บทที่ 8 แลกมาด้วยร่างกาย (2) จบตอน

ฉันคิ้วกระตุกนิดหน่อย มาถึงก็ค่อนแขวะใส่เลยสินะ เป็นผู้หญิงที่ยังสร้างภาพเก่งและตอแหลไม่มีเปลี่ยน

“ธรรมชาติค่ะ” ฉันหมุนตัว “แล้วนั่นลูกพี่เหรอ”

“ใช่จ้ะ” พี่เหมียวตอบเหมือนไม่เต็มใจนัก เธอเองก็คงรู้ว่าต้องกลับมาเจอกับฉันที่กลับมาไทยครั้งแรกในรอบปี แต่คงลืมไปสินะ ว่าฉันไม่ใช่มิวคนเดิมอีกแล้ว

คนที่เปลี่ยนฉันไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

“น่ารักจัง” ฉันจิ้มแก้มเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ในขณะที่พี่เหมียวมีท่าทางนิ่งสงบ ก่อนที่ฉันจะช้อนสายตาขึ้นมามองเธอ แววตาดูเคลือบแคลงไปด้วยเจตนาร้าย “ลูกใครเหรอ?”

ทั้งผัวเก่า ทั้งพี่สาวอสรพิษ

“ลูกครามกับพี่น่ะ” เธอยังฉีกยิ้มอยู่ ในขณะที่ฉันนิ่งไป “เรามีลูกด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว เป็นลูกชาย น่ารักดีใช่มั้ยล่ะ”

“...”

“หน้าเหมือนพ่อมากเลย ดูสิมิวน้อย” ฉันกำมือแน่น หงุดหงิดขึ้นมาครามครันจนอยากจะตบหน้าพี่สาวตัวเองสักฉาด เธอช่างอวดผัวได้อย่างน่ารำคาญจริงๆ

“อ่อ” ฉันครางรับ “พ่อเด็กที่เป็นแฟนเก่าหนูน่ะเหรอ”

พี่เหมียวนิ่งไปบ้าง คราวนี้ฉันฉีกยิ้มจนตาหยี

“อ้าว! พี่เหมียวน้องมิว เจอกันแล้วเหรอ” แต่สงครามประสาทระหว่างพี่น้องก็ต้องชะงัก ฉันได้ยินเสียงพ่อเปิดประตูออกมาเห็นเราสองคนกำลังยืนประจันหน้ากัน “มายืนคุยอะไรกันตรงนี้ เข้าบ้านเร็ว แม่เขาทำกับข้าวไว้เยอะเลย”

ไม่มีท่าทีสงสัยเลยสินะ คงอยากให้เราคืนดีกันซะมากมาย

“ป่ะ! พี่เหมียว เข้าบ้านกันเถอะ” ฉันยิ้มหวานแล้วจูงมือเธอข้างที่ไม่ได้อุ้มลูกให้เดินเข้ามาด้วยกัน

ยังไงก็เล่นละครเหมือนกัน ก็ให้มันเป็นแบบผีเห็นผีไปเลยละกัน

ในความเงียบ พี่เหมียวแกะมือฉันออก สีหน้าของฉันเรียบนิ่งขึ้นมาทันที แต่พอเข้าไปเจอแม่ก็เปลี่ยนสีหน้า

“อ้าว น้องมิว พี่เหมียว”

“แม่จ๋า” ฉันเดินไปกอดแม่ ก็ที่เกาหลีน่ะการกอดกันเป็นเรื่องธรรมดามาก ฉันหอมแก้มแม่ไปฟอดใหญ่ “มิวคิดถึงแม่จังเลย”

“กลับมาก็อ้อนเลยนะเรา” แม่ยิ้ม ก่อนที่จะก้มลงมองชุดฉัน “ชุดน้องมิวเห็นเอวมากไปรึเปล่าลูก”

“ที่เกาหลีเขาก็ใส่กันอย่างนี้ค่ะแม่” ฉันตอบปัด

“อ้อ... แล้วสองพี่น้องมาพร้อมกันเหรอ ดีกันแล้วใช่มั้ย” แม่ดูจะมีความหวังเมื่อพูดถึงฉันกับพี่เหมียว คงอยากให้พี่น้องรักกันดี แต่มันคงยากแล้ว เพราะพี่เหมียวเริ่มก่อน

ฉันเหลือบมองนังอสรพิษ เห็นเธอยิ้มอยู่ ฉันก็เลยยิ้มตามบ้าง

“ค่ะ”

“พี่เหมียวเอาลูกมาให้แม่อุ้มมา เลี้ยงลูกคนเดียวท่าจะลำบากแย่เลยล่ะสิ” แม่หันไปพูดกับพี่สาว ก่อนที่เธอจะส่งลูกให้ราวกับไม่ค่อยอยากอุ้มเท่าไหร่

“ส่วนมากจะเป็นครามน่ะค่ะ เหมียวแทบไม่ต้องหยิบจับอะไรหรอก” เธอเสมองมาที่ฉัน “ครามเขาเห่อลูกมากน่ะแม่ ไม่ยอมให้เหมียวจับเลย มีวันนี้นี่แหละที่ยอมให้เหมียวอุ้มมาที่บ้าน เพราะเขาติดงาน”

“เอ่อ งั้นเหรอ” แม่มีท่าทางลังเลเล็กน้อยตอนที่หันมามองฉัน ทำเหมือนฉันยังไม่ลืมเรื่องของผู้ชายคนนั้นแล้วยังจมปลักรักเขาอยู่งั้นล่ะ

เฮอะ ตลกดีนะ

“มองมิวทำไมแม่ มิวไม่ได้คิดอะไรกับพี่ครามแล้วล่ะ” ฉันยักไหล่ ตอบโจทย์ทุกคำถามจากสายตาแม่ “ตอนนั้นก็แค่หลงผิดน่ะ เพราะมิวยังเด็กมาก แต่ที่เกาหลีผู้ชายเยอะแยะ แปปๆ ก็ลืม”

“...”

“แฟนของพี่ มิวไม่เอาหรอกค่ะแม่”

แกรก

“เหรอ”

ฉันชะงัก เมื่อได้ยินเสียงคนเปิดประตูจากข้างนอก จริงๆ ก็ได้ยินเสียงรถมาสักพักแล้วล่ะ แต่ไม่คิดว่าเสียงรถนี้จะเป็นรถของใคร คงเป็นรถที่ผ่านหน้าบ้านไปเฉยๆ

ฉันมองไปทางประตูที่เปิดออก ร่างของผู้ชายคนนึงที่เต็มไปด้วยรอยสักทั้งสองแขนเดินเข้ามาในบ้านเมื่อมาทันได้ยินคำพูดร้อนร้ายของฉัน แววตาของเขาวาววับพอมองฉัน

สองปีเลยนะที่ไม่ได้เจอกัน

... คราม

ฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อของเขาเป็นมาเฟีย

ฉันเบ้ปากอย่างรำคาญ

ห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้น

ครามดึงลูกจากมือแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้น

ฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้า

แต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้ม

ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้น

บ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไง

ผู้ชายมักมาก

เป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้ว

ทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วก

ฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้

ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เอง

ฉันลงทุนเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นเกาะอกสีดำสกรีนคำว่า Do it DADDY สะท้อนแสงชมพูแสบตา พร้อมกางเกงยีนส์สั้นกุดขาดๆ ที่จงใจเปิดเผยเรียวขาข้างๆ แบบมากเกินความจำเป็น

แล้วจะทำไมล่ะ โสดแล้วไม่จำเป็นต้องสนใจใครนี่

ฉันตั้งใจมายั่วพี่เวย์โดยเฉพาะ

“มิว ทางนี้” ฉันเห็นพี่เวย์ในชุดเสื้อกล้ามอกแฟบสุดเท่พร้อมกับกางเกงยีนส์ขาดๆ มีสายโซ่สวยๆ คล้องที่กระเป๋ากับเข็มขัดราคาแพง แค่นี้ดูก็รู้แล้วว่าพี่เขารวย

“ค่า” ฉันโบกมือทักทายเธอ เห็นผู้ชายหลายคนมองฉัน ทั้งมองหน้าอก มองบั้นท้าย แล้วฉันก็ได้แต่ฉีกยิ้มในใจ

