บทที่ 10 ถูกปฏิบัติต่างกัน

“เรื่องที่เจ้าทะเลาะกับพี่ใหญ่วันนี้ ข้าได้ยินมาแล้ว เอาเถิด ของข้าเองก็ยังพอมี แต่ตัวอักษรของพี่ใหญ่งดงามกว่าของข้ามากนัก ข้าเองก็อยากให้เจ้าเรียนตามตัวอักษรของเขาก็เท่านั้น” หมิงเยว่สั่งความกับสาวใช้ให้ไปหยิบตำราที่เรือนพักของนางมา

ฟางซินจึงให้เสี่ยวชิงพาสาวใช้ขนหีบใส่ตำราไปเก็บไว้ที่ห้องตามเดิม ระหว่างที่รอสาวใช้ของหมิงเยว่ ฟางซินนางก็นำแบบร่างเสื้อผ้าที่นางร่างเอาไว้มาให้หมิงเยว่ดู

“ซินซิน ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะร่างแบบชุดออกมาได้งดงามเช่นนี้”

“หากท่านชอบ ก็เอาไปเป็นแบบตัดชุดได้เจ้าค่ะ ข้ายังคิดจะเอาแบบชุดนี้ไปมอบให้หลงจู๊ที่ร้านตัดออกมาขาย ถือว่าให้ท่านได้ใส่เป็นคนแรกก็แล้วกัน อย่างไรท่านก็จะเป็นอาจารย์ของข้า”

“หึหึ เจ้านี่นะ เอาเช่นนี้ เจ้าเอาแบบไปให้หลงจู๊ของเจ้า แล้วตัดออกมาให้ข้าหนึ่งชุด เช่นนี้แบบผ้าของเจ้าก็จะไม่หลุดไปที่ร้านอื่นแล้ว”

“เป็นความคิดที่ดีเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ซู”

สองสาวหยอกล้อกันเพียงไม่นาน สาวใช้ก็นำตำรามาให้ เสี่ยวชิงเตรียมสี่สิ่งล้ำค่า (หมึก กระดาษ พู่กัน แท่นฝนหมึก) เอาไว้ให้ทั้งสองเรียบร้อยแล้ว

ฟางซินยามที่ร่ำเรียนนางตั้งใจมากนัก ชีวิตก่อนนางเป็นนักแสดง การแข่งขันที่สูงส่งผลให้นางต้องเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างตั้งใจ เดิมทีเรื่องใช้พู่กันคัดตัวอักษรนางก็ทำออกมาได้อย่างดี เพียงแต่อ่านไม่ค่อยได้ก็เท่านั้น เมื่อมีคนค่อยชี้แนะ ฟางซินก็เรียนรู้ความหมายของตัวอักษรไปได้หลายสิบตัวแล้ว

“เจ้าเรียนรู้ได้เร็วนัก”

“เดิมข้าก็มีความรู้ติดตัวอยู่แล้ว เพียงแต่สูญเสียความทรงจำไป เพื่อได้รื้อฟื้นขึ้นมาย่อมเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเจ้าค่ะ”

“จริงของเจ้า เช่นนี้อาจารย์อย่างข้ายังจะเป็นประโยชน์อยู่หรือไม่”

“ย่อมเป็นประโยชน์อยู่แล้วเจ้าค่ะ”

เรื่องที่ฟางซินขอให้หมิงเยว่สอนคัดตัวอักษร ซูเหยี่ยนจื้อย่อมต้องรู้อยู่ดี ตัวเขามีโทสะอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่าฟางซินนางจะไม่รับน้ำใจจากเขา

เสี่ยวไฉ บ่าวข้างกายของซูเหยี่ยนจื้อถึงกับเดาอารมณ์ของผู้เป็นนายไม่ถูก เมื่อเช้ายังไล่คุณหนูเถียนไม่อยากให้นางมาวุ่นวายกับตนเอง แต่ยามนี้กลับมานั่งโกรธเคืองนางที่ไม่ยอมรับน้ำใจของเขา

รุ่งเช้าวันต่อมา ฟางซินเมื่อหายดีแล้วนางต้องไปรับมื้อเช้าที่เรือนหลักพร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่าและคนอื่นในจวน ไม่รู้ว่าซูเหยี่ยนจื้อเกิดนึกเป็นคนดีอะไรขึ้นมา ถึงได้พาอาจารย์หญิงเข้ามาแนะนำให้นางรู้จัก

อย่างน้อยก็ไม่ได้มีเพียงนางที่ต้องเรียนเพียงผู้เดียว แม้แต่หมิงเยว่ หมิงม่านและบุตรีอนุอีกสามคนก็ล้วนแต่ต้องมาร่วมเรียนด้วยกัน

“ข้าไม่ได้เป็นอาจารย์ของเจ้าแล้ว ยังต้องมานั่งเรียนเป็นเพื่อนเจ้าอีก” หมิงเยว่ลอบถลึงตามองฟางซิน

“ท่านจะโกรธข้าได้อย่างไร ท่านต้องไปโกรธพี่ชายท่านนู้น เขาเป็นผู้ที่พาอาจารย์หญิงมาสอนต่างหาก” นางลูบจมูกแก้เก้อ

บุตรีที่เกิดจากลูกอนุอีกสามคนเป็นคนของบ้านรอง ทั้งหมด แต่ละคนล้วนแต่เรียบร้อย พูดน้อย แทบจะไม่กล้าสนทนากับบุตรีที่เกิดจากฮูหยินเอกเลย หมิงเยว่จึงกระซิบบอกฟางซิน ถึงความร้ายกาจหลางซื่อที่สยบเรือนหลังของสามีไม่ให้วุ่นวายได้

“เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจจริงๆ ที่ต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่น ทั้งยังต้องเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากผู้หญิงอื่นด้วย” นางพึมพำออกมาเบาๆ

“ความคิดของเจ้าประหลาดนัก ทั่วถึงเมืองหลวงมีถึงห้าจวนหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่จะไม่รับอนุ ดูอย่างท่านพ่อข้า ถึงแม้จะไม่มีบุตรที่เกิดจากอนุมากวนใจท่านแม่ แต่อย่างน้อยก็มีอนุอยู่ถึงสองคนในเรือน”

“แล้วต่อไปสามีของพี่หญิงก็ต้องมีอนุงั้นหรือ”

“อืม เป็นเรื่องที่สตรีอย่างพวกเราจะต้องเตรียมใจเอาไว้

“เช่นนั้นข้าไม่ออกเรือนเสียยังจะดีกว่า”

“หึหึ มิใช่เมื่อก่อนเจ้าพูดกับพี่ใหญ่หรือ ว่าหากเขาเลือกเจ้าเป็นฮูหยิน ทรัพย์สินที่เจ้ามีพอให้เขาเลี้ยงดูอนุมากถึงยี่สิบคนก็ยังไหว”

ใบหน้าฟางซินบิดเบี้ยวอย่างไม่น่ามอง เจ้าของร่างมีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร มิใช่ว่าบิดาของเจ้าของร่างไม่มีอนุในเรือนหลังหรือ เหตุใดนางไม่เอาตามเยี่ยงอย่างมารดาของนางบ้าง

“เรื่องเก่าข้าจำไม่ได้แล้ว ถือว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน” นางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ไม่ฟังสิ่งที่หมิงเยว่กำลังหยอกล้อนางต่อ

พอมีอาจารย์หญิงเข้ามาสอน ฟางซินก็เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ต่างจากอาจารย์จำเป็นเช่นหมิงเยว่มากนัก นางตั้งใจเล่าเรียนเพื่อให้อ่านเขียนได้คล่อง ฟางซินสนุกกับการเรียนแต่ไม่ใช่กับหมิงม่าน นางอยากจะเล่นสนุกพอถูกจับให้มานั่งเรียนก็ต้องเสียน้ำตาไปไม่น้อย

ซูเฟินบุตรอนุบ้านรองอายุสิบสองหนาว เป็นอีกคนที่ผลการเรียนนับว่าโดดเด่นในช่วงแรก แต่พอผ่านไปไม่นาน นางก็กลายเป็นคนที่ถูกอาจารย์หญิงตำหนิและลงโทษบ่อยกว่าหมิงม่านเสียอีก

“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้” ฟางซินเอ่ยถามหมิงเยว่หลังเลิกเรียน

“จะเป็นอันใดไปได้ อาสะใภ้จะยอมให้บุตรีอนุเด่นกว่าบุตรของนางได้อย่างไร เฟินเออร์ นางคงถูกเรียกตัวไปตำหนิกระมังถึงได้เป็นเช่นนี้”

ฟางซินได้แต่ส่ายหัว ยุคโบราณแบ่งแยกฐานะชัดเจนและรุนแรงไม่น้อย แม้จะเกิดจากบิดาเดียวกัน ต่างถูกปฏิบัติต่างกัน หากนางต้องมาอยู่ในร่างของบุตรอนุ และมีแม่เลี้ยงโหดร้ายนางคงจะต้องเป็นบ้าสักวัน

พอเริ่มมีความรู้อ่านเขียนได้แล้ว ฟางซินก็เริ่มนำรายการทรัพย์สินของนางออกมาตรวจสอบ จำนวนเงิน โฉนดที่ดิน ร้านค้า ช่างทำให้นางตาลายไม่น้อย แต่กลิ่นเงินมันช่างหอมเสียจริง ผู้ใดว่าเหม็นกลิ่นเงินนางจะเถียงสู้ตายเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป