บทที่ 7 แลกมาด้วยร่างกาย (1)

สองปีต่อมา

“มิว เธอจะไปแล้วเหรอ” แจวอนถามฉันด้วยภาษาเกาหลี มองภาพฉันที่กำลังปัดหน้าอยู่หน้ากระจก สองปีที่ผ่านมาฉันมีเพื่อนผู้ชายค่อนข้างเยอะ คนเกาหลี 3 ใน 5 เลยนะ แจวอนก็เป็นหนึ่งในเพื่อนของฉัน หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

ก็ฉันพูดเกาหลีเป็นนี่นา อยู่มาสองปีจนคล่องแล้วด้วย

“แน่สิ แจวอน มิวสัญญากับออมม่าไว้ว่าจะกลับไปเรียนต่อที่ไทยนี่” ฉันตอบกลับไปเป็นภาษาเกาหลีเช่นกัน ก่อนที่จะทาปากด้วยลิปทิ๊นท์สีแดงสดเจือข้างใน ไล่สีอย่างสนุกสนาน “แจวอนไม่ต้องคิดถึงมิวหรอกนะ”

“ไม่คิดถึงได้ไง” แจวอนพูดพร้อมกับโอบกอดด้านหลังของฉัน เราทำตัวติดกันแบบนี้เป็นประจำ แจวอนเคยบอกว่าชอบฉัน เพราะฉันน่ารัก แต่พอเปลี่ยนไปสองปีเขาก็รู้ว่าไม่มีสิทธิ์

ฉันกอดกับเพื่อนผู้ชายทุกคน แต่ไม่ได้รู้สึกพิศวาสใครเลย

ฉันเกลียดผู้ชายเพราะแฟนเก่าที่เคยทิ้งไปเอากับพี่สาวตัวเอง เกลียดพี่สาว แล้วตอนนี้ก็ชักเริ่มจะสนใจผู้หญิงแล้วด้วย

เอาง่ายๆ คือฉันเริ่มเข้าสู่วงการ ‘ไบเซ็กชวล’ อย่างจริงจัง

คือผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดี

“อ๊ะ ไม่ได้นะแจวอน” ฉันหมุนตัวไปกอดคอเขากลับ ท่าทางขี้เล่นแสนซนของฉันถูกแต่งแต้มมันจากเพื่อนผู้ชายพวกนี้ “มิวมีแฟนแล้วนะ อย่าลืมสิ”

“แฟน? คนไหนล่ะ เธอมีหลายคนมากเลยนี่” แจวอนประชดประชันอย่างงอนๆ ฉันเลยหลุดขำออกมา

‘แฟน’

นิยามของคำว่าแฟนของฉันตอนนี้น่ะเหรอ

ก็คงฟิลประมาณ พยายามต่อขบวนรางรถไฟไม่ให้มันชนกันล่ะมั้ง ทั้งหญิงทั้งชาย บอกเลยว่าถ้าใครถูกใจฉันก็ฟาดเรียบ ปาดหน้าเค้ก แถมไม่ให้ใครแย่งไปอีกด้วย

คนที่สอนฉันให้เป็นแบบนี้ก็คือผู้ชายคนนั้นนะ แล้วที่เกาหลีก็ไม่มีใครมายุ่งเรื่องการคบซ้อนหลายเพศของฉันด้วย สบายใจสุดๆ

แต่เสียใจจัง วันนี้ฉันต้องบอกลาทุกคน เพราะฉันจะกลับไทยแล้ว

“ก็มีแฟนสิ้นสุดแค่วันนี้ วันพรุ่งนี้ถึงไทย...” ฉันขยิบตาให้เขา “มิวก็จะโสดแล้ว”

“...”

“ถ้าคิดถึงก็ตามมานะ”

แน่ล่ะ ก็ไม่ได้คิดอยากจะจริงจังกับใครสักคนที่นี่เลยนี่

ฉันบินกลับมาที่ไทยทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากกลับไปเหยียบเลยสักนิดเดียว

แต่เพราะต้องมาเรียนต่อที่นี่ เพราะสัญญากับพ่อแม่ไว้แบบนั้น เพราะตอนอยู่ที่เกาหลี ฉันเอาแต่ทำงาน ทำงาน และทำงานจนตัวเป็นเกลียว พอถึงเวลาพักก็ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกับเพื่อนๆ

ใช่ ฉันน่ะเปลี่ยนไปแล้ว

ก่อนที่จะกลับบ้าน ฉันรู้ได้ในทันทีว่าต้องกลับไปเจอกับอสรพิษในคราบพี่สาว ฉันแอบส่องไอจีเธอเงียบๆ ในบางครั้ง แม้ว่ามันจะแอบมีเสี้ยวนึงที่ปวดใจที่ว่าเธอแต่งงานไปแล้วพร้อมกับมีลูก... กับคราม

แต่นั่นก็คือความเจ็บที่เจือไปด้วยรอยแค้นล่ะนะ

เธอไว้ผมยาว เปลี่ยนสีผมไปเรื่อยทั้งๆ ที่มีลูกแล้ว แต่งตัวเซ็กซี่เกินผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและภาพลักษณ์นั้นแสดงออกว่ารักสามีของตัวเองออกสื่อโซเชี่ยลเสียมากมาย แถมยังปาร์ตี้วันเว้นวัน มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่สำหรับคนสมัยนี้ แต่

ฉันไม่ต้องการเหมือนเธอ แม้แต่ความยาวของเส้นผม

ฉันแวะเข้าร้านตัดผม ไม่ได้อกหักหรืออะไร แค่ไม่อยากมีผมยาวให้รำคาญตา ที่เกาหลีน่ะคนไว้ผมยาวเยอะ แล้วฉันก็ขี้เกียจตัด สองปีก็ไว้ผมยาวมาเรื่อยๆ จนมันถึงบั้นท้าย

น่าเสียดายที่ต้องตัดออก แต่รู้อะไรมั้ย

อะไรที่ทำแล้วแตกต่างจากผู้หญิงคนนั้น ฉันทำทั้งนั้นล่ะ

“ขอทรงนี้นะคะ” ฉันชี้ไปที่ทรงผมสั้นแบบสาวฝรั่งในรูปที่ป้าย สั่งไปแบบส่งๆ เพราะแค่ขอให้ผมสั้นก็ดูดีแล้ว

ไม่ว่าทรงไหน ฉันก็สวยอยู่ดี

ฉันแวะเข้าร้านตัดผมในสนามบิน แล้วก็ดูเหมือนว่าช่างตัดผมจะเหลือแค่ผู้หญิงคนนึงในนั้น เธอเป็นผู้หญิงผมยาวสีดำสนิทยาวตรง ตัวสูง เท่มาก แถมยังสักเต็มตัว

แอบหลงนิดหน่อย ก็ฉันเป็นไบนี่นา

“ได้ค่ะ” เสียงทุ้มพร้อมกับมือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยสักบรรจงจับที่ผมของฉัน แววตาคมมองฉันผ่านกระจกในร้าน “ชื่ออะไรคะ”

ฉันนิ่งไป แอบกัดปากตัวเอง

พี่เขาถามชื่อฉันเหรอ

“ชื่อมิวค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่เค้าทางกระจก เห็นว่าแววตาของพี่สาวเป็นประกาย มันวาววับ ดูเซ็กซี่และก็ยั่วเย้าอย่างบอกไม่ถูก “พี่ล่ะ?”

“ชื่อเวย์” เธอเอียงคอยิ้ม “เรียกพี่เวย์ก็ได้นะ”

“ค่า” ฉันขานรับอย่างซุกซน แอบส่งสายตาให้พี่เวย์อย่างเย้ายวน ก่อนที่จะตกอยู่ในความเงียบเมื่อพี่เค้าเริ่มตัดผมให้ฉัน

พี่เวย์แถมการทำผมสีบลอนด์ทองให้ฉัน ตัดผมสั้นให้ดูเปรี้ยวปนน่ารัก ฝีมือเธอเริศมาก แถมพอฉันจะจ่ายเงิน เธอกลับบอกว่า

“เปลี่ยนจากเงินเป็นอย่างอื่นแทนได้มั้ยคะ” ฉันที่กำลังจะล้วงกระเป๋าเงินก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเธอกำลังยิ้ม “คืนนี้ดริ้งก์กับพี่มั้ย น้องน่ารักดี”

หืม?

“พี่ชอบหนูเหรอคะ” ฉันถามไปตรงๆ เพราะฉันเองก็ถูกใจพี่เวย์เหมือนกัน พี่เค้าเป็นหนึ่งในสเป็คฉันเลย คล้ายแฟนเก่าที่เกาหลี แต่ดูเท่กว่าเยอะ

“ใช่ พี่เป็นเบี้ยนนะ เผื่อไม่รู้” เธอลูบท้ายทอยตัวเอง “ถ้าน้องสนใจ”

เธอโน้มหน้าเข้ามา ฉันชะงักไป เห็นว่าร่างสูงของพี่เวย์ใกล้เข้ามามากๆ จนใบหน้าสวยๆ ของเธอใกล้ชิดกับฉันสุดๆ

เธอเอียงหน้ามากระซิบข้างหูฉันเบาๆ ในวินาทีนั้น ตอนที่ฉันกำลังเผลอใจเต้น

“คืนนี้ที่บาร์ Tenderr เจอกันนะ”

หลังจากที่พี่เวย์นัดฉันแล้ว ฉันก็ออกมาจากที่นั่น มาดูที่พักใหม่ของตัวเอง ก่อนที่จะจำใจกลับไปที่บ้านที่มีอสรพิษในคราบพี่สาวตัวเองอยู่ที่บ้านที่แสนคุ้นเคย

พ่อแม่บอกว่าวันนี้ครามไม่ได้มากับพี่เหมียวเพราะเขาติดงาน แต่เธออุ้มลูกเธอมาด้วย

มันช่างน่าตื่นเต้น ฉันอยากเห็นลูกของเธอจริงๆ

ฉันมองหน้าตัวเองในกระจก เติมปากให้แดงสดแล้วใส่เสื้อเอวลอย กางเกงยีนส์ขายาวแบบชิคๆ ก่อนที่จะสวมแว่นกันแดด มองตัวเองที่เปลี่ยนไปจากมิวผู้จืดชืดคนเก่าอย่างสิ้นเชิงในกระจก

เอาล่ะ พร้อมแล้ว

ฉันนั่ง Grap เข้าไปที่บ้าน จริงๆ มีรถที่เกาหลีแต่เป็นของแฟนเก่า ถ้าฉันจะทิ้งอะไร ฉันจะทิ้งทันทีไม่เสียดายของเลยทีเดียว

ก็ฉันไม่ได้จริงจังนี่นะ แล้วฉันก็ไม่ใช่หัวขโมย ที่พอหมดรักแล้วก็ทิ้งไปพร้อมกับของที่เขาเคยซื้อให้

เอาคืนไปเถอะ ฉันก็หาเงินเองเป็น

ทันทีที่มาถึงบ้าน ฉันก็เห็นว่าพี่เหมียวเองก็เพิ่งมาถึง เธอกำลังอุ้มลูกกำลังจะเข้าบ้าน

ฉันเสมองเธอผ่านกระจกรถอย่างชิงชัง ก่อนที่จะเปิดประตูออกไป

“พี่เหมียว!”

เธอหันหน้ามาทันทีที่ฉันเรียกเธอเสียงสดใส ก่อนที่ฉันจะโผเข้าไปซบเธออย่างดัดจริต

“คิดถึงจังเลยนะ ไม่ได้เจอกันนาน”

“มิวน้อย?” พี่เหมียวมองหน้าฉันอย่างตกใจ เธอก้มลงมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ที่จะฉีกยิ้ม “สวยจังเลย ศัลยกรรมมาเหรอ”

ฉันคิ้วกระตุกนิดหน่อย มาถึงก็ค่อนแขวะใส่เลยสินะ เป็นผู้หญิงที่ยังสร้างภาพเก่งและตอแหลไม่มีเปลี่ยน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป