บทที่ 12 God is a woman (2) จบตอน

“มึงจูบเก่งขึ้นนะมิว” ครามชมฉันตอนที่ฉันผละริมฝีปากออกมา ลิปสติกของฉันเปื้อนที่ปากของเขาทำให้ยิ่งดูเซ็กซี่มากขึ้น ฉันคลี่ยิ้มหวาน มองมือครามที่ค่อยๆ เลื่อนมาที่สายเอี้ยมที่รัดหน้าอกจนเป็นทรงกลมกลึง

ครามปลดสายเอี้ยมลงอย่างไม่ใยดี

“อะ อย่าสิ” ฉันห้ามเขาพร้อมกับคว้ามือใหญ่ของเขาไว้ “อย่าลืมนะว่ามิวมีแฟนแล้ว”

“...”

“แถมแฟนของมิวก็เป็นเพื่อนของพี่ด้วย”

“กูบอกมึงแล้วนะเมื่อกี้” เขามองฉันราวกับกำลังโดนขัดใจ ครามสบตาฉันในระยะใกล้ แววตาดูหมายมาด “ว่ากูจะแย่งมึงมาจากมัน”

“...”

“ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีต่ำๆ แค่ไหน ก็จะแย่งมาเป็นเมียให้ได้” ฉันสบตาเขากลับ ว่าไงดีล่ะ ฉันรู้ว่าฉันมันบ้าที่คิดจะเสี่ยงกับไฟ

แต่ฉันเผลอกระตุกยิ้มออกมาเลยล่ะ

“แย่จัง ถ้าพี่ครามโสดก็ดีสิ” ฉันกัดริมฝีปากตัวเอง ช้อนสายตาขึ้นไปล้อเลียนเขา “ถ้าโสดล่ะก็ มิวจะยอมเป็นชู้ด้วยเลยนะเนี่ย”

“มึงกับกู เราเป็นชู้กันโดยที่ต่างคนต่างก็มีแฟนได้” เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กัน สถานการณ์ตอนนี้คือสิ่งที่ฉันอยากให้เป็น ฉันไม่สนว่ามันจะผิดหลักทางศาสนาหรืออะไร ในเมื่อฉันแค่ต้องการจะแก้แค้นเท่านั้น

ตั้งแต่ย้ายไปเกาหลี คนที่นั่นก็สอนให้ฉันได้ปลดแอกตัวเองและเป็นอิสระ ฉันรักความพยาบาท และในขณะเดียวกันก็เต็มที่ให้กับความโกรธของตัวเอง

“พี่ครามก็จีบมิวสิ” ฉันให้ข้อเสนอ เขาชะงักไป “จีบมิวลับหลังพี่เวย์”

“...”

“ส่วนเรื่องเซ็กซ์ มิวจะมาคิดดูอีกทีหลังจากที่เราคบกันโดยที่พี่ก็ยังมีพี่เหมียว และมิวก็ยังมีพี่เวย์อยู่”

“...”

“แต่แน่นอน มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่พี่ทำให้มิวรู้ว่าพี่ต้องการมิวจริงๆ” ฉันไล้ปลายนิ้วไปตามแผ่นอกแกร่งของเขา ความกำยำล่ำสันของครามทำให้ฉันรู้สึกทึ่งได้เสมอ เหมือนว่าครามจะตัวใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะ “หรือถ้าพี่จะหย่ากับพี่เหมียวเพื่อมิวก็ได้นะ”

“...”

“เราจะได้รักกัน... เร็วขึ้น” ฉันให้คำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงให้เขา ครามจ้องหน้าฉันนิ่งงันราวกับเขากำลังต้องการฉันอย่างมากล้น ไล่สายตามองเรียวเอวที่โผล่พ้นจากเสื้อเอวลอย และหน้าอกขนาดพอดีตัวแสนน่ารักที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อสีขาว

“เหมียวคงไม่ยอมง่ายๆ แน่” เขากระซิบชิดริมฝีปากของฉัน “ตอนนี้มันตามหึงหวงกูยังกับหมาบ้า”

“หืม” ฉันทำตาโต “จริงเหรอคะ”

“ตอนนี้เราแต่งงานกันโดยที่ลูกไม่ใช่ลูกของกูด้วยซ้ำ” เขาสารภาพออกมายังกะคนโง่ที่กำลังหลงใหลฉันแบบโงหัวไม่ขึ้น “มึงก็น่าจะรู้ กูเป็นคนดีที่รับอุปการะเด็กที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง”

“...”

“แล้วถ้ากูหย่า คนอื่นก็จะมองว่าเหมียวสำส่อน มันไม่ง่ายขนาดนั้น”

เอาง่ายๆ

คือครามยังหลงเหลือเยื่อใยต่อพี่เหมียวอยู่นั่นเอง

เขาทำเหมือนอยากจะไปจากพี่เหมียวใจจะขาด แต่จริงๆ ก็ไปไม่พ้น ยังคงวนเวียนอยู่ในพวกเราสองพี่น้องราวกับคนที่ตัดใจจากมันไม่ขาด ฉันรู้ว่าเขารักพี่เหมียวมาก... มากเกินไป ถึงจะฟอร์มไม่สนใจและไม่แคร์ ที่เขาสนใจฉัน มันก็แค่อาการของคนหลงของ

วินาทีนั้นใจฉันรู้สึกได้ถึงความจริง

ความจริงที่ว่า...

ฉันอิจฉาพี่ตัวเอง ที่ได้รับความรักสุดเรียลจากคนเลวๆ แบบครามไป

ฉันไม่ได้รักคราม แต่ยอมรับว่าฉันอยากเอาชนะ

ฉันจะทำให้เขารักฉันได้มากกว่า

“งั้น...” ฉันกัดริมฝีปาก การเอาร่างกายเข้าแลกกับคนอย่างครามก็ไม่เลวเท่าไหร่นัก “การที่พี่จะได้มีเซ็กซ์กับมิวคงยากแล้วล่ะ”

“มึงทำได้ ทำไมกูถึงทำไม่ได้?” ครามถามเสียงหนักแน่น มองฉันที่ผละมือจากเขา “มึงก็มีอีเวย์อยู่ในขณะที่จะคบกับกูเหมือนกัน”

“นั่นเพราะทุกคนเป็นตัวเลือกของมิวได้ แต่มิวจะไม่เป็นตัวเลือกของใคร” ฉันสวนกลับไป ยกแก้วที่ว่างเปล่าของเขาขึ้นมา ทำท่า Cheers

“...”

“เอาใบหย่ามาให้มิว ถ้าพี่อยากได้มิวเป็นเมีย”

พี่เวย์กลับมาในยี่สิบนาทีต่อมา ฉันกับครามผละออกจากกันก่อนหน้านั้นแล้ว อย่างที่ฉันบอกว่า ถ้าเขาเอาใบหย่ามาไม่ได้ ก็อย่าหวังจะได้แตะถึงความสาวของฉัน

เรานั่งดริ๊งก์กัน ฉันฟังพี่เวย์คุยกับครามอย่างออกรส ในการสนทนาจะมีชื่อของพี่เหมียวร่วมวงด้วยเสมอ ราวกับพี่เวย์จะตอกย้ำเขากลายๆ ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว

พี่เวย์นี่ก็หวงของเก่งไม่ใช่เล่น

ครามเหลือบมองฉันตลอดเวลาที่คุยกับพี่เวย์ สายตาของเขาใครๆ ก็มองออก มองแล้วหนาวไปทั้งตัว เพราะเหมือนกับจะโดนเปลื้องชุดด้วยสายตา

อยากได้ฉันจริงๆ สินะ อืม

หาวิธียังไงดีนะให้เขาเอาใบหย่ามาให้ฉันได้เร็วๆ

ฉันนั่งดื่มเงียบๆ ทนให้สายตาของครามโลมเลียร่างกาย จนรู้สึกว่าอยากเข้าห้องน้ำ

“พี่เวย์ เดี๋ยวมิวไปเข้าห้องน้ำแปปนะ” ฉันพูดกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำสกรีนลายร็อคเท่ๆ พี่เวย์กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มพอดี เธอพยักหน้าให้ฉันด้วยรอยยิ้ม

ฉันเลยฝากรอยร้าวไว้ให้ครามเจ็บใจเล่นด้วยการหอมแก้มพี่เวย์จนเธอเบิกตาโตเบาๆ แล้วเดินผ่านครามไปอย่างไม่ใยดี

ถึงจะไม่ได้มอง แต่ก็รู้ว่าสายตาเขาสแกนหาความคิดของฉันอยู่

อยากรู้เหรอว่าฉันคิดอะไร

ง่ายๆ เลย... แหกอกฉันออกสิ

ฉันไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นสอง แอบครามมาเพื่อมาสำรวจดูบ้านของเขา

ฉันกำลังคิดว่า เขาให้ฉันกับพี่เวย์มาที่นี่ได้ แล้วลูกของเขาล่ะ? เท่าที่ฟังเขาคุยเมื่อกี้รู้สึกว่าพี่เหมียวจะออกไปข้างนอก

อ้อ ไม่สิ ลืมไป นั่นไม่ใช่ลูกของเขา

ฉันลืมบอกไปใช่มั้ย ตอนที่ฉันคิดว่าเขามีลูกกับพี่เหมียวตอนนั้นน่ะ กว่าจะผ่านมาได้มันยากมากเลยนะ แต่กลับต้องมารับรู้ว่านี่มันไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขาแบบนั้น

ก็แอบอมยิ้มออกมาเลย

ก็ไม่รู้จะยิ้มได้ทำไม แต่ตีความไปเองว่าเป็นเพราะฉันสะใจที่เขาต้องมารับผิดชอบเด็กที่พี่เหมียวแรดไปนอนด้วยโดยที่ไม่ใช่ลูกที่เขาสร้างขึ้นมา

เอาเป็นว่า เด็กคนนั้นก็น่าสงสารนะ

คิก

ฉันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ กำลังชั่งใจคิดว่าจะโทรหาพี่เหมียวให้เธอร้อนรนเล่นๆ ดีมั้ย ร้อนรนชนิดที่ว่าต้องกลับมาดูผัวตัวเองให้ไว แล้วฉันก็จะให้พี่เวย์ออกไปก่อน แล้วทำทีว่าจะคุยธุระกับครามต่อ

หรือไม่ก็ บอกพ่อกับแม่ซะเลยว่าลูกที่เธอมีอยู่กับครามไม่ได้เป็นลูกจริงๆ ของเขา

แต่แบบนั้นมันก็ดูเหมือนฉันรักคราม และจงใจจะแย่งเขากลับมาน่ะสิ

“ฮึ ไม่มีวันซะหรอก” ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ลดมือถือลงไปใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นตามเดิม

ฉันไม่ได้รักคราม ไม่ได้มีเยื่อใยอะไร

การจะแย่งครามกลับมาแล้วเขี่ยทิ้งมันต้องดูมีชั้นเชิงกว่านั้น มันจะต้องดูเหมือนเขาอยากเข้ามาหาฉันเอง โดยที่ฉันไม่ได้ยั่ว ถึงจริงๆ จะมีส่วนบ้างก็ตาม

“แงๆ”

แต่อยู่ดีๆ ฉันก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงเหมือนเด็กร้องไห้อยู่ที่ห้องๆ หนึ่ง ฉันเหลือบมอง ก่อนที่จะมองลอดผ่านบันไดลงไป เห็นว่าไม่มีวี่แววของใครที่จะเดินผ่านมาทางนี้

เพราะงั้นฉันถึงค่อยๆ เดินไปตามเสียง เปิดประตูที่เป็นต้นตอของเสียงนั้นออก

แล้วฉันก็เห็นห้องๆ นึง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องสำหรับเด็กโดยเฉพาะ กลางห้องมีเปลที่ดูหรูหราอยู่ ฉันรู้สึกแปลกๆ พอเดินใกล้เข้าไป แล้วก็เห็นเจ้าตัวจ้อยของเด็กน้อยที่นอนกระจองอแงอยู่ในเปล

ใบหน้าของเด็กที่ดูไม่ออกว่าจะคล้ายกับใคร ครามเหรอ ถึงจะดูเหมือนพี่เหมียวมาก แต่ก็มีดวงตาคล้ายคราม

แต่นั่นไม่ใช่ลูกของเขา ถูกมั้ย?

ฉันวางมือลงบนขอบเปลอย่างลืมตัว มองเด็กทารกที่นอนร้องไห้ ภาพนั้นสะเทือนใจมาก

ครามให้ฉันกับพี่เวย์มาที่นี่โดยไม่คิดที่จะสนใจลูกของเขาเลย

แปลว่าเขาก็ไม่ได้รักเด็กคนนี้เลยสิ

ฉันเผลอนึกไป นึกไปถึงช่วงที่เรายังคบกันตอนนั้น โชคดีที่ทุกครั้งที่มีอะไรกัน ครามจะป้องกันเสมอ ราวกับเขาเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกกับฉันด้วยความเต็มใจ หรือคิดในแง่ดีก็เพราะฉันยังอายุน้อยเกินไป

ฉันเผลอคิดไปว่า ถ้าตอนนั้นฉันท้อง แน่นอนว่ามันไม่พร้อมแน่... ครามจะปฏิบัติตัวยังไงต่อฉันและลูก

พอนึกถึงก็ได้แต่ปวดหัว

คนเลวๆ แบบนี้ก็ชัดเจนอยู่ เขาคงไม่ใยดีฉันกับลูกอยู่แล้ว

ฉันมองเด็กที่นอนร้องไห้อย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดไว้ ปลอบประโลมราวกับเป็นลูกของตัวเอง

เขาหยุดร้อง แต่ขย้ำหน้าอกฉันไม่หยุด ราวกับว่าเขากำลังหิวนม

ฉันมองเด็กน้อยอ้อยอิ่ง กดจูบหน้าผากเล็กอย่างไม่รังเกียจว่าจะเป็นลูกของคนที่ฉันเกลียด ถึงฉันจะเปลี่ยนไป ร้ายแรงขึ้นบ้าง แต่ฉันก็รู้ว่าเด็กไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย

ฉันจะไม่ทำตัวต่ำๆ แบบสองผัวเมียนั่นเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป