ่มของคนที่เพิ่งหายป่วยดังขึ้น เธอนั่งขัดพรมอยู่ที่หน้าบ้านท่ามกลางแดดจัดเพราะจารุภาบอกว่าต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ ด้วยความที่พรมมีขนาดใหญ่มาก นั่งซักตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ

ตึก...ตึก...

เสียงฝีเท้าหนักๆเดินเข้ามาก่อนที่พรมจำนวนสามผืนจะถูกทิ้งลงตรงหน้า

“พอดีพรมที่ห้องฉันมันเปื้อนฝุ่น ฝากซักหน่อยสิ” ดานิเอลมองร่างเล็กที่กำลังมองขึ้นมา แก้มฝาดขึ้นสีแดงระเรื่อบ่งบอกว่าเธอยังไม่หายดี

“พรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้พราวต้องซักพรมในห้องโถงให้เสร็จก่อน”

“ก็แค่พรมเล็กๆสามผืนมันเหลือบ่ากว่าแรงขนาดนั้นเลยหรอ ถ้าไม่ติดว่ามันเปื้อน...กลิ่นโคนสาบควายจากใครบางคน ฉันก็ไม่ซักหรอก”

จบประโยคนั้นพราวตะวันกัดฟันกร๊อดทันที ได้แต่บอกตัวเองในใจว่าต้องทนแม้จะเจอคำพูดแย่ๆแบบนี้มาตั้งแต่เล็กจนโตก็ตาม แต่นับวันความอดทนก็ยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าเธอจะทนกับคำพูดพวกนี้ได้อีกนานแค่ไหน

“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณดานิเอลต้องการวันนี้ เดี๋ยวพราวซักให้ค่ะ”

“แบบนี้สิถึงเลี้ยงไม่เสียข้าวสุข ซักพรมเสร็จแล้วอย่าลืมไปทำความสะอาดห้องให้ฉันด้วยนะ เผื่อเชื้อโรคมันยังหลงเหลืออยู่ เดี๋ยวฉันคันผิว”

“ค่ะ” พราวตะวันพยายามไม่ตอบโต้ ก้มหน้าก้มตาซักพรมต่อไป แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ต้องทำให้เสร็จ

“ทำอะไรกัน!” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นก่อนที่เอดินสันจะเดินเข้ามาดึงแขนของพราวตะวันขึ้น “หนูพราวเพิ่งหายไข้ ใครใช้ให้มาซักพรม!”

“อะ...เอ่อ....พราวซักเองค่ะ พอดีเห็นพรมในห้องโถงมันเปื้อนฝุ่น”

“ซักวันหน้าก็ได้นี่ แล้วนี่ของใคร”

“ของผมเองครับ” ดานิเอลที่ยืนอยู่ใกล้ๆตอบคำถาม

“บ้าไปแล้วหรอ! น้องเพิ่งหายไข้ ทำไมไม่ให้นอนพักผ่อน”

“ก็ผมเห็นว่าพราวตะวันไม่มีอะไรทำ ก็เลยฝากให้เธอซักพรมให้เฉยๆ” เขาตอบหน้าตาเฉยเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทำให้เอดินสันถึงกับของขึ้น

ทั้งๆที่พราวตะวันเพิ่งหายป่วยก็ยังใช้ให้เธอมาซักพรมท่ามกลางแดดจัด คนบ้านนี้เป็นอะไรกันหมด จิตใจคับแคบเหลือเกิน

“ลูกก็เป็นถึงหมอ การศึกษาก็มี เรื่องแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ ถ้าเกิดหนูพราวป่วยหนักขึ้นมาจะว่ายังไง!”

“แล้วพ่อจะมาโกรธผมทำไม ก็แม่นี่เต็มใจทำเอง”

“เต็มใจทำหรือมีคนแกล้งกันแน่” เอดิสันสาวเท้าเข้าไปใกล้ลูกชายด้วยสีหน้าโกรธจัด ยอมรับว่าครั้งนี้โกรธมาก ยิ่งปล่อยไว้พฤติกรรมของคนในบ้านก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีความเกรงอกเกรงใจคนที่พาพราวตะวันเข้ามาอยู่ที่นี่ “ทุกวันนี้แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า พราวก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆทำไมถึงให้มาทำงานแบบนี้ นี่พ่อชักจะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของแกแล้วนะ”

“ผมบอกไปตั้งแต่วันนั้นแล้วไม่ใช่หรอว่าถ้าเอาแม่นี่เข้ามา ผมจะทำให้เธออยู่อย่างไม่มีความสุข ระวังไว้เถอะ สักวันคนที่พ่อบอกว่าดีแสนดี อาจจะจ้องทำลายครอบครัวของเราอยู่ก็ได้!”

“เมื่อไหร่แกจะเลิกอคติกับหนูพราวสักที ไว้ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ จะด่าจะว่าอะไรพ่อก็เชิญ!!”

“ผมอยากรู้จริงๆ ที่พ่อเอาแต่ปกป้องลูกคนอื่น ลึกๆแล้วพ่อกะจะเอาแม่นี่ทำเมียใช่มะ....”

ผั้วะ!!

“โอ้ยย!”

พูดยังไม่ทันจบประโยค หมัดหนักของเอดิสันก็ฟาดเข้าที่มุมปากของลูกชายทันที พราวตะวันที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆกรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเอดิสันทะเลาะกับลูกชายรุนแรงขนาดนี้

“นะ...นี่พ่อต่อยผมหรอ...”

“ใช่! แกกำลังดูถูกพ่อของตัวเองอยู่รู้ตัวไหม ฉันไม่เคยคิดอะไรกับหนูพราว แกเลิกใส่ร้ายป้ายสีพ่อตัวเองได้แล้ว!”

“เพราะการกระทำของพ่อกำลังทำให้ผมคิดไง รู้หรือเปล่าว่าทุกวันนี้คุณแม่ทุกข์ใจแค่ไหน ที่เห็นให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัว คอยดูนะ ถ้าวันหนึ่งแม่นี่เกิดเลี้ยงไม่เชื่องขึ้นมาจริงๆ แล้วพ่อจะเสียใจ!!”

“ไอ้แดน!...”

“พอเถอะค่ะคุณท่าน คุณดานิเอลต้องไปทำงานต่อนะคะ อย่าทะเลาะกันเลย”

เมื่อเห็นท่าไม่ดีพราวตะวันก็รีบดึงร่างของเอดิสันออกห่างจากลูกชาย ตอนนี้ท่านดูโกรธมาก ถ้าไม่รีบห้ามเอาไว้ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ

ดวงตากลมโตปรายตามองร่างสูงด้วยความเป็นห่วง แต่เขากลับจ้องหน้าเธอด้วยแววตาเคียดแค้น

แล้วเธอทำผิดอะไร? ทำไมถึงต้องมองด้วยสายตาแบบนี้

หลังจากพาเอดิสันไปสงบสติอารมณ์ พราวตะวันก็เดินตามหาดานิเอลทั่วบ้านด้วยความเป็นห่วง ในมือถืออุปกรณ์ทำแผล เพราะสังเกตเห็นเลือดออกที่มุมปากของเขา

กระทั่งเห็นแผ่นหลังอันแสนคุ้นเคยนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ เธอสาวเท้าเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ อยากเข้าไปขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาถูกบิดาบันดาลโทสะ

“เอ่อ...คุณดานิเอลคะ”

“ตามฉันมาทำไม!” เขากระชากเสียงใส่ เหมือนจะยังไม่หายโกรธ

“พราวเห็นว่าคุณมีแผลก็เลย...เอ่อ....เอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้ค่ะ”

“ฉันเป็นหมอ แผลแค่นี้ไม่ตายหรอก!” เขาหันหน้ามา ดึงข้อแขนของเธอจนล้มลงแล้วคว้าหมับเข้าที่แก้มใส กระชากใบหน้าให้หันมาสบตา “เธอสะใจมากใช่ไหม สะใจมากใช่ไหมที่เห็นฉันทะเลาะกับพ่อ!”

“ปะ...เปล่านะคะ พราวไม่ได้คิดแบบนั้นเลย พราวขอโทษที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด....โอ้ยย!!”

“รู้ตัวดีนี่ แต่ก็ยังลอยหน้าลอยตา เธออยากได้พ่อฉันเป็นผัวอีกคนใช่ไหม!”

“พราวไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ คุณเอดิสันคือผู้มีพระคุณของพราว...พราวรักเหมือนพ่อแท้ๆ”

“แต่ก็ดูเป็นห่วงเป็นใยกันนี่” ภาพที่พราวตะวันประคองร่างของบิดาเข้าไปในบ้านยังคงติดตราตรึงใจ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆด้วยแรงโทสะ “ได้ลูกแล้วแต่อยากได้พ่ออีกคนหรอ เธอนี่มันร่านจริงๆพราวตะวัน สมกับที่เป็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า!”

“คุณดานิเอลจะด่า จะว่าพราวยังไงก็ได้ แต่ขออย่างเดียว....เลิกพูดเรื่องพราวกับคุณเอดินสันสักที เพราะมันไม่ใช่อย่างที่คิด”

“แล้วจะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไง ลูกเสือลูกตะเข้ นิสัยใจคอจริงๆเป็นยังไงไม่มีใครรู้ ลับหลังคนอื่น เธออาจจะแอบไปเอากับพ่อฉันก็ได้!”

เพี้ยะ!!

ในที่สุดความอดทนของพราวตะวันก็หมดลง ฟาดมือลงไปที่แก้มสากฉาดใหญ่ เป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะเขากำลังดูถูกพ่อของตัวเองอยู่ เธอก็คงไม่โกรธขนาดนี้

...เพราะเอดิสันคือผู้มีพระคุณของเธอ

“นี่เธอกล้าตบฉันหรอพราวตะวัน!!” ดานิเอลหันหน้ามา สันกรามหนาขบแน่นจนดูหน้ากลัว ดวงตาลุกโชนไปด้วยความเดือดดาล

“ค่ะ เพราะคุณกำลังดูถูกพ่อของตัวเองอยู่”

“แล้วฉันดูผิดตรงไหน ลับหลังอาจจะแอบไปทำอะไรกันก็ได้ พวกหน้าเนื้อใจเสือ...มันไว้ใจไม่ได้!”

“ถึงพราวจะยอมมีอะไรกับคุณ แต่เรื่องอื่นพราวก็รู้ตัวดี และพราวไม่มีวันทำร้ายผู้มีพระคุณแน่นอน” เธอเอ่ยเสียงหนักแน่น

“....ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้พราวตะวัน”

“ไม่ขอโทษค่ะ เพราะคนที่ควรขอโทษคือพ่อของคุณต่างหาก”

“จะไม่ขอโทษดีๆใช่ไหม” น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าตบหน้าเขา

แล้วเธอจะรู้ว่าโทษฐานที่กล้ามากระตุกหนวดเสือ มันต้องเจออะไร!

“ไม่ค่ะ เรื่องนี้พราวกับคุณท่านไม่ผิด คนที่ผิดก็คือคุณต่างหากที่ไปใส่ร้ายพ่อของตัวเอง”

“เธอยืนยันแล้วใช่ไหมว่าจะไม่ขอโทษ” เขาถามย้ำอีกครั้ง แต่พราวตะวันก็เลือกที่จะเงียบ “...นี่คือโทษฐานที่กระจอกๆอย่างเธอกล้าตบหน้าฉัน”

พรึ้บบบ!!

“นะ...นี่คุณจะทำอะไร!!”

พราวตะวันหวีดร้องด้วยความตกใจทันทีที่ร่างลอยหวือขึ้นจากพื้นด้วยฝีมือของดานิเอล เขาอุ้มร่างของเธอตรงไปที่ริมสระที่มีความลึกประมาณสองเมตร ทำให้พราวตะวันดิ้นรนมากขึ้นเพราะรู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่เป็น

“ปล่อยนะคุณดานิเอล! ปล่อยพราวนะ...พะ...พราวว่ายน้ำไม่เป็น!!”

“ก็ดี! เพราะฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะปากเก่งได้อีกนานแค่ไหน เป็นแค่เด็กกำพร้าแต่บังอาจมาตบลูกชายเจ้าของบ้าน...มันต้องเจอแบบนี้”

“กรี๊ดด!! อย่านะ.....”

ตู้มมมม!!

--------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป