บทที่ 5 ผัวทรยศ (1)

แน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉัน

ฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่ง

แต่

เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้าน

ฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจ

และเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึก

และเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้

“อื้อ! คราม”

ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้อง

ครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉัน

แต่การที่เขาไปมีเซ็กซ์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน

“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มือจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนจิกเข้าไปใต้ผ้า รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากเขาแทบไม่ไหว ร่างกายที่เปลือยเปล่ามีแค่ซับในที่ถูกร่นไว้ที่ปลายเท้า

“อา... ถ้าอยากให้กูไม่มีเซ็กส์กับใคร ก็อย่าให้ต้องรอ” ครามพูดอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่สนว่าเหตุผลที่ฉันหายไปคือกลับไปอยู่กับที่บ้าน ครามไม่เคยคิดจะสนใจหรือชายตามองครอบครัวฉันด้วยซ้ำ

นั่นเพราะเขาสนใจแค่ฉัน รึเปล่านะ

ฉันคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า

“อื้อออ” ร่างฉันถูกกระแทกกระทั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ครามโน้มตัวลงมาจูบแผ่นหลังของฉัน แล้วขยุ้มก้นนิ่มจนเป็นรอย

จนในวินาทีสุดท้าย เขาก็ชักแก่นกายของตัวเองออกมา แล้วปล่อยให้น้ำรักของเขาพุ่งใส่แผ่นหลังเล็กๆ ของฉัน

ฉันล้มตัวลงไปนอนกับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ในขณะที่ครามจะผละออกไป เขาชักทิชชู่ออกมาเช็ดลำท่อนของตัวเองที่ยังแข็งผงาด

“อยู่นิ่งๆ” ฉันขยับตัวขึ้นมาเพื่อที่จะหยัดกายมามองเขา แต่ร่างสูงกำยำกลับโพล่งเสียงเรียบ แล้วดันหลังฉันให้นอนราบลงตามเดิม

เขาค่อยๆ เอาทิชชู่ปาดน้ำรักของเขาออกจากหลังฉัน

“คราม... มิวไม่มีแรง” ฉันครางเสียงอ่อน ชอบอ้อนเขาแบบนี้เวลาอยู่ด้วยกัน ที่คิดว่าครามรักฉัน เพราะเขาจะคอยชำระกายให้ฉันทุกครั้งหลังจากมีอะไรกันเสร็จทุกรอบ

“หันหน้ามาหากูดีๆ”

เขาสั่ง ฉันเลยขยับตัวหันหน้าไปหาเขา ร่างกายแกร่งค่อยๆ โน้มมาช้อนตัวฉันขึ้นพร้อมกำชับให้มั่นคง และก็เพราะว่าลำตัวของครามใหญ่กว่าฉันมาก แค่อุ้มฉันด้วยมือเดียวก็ยกขึ้นมาอย่างง่ายๆ แล้ว

ฉันกอดลำคอแกร่งไว้ พอเขาหันกลับมามอง ฉันก็หอมแก้มเขาเบาๆ

“มิวรักครามนะ”

“อืม” เขาตอบแค่นั้น ก่อนที่จะพาฉันเข้าไปในห้องน้ำ วางฉันที่ไร้เรี่ยวแรงลงให้ยืนที่พื้นห้องน้ำ แล้วเปิดฝักบัวล้างระหว่างขาให้

ฉันเม้มปากอย่างนึกอยากลองใจเขา มองร่างสูงที่ลูบขาให้ฉัน แล้วได้แต่คิดในใจ

ถ้าสมมุติว่า...

ถ้าสมมุติว่าฉันพูดถึงครอบครัว เล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟัง

“คราม” ฉันโพล่งขึ้นมา กอดตัวเองไว้แน่นเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามอง “คิดอยากไปหาครอบครัวกับมิวบ้างมั้ย”

“ไปทำไม” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วฉันก็กลืนน้ำลายลงคอ

“มิว... อยากพาครามไปเปิดตัว”

“ไม่จำเป็น” เขาตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ “แค่มึงรู้ว่ามึงเป็นเมียกูก็พอแล้ว กูไม่ได้อยากรู้จักกับครอบครัวมึง”

“พูดแบบนั้นก็เกินไปนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย

“กูรักมึง มิว” แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันชะงักไป ครามหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง “แต่กูไม่อยากผูกมัด ไม่อยากให้มึงพาไปรู้จักครอบครัว”

“...”

“กูอยากให้มันมีแค่มึงกับกู” เขาเอื้อมมือมาลูบท้ายทอยฉันเบาๆ ทึ้งผมฉันให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “เรื่องของผัวเมีย ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นสู่รู้ ครอบครัวมึงไม่ใช่ครอบครัวกู กูไม่สนใจใครนอกจากมึง”

ฉันหลงเคลิ้มไปกับคำว่ารักจากเขา จนลืมว่าเขากำลังแสดงออกว่าไม่ยอมรับครอบครัวฉันอย่างโจ่งแจ้ง

แต่อย่างว่าเนอะ... ฉันเองก็ไม่อยากให้พี่เหมียวรู้จักเขาเหมือนกัน

“อื้อ มิวจะไม่พาครามไปรู้จักกับครอบครัวก็ได้” ฉันมองเขาอย่างหวานซึ้ง เพื่อเขาฉันนี่ยอมทำได้ทุกอย่างจริงๆ “พี่สาวมิวเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น จริงๆ แล้ว มิวแทบไม่อยากให้ครามรู้จักเธอเลย”

ในความเงียบ มีแต่เสียงของน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว ฉันเห็นว่าร่างแกร่งของครามแข็งทื่อทันทีที่ฉันพูดถึงพี่

[พาร์ท : พี่คราม]

อีนั่นกลับมาแล้ว

กูได้แต่นั่งกระวนกระวายอยู่ในห้อง กระวนกระวายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเวลานั้นใกล้มาถึง แล้วมันก็เหมือนผิดตลอดมา ที่กูคิดว่ากูจะรักใครสักคนได้นอกจากอีนั่น จริงๆ ก็แค่หลอกตัวเอง เอาน้องสาวมันมาย่ำยีตามคำที่มันสั่ง เอามาสวมรอยแทนที่มัน

ทำร้ายผู้หญิงทุกคนได้เพื่อมันคนเดียว

หลังจากกูผละจากห้องของมิว หลังจากเอากันเสร็จก็หมดธุระ ไม่มีไรต้องคุย กูกลับมาที่ห้อง แล้วเอาแต่ร้อนเป็นไฟอยู่แบบนี้

จนกูทนไม่ไหว

กูพยายามจะออกไปข้างนอก ลากอีตัวสักคนมาเอาเพื่อสงบสติอารมณ์ ความอยากอันแรงกล้าเกิดขึ้นหลังจากนึกถึงอีนั่นจนปวดทรมานอย่างห้ามไม่อยู่

หลายเดือนที่กูรออีนั่นเสมอมา แม้จะเอาน้องสาวมันมาเป็นที่ระบาย แต่กูไม่เคยลืมอีนั่นเลย

กูไม่คิดว่าตัวเองเหี้ย แต่นั่นคือความรัก

กูแค่รักเดียวใจเดียว ไม่คิดรักใครอื่นนอกจากอีนั่น

ครืด... ครืด

กูนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ระหว่างที่ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูห้อง พอกดดูว่าใครโทรมา มันขึ้นว่าเป็นเบอร์แปลก

กูตัดสายทิ้งเพราะงดรับเบอร์แปลก ได้ยินเสียงขยับตัวอยู่หน้าประตู

กูรู้สึกตงิดขึ้นมา กดโทรกลับหาเบอร์แปลกทันที

แม่งสังหรณ์ใจ

ติ๊ด

“ใคร” กูถามไปเสียงห้วนเมื่อมันรับสาย แต่ต่อมาก็ต้องชะงัก นิ่งไปเมื่อมันเป็น...

[คราม เราเอง]

“...!”

[เราอยู่หน้าประตูห้องคราม เปิดหน่อยสิ] เสียงหวานจัดที่เคยคุ้นกับมันมาเกือบสองปีก่อนที่มันจะออกจากชีวิต ทิ้งเหมือนกูเป็นเศษขยะ

แกรก

กูเปิดประตูออกทั้งที่ยังแนบหูกับโทรศัพท์ มองภาพผู้หญิงผมชมพูยาวจนถึงกลางหลังตรงหน้า ภาพนั้นถูกซ้อนทับเหมือนครั้งที่เรายังคบกัน ใบหน้าที่ยังเหมือนเดิมราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต

ถ้าเทียบกับน้องสาวของมัน... ก็แค่เด็กผู้หญิงจืดๆ คนนึง

“คราม” มันเรียกชื่อกู ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรูดเสื้อตัวนอกออก ผ้าหนาๆ หล่นลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเรือนร่างสวยงามที่ใส่แค่เพียงซีทรูบางๆ จนเห็นเกือบหมดทุกอย่าง

กูจ้องมองภาพนั้นอย่างตะลึง มันมักจะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเสมอ

“คิดถึงจัง”

หลังจากจบประโยคนั้น กูก็กระชากแขนเธอเข้ามาจูบทันที เราแลกลิ้นให้กันอย่างโหยหา

เหมียว ผู้หญิงที่มองกูมีค่าแค่ขยะชิ้นนึง

ตอนนี้ เธอกลับมาหากูแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป