บทที่ 16 16
“เฮียกำลังทำหมวยอายนะ” เขาเชื่อว่าเธออายจริง เพราะแก้มสองข้างแดงขึ้นมาอีกแล้ว อย่างที่เขาเคยบอกไป ว่าเขาชักจะเสพติดแก้มแดงๆจากความขัดเขินของเธอ
“แล้วชอบไหม”
“สร้อยข้อมือเหรอ? ชอบค่ะ”
ก็ถ้าไม่ชอบก็เรียกร้องความสนใจให้เขามาเลือกให้ทำไมล่ะ และตอนนี้ไม่ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเอาอันไหน เพราะอาฉีเลือกให้เธอทั้งสองเส้นและเป็นอันที่เธอชอบมากๆด้วย และยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีกเพราะเขาใส่ให้เธอเองด้วยมือของเขา แบบนี้จะไม่ถอดออกจากข้อมือเลยคอยดูสิ
แต่แล้วคำถามที่หมวยเข้าใจว่าเขาถามเรื่องสร้อยข้อมือ ดันไม่ใช่คำถามที่แท้จริงของอาฉี แท้จริงแล้วเขาหมายถึง
“หมายถึง ชอบเฮียแบบนี้ไหม”
“เฮียฉี...” สองแก้มเนียนใสเห่อร้อนและฉีดสีแดงสุกปลั่งมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก วันนี้เขาจะทำให้เธอเขินมากเกินไปแล้วนะ หัวใจเธอทำงานหนักมาก มันเต้นโครมครามไม่ได้พักเลยตั้งแต่เขาชมว่าน่ารัก จูบมือ แล้วยังมาถามอะไรทำให้ใจหวั่นไหวอีก
“ไม่ตอบ เฮียจะถือว่าชอบก็แล้วกัน” คิดเองเออเองเก่งไปอีก แต่จะแย้งเขาก็ใช่ที่เพราะใจเธอก็ยังไม่อยากปฏิเสธเหมือนกัน
อาฉีเดินจับมือภรรยาตัวน้อยของเขาออกจากร้านโดยให้ไทกับจีงเป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วค่อยเดินตามออกมา การเดินจับมือกันแบบที่เป็นจับมือไม่ใช่แค่จับข้อมือ นี่คือครั้งแรกที่เราเดินจับมือกันเสมือนเป็นคนรักกันที่มาเดินเที่ยวห้างดูของนู่นนี่ ในช่วงแรกอาฉีรับรู้ว่าหมวยยังไม่ชิน มือเธอค่อนข้างเกร็งและชื้นไปด้วยเหงื่อ แต่เขาไม่ยอมปล่อย ถ้าไม่ชินก็แค่ต้องทำให้เธอชินแค่นั้นเอง
“เฮียฉี...” คนที่พยายามปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของคนตัวสูงมาสักพักเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยังปรับตัวไม่ได้ หมวยไม่ชินจริงๆที่ต้องเดินจับมือกับเขาแล้วยังมีสายตาจากคนที่เดินสวนกันมองมาที่เธอกับอาฉีแบบยิ้มๆ พวกเขาคงมองว่าน่ารักละสิ แบบแฟนเดินจับมือกันน่ารักดีนะ แต่คือ มันไม่ใช่ไง คนอื่นมองน่ารักแต่เธออาย
“ครับ” ครับเหรอ? โห้นานๆทีจะได้ยินเขาพูดครับนะเนี่ย
“เฮียปล่อยมือหมวยก่อนได้ไหมคะ”
“ทำไม หมวยไม่ชอบมือของเฮียเหรอ” เลิกคิ้วถามเธอแต่ไม่ยอมหยุดเดินและไม่ยอมปล่อยมือของเธอด้วย
“ไม่ใช่ไม่ชอบมือเฮีย...แต่ หมวยอาย”
“อายทำไม” นั่นสิ! จับมือกับเขาหน้าอายตรงไหน มือเขามีแต่สาวๆอยากเขามาสัมผัสอยากมาเป็นเจ้าของทั้งนั้น แต่เธอที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของอาฉีดันอาย ‘เฮียจะไม่พอใจบ้างได้ไหม’
“ก็คนที่เขาเดินจับมือกันแบบนี้มีแต่คนที่เขาเป็นแฟนกัน เป็นคนรักกัน” เธอรู้สถานะตัวเองดีว่าเป็นอะไรกับอาฉี แต่เราสองคนยังไม่ได้มีความรู้สึกรักต่อกันเลย สำหรับหมวยตอนนี้ยอมรับว่าเริ่มหวั่นไหวให้เขาแล้ว แต่มันจะเป็นการแอบรักข้างเดียวหรือเปล่า เธอไม่กล้าคิดหรอกว่าอาฉีจะเริ่มรู้สึกลึกซึ้งกับเธอ เพราะเขาไม่ได้แสดงออกเลยจนกระทั้งตอนนี้ ที่มีบางอย่างเปลี่ยนไปแต่เธอก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ดี ‘เฮียจะรักหมวยบ้างไหมนะ’
“เราเป็นมากกว่าคำว่าแฟนนะ ถ้าหมวยลืม”
“หมวยไม่ได้ลืม แต่เราก็ไม่ใช่คนรักกันเหมือนกัน”
กึก อาฉีหยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินประโยคหลังหลุดออกมาจากปากของคนตัวเล็ก ก่อนจะพาเธอเดินหลบเข้าไปในหลืบมุมที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาทางนั้นมากนัก
ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงอารมรณ์กรุ่นโกรธที่เกิดขึ้นภายในใจไม่มากแต่มี เขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างบอกไม่ถูกที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็เถียงออกไปไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน ก็เรายังไม่ใช่คนรักกัน
“เฮีย...ทำไมทำหน้าเข้มแบบนั้น หมวยทำเฮียโกรธเหรอ” สีหน้าของเขาแสดงออกชัดมากว่ากำลังไม่พอใจ ดวงตาของเขาเข้มขึ้นจนหมวยรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ ปกติเขาก็ดูน่ากลัวอยู่แล้วเพราะเธอชอบทำให้เขาโมโหอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้สีหน้าเขาเข้มขรึมมากและเธอเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“หมวย” หลังจากยืนเงียบอยู่สักพักเหมือนพยายามสงบอารมณ์ของตัวเอง อาฉีก็พูดขึ้น
“คะ”
“หมวยอยากจะรักกับเฮียไหม”
“คะ! เฮียพูดอะไรออกมา ฮะ เฮียป่วยเหรอ”
“เฮียไม่ได้ป่วย เฮียถามจริงๆ อยากรักกับเฮียไหม” เขาไม่ได้ถามเล่นๆ น้ำเสียงและสีหน้าเขาจริงจังมาก อาฉีเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงถามเธอไปแบบนั้น แต่เขามั่นใจว่าไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบแน่
“ตะ แต่เราก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้วนี่ จะรักหรือไม่รักเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดี” เธอเขินมากนะที่เขาถามและก็อายมากๆถ้าจะต้องพูดออกไป ว่าใจจริงแล้วหมวยคิดว่าตัวเองก็อยากรักกับเขาเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะว่าเขาจะเป็นสามีแต่เพราะใจเธอ
“แล้วเฮียละ เฮียจะรักหมวยลงเหรอ หมวยมีแต่หาเรื่องมาให้เฮียปวดหัว ชอบทำให้ตัวเองโดนเฮียดุ หมวยคิดว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่เฮียจะรักด้วยซ้ำ”
“แล้วรู้เหรอว่าผู้หญิงแบบไหนที่เฮียจะรัก”
“ไม่รู้ แต่คงไม่ใช่หมวย เพราะ อื้อ!!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค อาฉีก็รั้งใบหน้าของเธอให้เงยขึ้นรับจูบของเขา หมวยเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ขาแข้งจู่ๆก็เหมือนจะอ่อนแรงทำให้อาฉีต้องปล่อยมือข้างที่จับมือเธอแล้วเคลื่อนขึ้นมากอดรัดรอบเอวบางไว้ เขาค้างริมฝีปากไว้สักพักแล้วจึงถอนออก
