บทที่ 9 9
ด้านอาฉีเมื่อเห็นคนสูงวัยกว่านั่งลงแล้วเขาก็นั่งลงบ้าง แล้วหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบตามเสี่ยโชคเช่นกัน พอเสี่ยวางแก้ว เขาก็วางตาม เสี่ยโชคนั่งกอดอก อาฉีก็กอดอกตาม ไทที่ยืนมองจากด้านหลังแอบลอบยิ้มให้กับสิ่งที่อาฉีกำลังทำ ‘เฮียกวนตีนเสี่ยโชค’
“เรามาเข้าเรื่องกันเถอะครับเสี่ย ผมจะถามความต้องการของเสี่ยและเสี่ยก็รีบตอบผมมา เราจะได้จบเรื่องนี้เร็วๆแล้วแยกย้ายกันไปทำงานดีไหมครับ” อาฉีเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน เขาทำตัวสบายๆน้ำเสียงเรียบๆไม่เป็นทางการมากนัก ทำเหมือนว่าตอนนี้กำลังจะคุยเรื่องสรรเพเหระทั่วไป
“เสี่ยจะเอาอย่างไง” อาฉีเริ่มถาม
“กูไม่เอาเงินของมึง” อ๋อนี่เป็นเหตุผลที่เสี่ยโชคปาเงินใส่หน้าเขาสินะ แหม จะคืนเงินก็คืนกันดีๆได้นะเสี่ย
“มึงไม่ต้องมาชดใช้ค่าเสียให้กู ผับกูซ่อมเองได้ เงินกูมี แต่มึงต้องชดใช้ที่ทำกับลูกชายกูไอ้ฉี!” เสี่ยโชคตวาดคำพูดใส่อาฉีพร้อมชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“ผมก็ยินดีจ่ายค่ารักษาพยายาบาลและดูแลจนกว่าลูกชายของเสี่ยจะหายเป็นปกตินะครับ แล้วตรงไหนที่เรียกว่าผมไม่ได้ชดใช้ให้เสี่ยไม่ทราบ” อาฉียังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบปกติแต่แฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาทอีกฝ่าย
“กูจะฟ้องมึงไอ้ฉี กูจะเอามึงเข้าคุก” เสี่ยโชคประกาศความต้องการของเขาออกมาในที่สุด
“เอาผมเข้าคุก หึ ข้อหาอะไรล่ะเสี่ย” อาฉีปล่อยเสียงหัวเราะร่วนออกมาเหมือนเขากำลังฟังเรื่องตลกอยู่อย่างนั้นแหละ ยกมือขึ้นมาดูเล็บของตัวเอง ทำเหมือนฟังแต่ก็ทำเหมือนไม่สนใจคนนั่งตรงข้าม บอกเลยว่าตอนนี้อาฉีกวนประสาทดีแท้
“ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ทำลายสถานประกอบการของผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย และกูจะไม่ยอมความมึงด้วยไอ้ฉี มึงต้องไปนอนคุกเท่านั้น”
“เหรอ หึ กูไม่ไป!”
เอาแล้ว! ไทกลืนน้ำลายลงคอดังอึกเมื่อเจ้านายของเขาเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกแทนตัวเองว่า ผม เป็น กู หมดแล้วการให้เกียรติคนที่สูงวัยกว่า ต่อไปของจริง
“และถ้ามึงอยากให้มีคนไปนอนในคุกนัก คนๆนั้นก็ต้องเป็นลูกชายของมึงเสี่ยโชค มันบังอาจมาแตะต้องผู้หญิงของกู และที่กูไม่ฟ้องข้อหาลวนลามโดยมีเจตนาทำอนาจารกับผู้หญิงอย่างไตรตรองไว้ก่อนก็บุญหัวมันแค่ไหนแล้ว หึ กูช่วยให้มันไปนอนโรงพยาบาลก็ถือว่ากูปราณีมากแล้วนะ” ยิ่งพูดถึงเรื่องนั้นในใจเขาก็เริ่มเดือดดาลพร้อมระเบิดออกมามาก
“นางนั่นมาคนเดียวแล้วยังแต่งตัวล่อผู้ หึ ลูกชายกูจะอยากได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” ล่อผู้เหรอ!!!
ปึง!! อาฉีกำหมัดทุบบนโต๊ะด้วยความโกรธจัด ทำให้คนที่อยู่ในห้องต่างสะดุงตกใจไปกับสิ่งที่เขาทำ รวมถึงเสี่ยโชคที่รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหลบอยู่หลังลูกน้องของตัวเอง แต่ลูกน้องของเสี่ยโชคก็เริ่มกลัวอาฉีขึ้นมาเหมือนกัน เพราะสีหน้าและแววตาของทายาทมาเฟียคนนี้แข็งกร้าวขึ้น ชายหนุ่มที่นั่งยิ้มเมื่อสักครู่ได้หายไปและแทนที่ด้วยปีศาจร้ายแทน อาฉีในตอนนี้สามารถเดินไปหักคอเสี่ยโชคได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา
“ไอ้เหี้ยโชค! มึง จะด่ากู กูไม่ว่าแต่มึงจะมาพูดถึงเมียของกูแบบนั้นไม่ได้ ปากอย่างมึงต้องโดนกูทำให้แตกวันนี้แหละไอ้สัตว์!!” อาฉีก้าวขายาวๆมุ่งตรงจะไปทำร้ายฝั่งตรงข้ามแต่ไทรีบเข้ามาห้ามแล้วรั้งเจ้านายของเขาไว้ก่อน วันนี้ถ้าปล่อยให้เฮียฉีซัดหน้าเสี่ยโชค จากที่จะเคลียร์จบกันแบบทางใครทางมันจะกลายเป็นเราที่เป็นฝ่ายผิดสะเอง
“เฮียใจเย็นๆก่อนครับ ถ้าเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้จนเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา คนที่จะเสียหายที่สุดคือซ้อหมวยนะครับ”
“...” คำพูดของไทเรียกสติอาฉีได้ดีและทำให้เขาดับอารมณ์เดือดของตัวเองลงได้ในทันที
“ผมจะไม่ฟ้องลูกเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ฟ้องผมและยอมจบเรื่องนี้ตอนนี้ ค่าเสียหายทางผมยืนยันเหมือนเดิมที่จะรับผิดชอบให้ทั้งหมดรวมถึงค่ารักษาของลูกชายเสี่ยด้วย” พอสงบสติอารมณ์ได้อาฉีก็เปลี่ยนมาเรียกฝั่งตรงข้ามเหมือนเดิม
“แต่ถ้ายังดึงดันจะฟ้องกันให้ได้ ผมก็มั่นใจมาก ว่าเสี่ยจะพังพินาศย่อยยับมากกว่าสิ่งที่เสียไป และถ้าวันนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมจะให้เวลาเสี่ยกลับไปคิดหนึ่งวัน คิดคำตอบให้ดีก็แล้วกัน” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารทันที ที่เหลือก็ปล่อยให้ไทจัดการส่งแขกไป
อาฉีคิดจะเดินออกไปหาที่สูบบุหรี่ อารมณ์เขาไม่ดีอย่างมากต้องไปสูบให้ผ่อนคลายสักหน่อย แต่ยังไม่ได้ไปถึงไหนเขาก็ต้องหยุดเดินสะก่อนเมื่อมีอีกคนกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาเขา หมับ แล้วเธอก็สวมกอดเขาด้วย เล่นเอาคนตัวสูงชะงักไปเลย
“มีอะไรเหรอ” ยกแขนขึ้นมากอดตอบคนตัวเล็ก
“เฮียฉี หมวยขอโทษ”
