ถูกไล่ออก ตอนที่ 2
“อัลซี” ไคเลนเอื้อมมือไปห้ามเธอไม่ให้ก้าวเข้าไปในลิฟต์ เขาวางมือลงบนไหล่เธอเพื่อให้เธอหยุดนิ่ง “เราคุยกันให้เข้าใจได้นะ เรื่องนี้เป็นแค่ความเข้าใจผิด”
“ไม่ใช่ความเข้าใจผิดค่ะ คุณเบอร์เจส เธอบอกให้ฉันทำให้เสร็จภายในเสี้ยวเดียวของเวลาที่มี ไม่งั้นฉันถูกไล่ออก ฉันไม่ได้หลงคิดว่าตัวเองเสกเวทมนตร์ได้ แล้วพอรู้ตัวว่าไม่มีทางทำทัน ฉันก็รับสภาพว่าจะถูกเลิกจ้างแล้ว ฉันให้แทงก์ไปขอให้ รปภ. มาพาฉันออกไป”
“ถึงคุณเวอร์ริลลีจะเป็นผู้ช่วยซีอีโอจริง แต่เธอไม่ใช่ฝ่ายบุคคล และเธอไม่มีสิทธิ์จ้างหรือไล่ออก”
“ใครว่าฉันทำไม่ได้” ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามา ส้นสูงกระแทกพื้นดังฉับๆ เสียงนั้นทำให้อัลซีนึกถึงแม่ของเธอที่มักใส่รองเท้าแบบเดียวกัน แต่ไม่มีวันได้ยินเสียงเดินของแม่เลย คนหนึ่งสง่างาม อีกคนไม่ใช่ เสียงแหลมชวนหงุดหงิดของผู้หญิงคนนี้ยิ่งเป็นหลักฐานว่าเธอกำลังเล่นแต่งตัว ทำเป็นใหญ่เกินตัว เพราะความงามสง่าและมารยาทไม่เคยเป็นสิ่งที่เธอมี “หล่อนจบงานที่นี่แล้ว หล่อนเถียงเจ้านาย แล้วก็สบถใส่ฉัน”
“คุณได้ยินแล้วนี่” อัลซีสะบัดมือเป็นเชิงปัดๆ ขณะผู้หญิงปากเสียคนนั้นกระทืบส้นแรงจนเธอยังแปลกใจว่าไอ้ส้นเข็มนั่นไม่หัก “เธอเป็นหัวหน้าฉัน และฉันปฏิเสธคำสั่งให้เสร็จในสิบห้านาที ฉันจบแล้วค่ะ”
ไคเลนคว้าแขนผู้หญิงอีกคนแล้วเริ่มลากเธอออกไป ระหว่างนั้นหันมามองอัลซี “อัลซี ขอร้องล่ะ ช่วยตั้งโต๊ะให้เสร็จก่อน ถ้าเสร็จแล้วเธอยังอยากลาออก ฉันจะเขียนจดหมายรับรองให้แบบสวยหรูเลย ระหว่างนี้ฉันจะไปขอให้คุณโลซาโนช่วยเตือนคุณเวอร์ริลลีเรื่องหน้าที่และขอบเขตงานของเธอ”
“ปล่อยฉันนะ ไอ้คนอเมริกันเถื่อน” ผู้หญิงคนนั้นกระชากแขนตัวเอง ขณะถูกลากลงทางเดินอย่างไม่ไว้หน้า
“ฉันอยากลาออกมากกว่าต้องมารับมือกับหล่อน” อัลซีสบตาแทงก์ และรู้ว่าเขาเห็นความจริงที่ฉายวาบอยู่ในสีน้ำตาลนุ่มของดวงตาเธอ
“ถ้าเธอเดินออกไปทั้งงานยังไม่เสร็จ เขาจะทำให้เธอไม่มีวันได้งานที่ไหนอีก” แทงก์ขู่ “เธออยากได้จดหมายรับรอง หรืออยากตกงานไปตลอดชีวิต?”
“เฮ้อ” เธอโยนมือขึ้นฟ้าแล้วเดินฉับๆ กลับไปที่โต๊ะ “สมัยมัธยมฉันเคยแฮ็กเข้าระบบโรงเรียนแล้วไปปั่นผลสอบแบบทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยของยัยที่รังแกฉัน ทำให้มันไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยสักที่ แล้วพอมันสอบใหม่ ฉันก็ทำอีกที ฉันคิดถึงวันที่อะไรๆ มันง่ายกว่าขี้นี่เยอะ” แล้วเธอก็กลับมาคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะต่อ จัดสายไฟที่ทำค้างไว้ก่อนหน้า
เสียงตะโกนโหวกเหวกจากปลายทางเดิน—เป็นเสียงผู้หญิงคนเดียว—ทำให้ทั้งคู่เงยหูฟัง แล้วไม่ถึงสิบนาทีหลังจากไคเลนลากเธอไป ผู้หญิงคนนั้นก็กลับมายืนหน้าอัลซี พึมพำคำขอโทษที่ไม่ค่อยจริงใจนัก
“ทำไปเถอะ ไม่ต้องรีบ แต่ทำให้มันถูกต้อง” ผู้หญิงคนนั้นจบสุนทรพจน์ของตัวเอง
“ค่ะ” อัลซีไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอทำงานต่อไป
“เธอมันอเมริกันไร้มารยาท”
เธอได้ยินเสียงผู้ชายกระแอม แล้วมีบทสนทนาภาษาอิตาเลียนโต้ตอบกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะเดินกระแทกเท้าจากไปอย่างเดือดดาล
“ผมขอโทษแทนพฤติกรรมของน้องสาวผมด้วย”
“น้องสาวคุณ?” อัลซีเงยหน้าขึ้นไปสบตาผู้ชายที่มายืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะที่เธอกำลังประกอบ
เขายื่นมือมาให้ “บัสเตียโน เวอร์ริลลี ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยบริษัทของคุณโลซาโน ยินดีที่ได้รู้จักคุณมาริอานี”
วิธีที่เขาเอ่ยนามสกุลของเธอทำให้ความหนาววาบไล่ขึ้นมาตามสันหลัง ดวงตาเขามืดลึกและกวาดค้น เธอมั่นใจโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ชายคนนี้รู้ว่าเธอเป็นใคร เขาจะเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยให้ทอร์ควาโต โลซาโนโดยไม่รู้ว่าใครอยู่บนชั้นนี้ไม่ได้
“ฉันแน่ใจว่าคงเป็นเกียรติของฉันค่ะ” เธอกระซิบตอบโดยไม่ยื่นมือไปจับมือที่เขาเสนอให้ กลับก้มหลบลงใต้โต๊ะเพื่อเสียบสายเคเบิลในมือ เสียงเครื่องพิมพ์เริ่มทำงานดังขึ้นเป็นสัญญาณบอก เธอยิ้มอย่างโล่งใจ อีกอย่างเสร็จแล้ว
“พอคุณทำเสร็จ คุณต้องไปที่ห้องประชุมบอร์ดเพื่อพบคุณโลซาโน”
เธอโผล่หัวออกมาแล้วดันไปชนไม้แข็งด้านบนจนกะโหลกดังโป๊ก “เป็นคำสั่งจากซีอีโอเหรอคะ?” คำถามอีกครึ่ง—“หรือจากดอน”—เธอกลืนเก็บไว้ แต่คิ้วที่ผู้ชายตรงหน้าเลิกขึ้นนิดๆ ก็บอกคำตอบแล้ว
เขาเอนตัวข้ามโต๊ะ มือใหญ่หนาเกาะขอบโต๊ะไว้แน่นเพื่อจ้องเธอตรงๆ “พ่อของคุณรู้ไหมว่าคุณทำงานให้ตระกูลโลซาโน?”
“พ่อฉัน” เธอฮึดฮัดตอนดึงปลั๊กพ่วงจากใต้โต๊ะ “ไม่พลาดสักอย่างหรอกค่ะ คุณเวอร์ริลลี แต่ถ้าคุณถามว่าฉันติดต่อเขาเองเพื่อรายงานชีวิตประจำวันไหม—ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้คุยกับใครในตระกูลมาริอานีตั้งแต่เขาไล่ฉันออกจากบ้านเมื่อหกปีก่อน นอกจากบางครั้งพี่ชายฉันโทรมาหา ทั้งที่ขัดคำสั่งเขาเพื่อเช็กว่าฉันยังโอเคไหม ฉันก็ไม่ได้คุยกับคนอื่นในครอบครัวอีก ถ้าพ่อฉันรู้ว่าฉันทำอะไร นั่นเพราะเขาไปสืบเอง ไม่ใช่เพราะฉันเอาข้อมูลไปให้”
ผู้ชายคนนั้นดูตกใจ “เขาไล่คุณออกเหรอ?”
“ทันทีที่พ่อรู้ว่า ‘ของชิ้นเดียว’ ที่เขาใช้ต่อรองเพื่อเอาฉันไปแลกกับคุณโลซาโนไม่เหลืออยู่แล้ว เขาก็ถีบฉันทิ้งค่ะ ฉันทำให้เขาเสียเงิน เสียหน้า”
“คุณโลซาโนยกเลิกสัญญา”
“ค่ะ เพราะพรหมจรรย์ของฉันไม่อยู่แล้ว ฉันไม่มีค่าอะไรกับตระกูลถ้าไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ ก็เลยโดนไล่ออก อย่างน้อยก็ดีกว่ากระสุนที่เขาเคยขู่จะให้ฉันละมั้ง”
“เดี๋ยวๆ” คุณเวอร์ริลลีดูงุนงงสุดๆ “คุณกำลังบอกว่าพ่อคุณไล่คุณออกเพราะคุณไม่ใช่พรหมจรรย์?”
“ใช่ค่ะ เขาสัญญาพรหมจรรย์ของฉันให้คุณโลซาโน แล้วฉันทำลายพันธะนั้น”
“คุณโลซาโนเป็นคนยกเลิกข้อตกลง แต่ไม่ใช่เพราะ—” เขาหยุดพูดเหมือนรู้ตัวว่าพูดเกินหน้าที่ “ขอโทษครับ”
เธอทำหน้าบึ้งเมื่อเห็นเขาแทบจะวิ่งไปที่ห้องประชุมบอร์ดปลายทางเดิน
พวกผู้ชายมาเฟียนี่แปลกดีจริงๆ.