“มาจริงด้วย” พี่เวย์พูดทันทีที่ฉันเดินมาถึงตัวเธอ ร่างสูงโปร่งท้าวคางกับเคาน์เตอร์บาร์มองฉันด้วยสายตาแบบเซ็กซี่ๆ “ไม่กลัวเหรอ มีคนแปลกหน้ามาชวนดริ้งก์”

“ที่เกาหลีก็เป็นปกติน่ะค่ะ” ฉันยิ้มหวาน พร้อมกับหันไปที่บาร์เทนเดอร์ “ขอแรงๆ นะคะ แต่แบบหวานลืม”

“หืม” ฉันเห็นพี่เวย์ครางอย่างสนใจ เธอไล่สายตาโลมเลียฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “อยู่เกาหลีเหรอ ถึงว่า”

“ทำไมเหรอคะ” ฉันเอียงตัวเข้าไปใกล้เธอ ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวของเธอ

“ดูเผ็ดไม่เหมือนคนไทยไง” เธอยิ้มจนตาหลับ ก่อนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดก “แต่ไม่เป็นไร”

“...”

“พี่เป็นคนชอบทานเผ็ด”

นั่นไงล่ะ เจอไปดอกแรก ฉันร้อนไปทั้งตัวเลยทีเดียว

“บ้า พี่ก็” ฉันตีไหล่เขาเบาๆ พี่เวย์หัวเราะเสียงดัง

“ล้อเล่นน่ะ วันนี้พี่มากับเพื่อน” เธอไหวไหล่ “มีลูกเมียแล้วยังกระแดะมากินเหล้า ผู้ชายมันก็งี้ล่ะนะ พี่เลยไม่ชอบผู้ชายไง”

“เหรอคะ” ฉันครางรับ รู้สึกตงิดๆ กับคำว่า ‘มีลูกมีเมียแล้ว’ มันฟังดูคุ้นๆ นะ “พี่จะบอกว่าเลสไม่เป็นแบบนั้น?”

“ไม่” เธอกระซิบ “แต่รับรองว่าถ้าเปิดใจ จะชอบ”

“โห” ฉันแค่นหัวเราะอย่างรับมุข

“เออ เพื่อนพี่มาแล้ว มึง! ทางนี้” ฉันหันหลังไปมองตามพี่เวย์ที่กวักมือเรียกใครบางคน ก่อนที่จะต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่ฉันรู้จักดี

โลกมันกลมไปรึเปล่าอ่ะ

พี่เวย์เป็นเพื่อนกับคราม!

ฉันเห็นร่างสูงกำยำเดินเข้ามาใกล้ เขาใส่เสื้อเชิ้ตดำปลดกระดุมบนจนเปิดแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยสัก ร่างสูงสบตากับฉัน แววตานั้นแพรวพราวตอนมองชุดของฉันจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว ก่อนที่จะเดินมานั่งข้างๆ พี่เวย์

“พาใครมาด้วย?” ครามถามราวกับไม่รู้จักฉันมาก่อน เขาหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ “วอดก้า ขอเข้มๆ”

“เด็กกู” พี่เวย์ศอกแขนใส่เขา “มึงนี่ก็นะ ไม่หาเวลาไปดูลูกเมีย”

“ลูกหลับแล้ว เที่ยวได้” ครามพูดอย่างเห็นแก่ตัว

ฉันแอบเบ้ปาก

“นี่ ไอ้คราม” แต่ยังไม่ทันที่จะหายเซ็งที่ต้องมาเจอครามทั้งวันตั้งแต่กลับมาที่ไทย พี่เวย์ก็คว้าไหล่เล็กๆ ของฉันเข้ามาใกล้ กอดคอฉันราวกับเราเป็นคู่รักกัน “คนนี้ชื่อน้องมิว เพิ่งเจอกันที่สนามบิน น่ารักปะ”

ฉันเงียบ ครามเงียบ เราต่างจ้องหน้ากันราวกับจะสแกนหาความคิดของอีกฝ่าย เพราะถึงจะเปลี่ยนตัวเองมาให้แซ่บได้ขนาดนี้แล้ว

“น่ารักดี”

ก็ยังแทบจะเดาความคิดของครามไม่ออกเลยสักครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป