บทที่ 8 8

“ดี ค่าเสียหายละ จ่ายชดใช้ให้กับคุณเสี่ยโชคหรือยัง” ลูกชายเป็นคนทำผิดพ่อไม่จำเป็นต้องมารับแทน อาฉีรู้ว่าตัวเองเป็นคนทำให้ที่ทำมาหากินของคนอื่นเสียหาย และเขาก็ยินดีที่จะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้อยู่แล้ว ไม่ได้ไปตีแล้วหนีมันไม่ใช่นิสัยของมาเฟียตระกูลจาง เขาจะไม่ยุ่งถ้าไม่มายุ่งกับเขาก่อน

“เสี่ยไม่ยอมรับค่าเสียหายของเราครับเฮีย”

“หึ ทำไม? เสี่ยโชคใจกว้างขนาดนั้นเลยเหรอ” แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ความใจกว้าง ผับเสียหายขนาดนั้นนักธุรกิจหน้าเลือดอย่างเสี่ยโชคคนนี้คงไม่ใจดีถึงขั้นปล่อยผ่านไปง่ายๆหรอก มันต้องอยากได้อะไรมากกว่านั้นแน่

“เสี่ยโชคจะแจ้งความและฟ้องร้องตระกูลจางครับเฮีย วันพรุ่งนี้เสี่ยโชคกับทนายจะเดินทางมาพบเฮียที่นี่ครับ”

“อ๋อเหรอ แบบนี้ก็ต้องใช้บริการห้องอาหารใหญ่ของบ้านแล้วละสิ มีแขกมาหาทั้งทีคงต้องจัดเมนูVIPให้สักหน่อย” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา สายตาคมกริบของอาฉีมองตรงไปข้างหน้าอย่างคนกำลังคิดอะไรอยู่

อาฉีพูดเหมือนเป็นเรื่องขำก็จริงแต่น้ำเสียงที่พูดปนเสียงหัวเราะนั้นทำเอาไทรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อย ถึงจะอยู่ด้วยกันมานานก็ใช่ว่าไทจะชินกับอาฉีในโหมดปีศาจร้าย ผู้ชายคนนี้เหมือนจุดเยือกแข็งดีๆนี่เอง บทจะอ่อนโยนก็ดีต่อใจสุดๆบทจะโหดร้ายอาฉีก็เลือดเย็นสุดๆเช่นกัน และจากที่อยู่ด้วยกันมานาน การไม่ทำให้อาฉีโกรธเป็นเรื่องที่ดีและลูกน้องทุกคนควรทำมากที่สุด

“เฮียครับ ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมเฮียถึงอยากให้ทนายประจำตระกูลจางมาวันนี้ด้วย” ไทลังเลใจอยู่นานที่จะถามคำถามนี้ แต่เขาก็ถามออกมาในที่สุด เพราะเรื่องที่ไปทำผับของเสี่ยโชคเละไทเชื่อว่าอาฉีสามารถจัดการเรื่องการเจรจากันในวันนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ทนายประจำตระกูลถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะลงทุนจ้างทนายมาด้วยก็ตาม

“กูเอามาเป็นพิธีไปงั้นแหละ ก็เห็นเสี่ยโชคอยากเล่นใหญ่หาทนายมากูก็เลยเรียกมาบ้าง เดี๋ยวทนายฝั่งเสี่ยโชคจะเหงา”

อ๋อ ให้เชิญทนายประจำตระกูลมายืนขำๆ เอ่อ บางทีก็ไม่เข้าใจเจ้านายตัวเองเลยจริงๆ นี่เฮียฉีเขาคิดว่าทนายว่างงานหรืออย่างไรจะเรียกให้มาเป็นตัวประกอบเฉยๆนี่นะ เฮียนะเฮีย

“ทุกคนมาถึงแล้วหรือยัง” อาฉีมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเขาขณะถามคำถามลูกน้องคนสนิท

“มาครบแล้วครับเฮีย ตอนนี้ทุกคนรออยู่ที่ห้องอาหารใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ ผมแจ้งให้แม่บ้านเสิร์ฟน้ำกับของว่างตามที่เฮียสั่งไว้แล้วครับ”

“ดี! งั้นเราก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวแขกของกูจะรอนานแล้วอึดอัดตาย กูไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านของกู”

“เชิญครับเฮีย” ไทรีบเดินนำไปเปิดประตูห้องทำงานให้เจ้านายและทั้งสองก็พากันเดินตรงไปที่ห้องอาหารใหญ่ที่ตอนนี้มีเสี่ยโชคพร้อมทนายของเขากับลูกน้องอีกสองคน และทนายของตระกูลจางนั่งรออยู่แล้ว

ประตูห้องอาหารถูกเปิดออกและทันทีที่อาฉีเดินเข้ามา วัตถุบางอย่างก็ลอยมากระทบใบหน้าของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ปึก!

“เฮีย!” ไทหันมองผู้เป็นนายด้วยใบหน้าตื่นตกใจแล้วก้มมองตามวัตถุที่ล่วงลงอยู่บนพื้นก็พบว่า สิ่งที่ลอยมากระทบใบหน้าเจ้านายของเขาคือปึกธนบัตรสีเทาหนาๆ

‘ไอ้สัตว์ มึงกล้าโยนเงินใส่หน้านายกู มึง!’

ไทก่นด่าในใจและรู้สึกโกรธที่เขาปล่อยให้เจ้านายเจ็บตัว แทนที่จะเป็นคนระวังความปลอดภัยให้อาฉี ไทตั้งใจจะก้าวเข้าไปจัดการไอ้คนลอบกัด แต่อาฉีจับไหล่ของเขาไว้ก่อน แล้วสั่งทางสายตาว่า ‘ให้อยู่เฉยๆ’

อาฉีเหลือบมองปึกธนบัตรเพียงครู่แล้วเลื่อนไปสบแววตาวาวโรจน์ของเสี่ยโชค ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่มองแล้วเหมือนจะเป็นมิตรส่งไปให้ อาฉีทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารตอนนี้มองว่าเขาไม่ได้โกรธอะไรกับสิ่งที่โดนไปเมื่อสักครู่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทนายของทั้งสองฝ่ายเริ่มนั่งไม่ติด รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันทีแล้วพยายามมองหาที่หลบภัยภายในห้องอาหารนี้ แต่ดูแล้วที่ปลอดภัยสุดคงจะเป็นใต้โต๊ะกินข้าว

“เสี่ยโชคทำเงินหล่นไกลนะครับ ไทมึงเอาไปคืนเสี่ยสิ”

“ครับเฮีย” ไทรับคำสั่งของเจ้านายแล้วก้มลงเก็บปึกธนบัตรนั้นขึ้นมา ก้าวเข้าไปหาเสี่ยโชคช้าๆแล้ววางปึกธนบัตรนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าของ เสี่ยโชคมองแล้วรีบหยิบปึกธนบัตรนั้นขึ้นมาทันที เขาทำท่าจะปามาที่หน้าของอาฉีอีกครั้งแต่ก็ต้องค้างมือเอาไว้เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของอาฉี

“ถ้าเสี่ยคิดจะปามาที่หน้าของผมอีก คราวนี้ผมจะปามันคืนด้วยอย่างอื่นแทนนะครับ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรเสี่ยก็ปามาเลย”

อาฉีพูดอย่างท้าท้ายแต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งไปให้เสี่ยโชค ซึ้งทั้งคำพูดและสีหน้าของอาฉีตอนนี้บอกได้เลยว่าเรียกโทสะและวอนเบื้องล่างของเสี่ยโชคมาก

‘อวดดีนักไอ้เด็กเมื่อวานซืน ที่มึงยืนปากดีทำเป็นเก่งได้อยู่ตอนนี้ก็เพราะชื่อเสียงของตระกูลทั้งนั้น หากไร้ชื่อเสียงมึงก็แค่ไอ้เด็กเหลือขอ มีแค่ตัวกับปากวอนโดนตีนของกู’

เสี่ยโชคคิดโกรธแค้นอยู่ในใจ เขาไม่ได้เก่งแค่ในใจแต่ยังไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย วันนี้ตั้งใจจะมาคุยเรื่องที่ไอ้เด็กเวรนี่ทำกับเขา ทำกับลูกชายของเขาไว้มันต้องชดใช้ให้สาสม เมื่อพยายามสงบอารมร์ของตัวเองได้แล้ว เสี่ยโชคเลือกที่จะวางปึกธนบัตรไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลง หยิบน้ำชากินมาจิบดับร้อนสักหน่อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป