บทที่ 17 ญาติผู้น้องของเจ้าช่างน่าสงสารนัก

คำพูดของคุณหนูหม่าทำให้คุณหนูที่เข้ามาพูดคุยกับฟางซินตกใจไม่น้อย บางคนมองฟางซินอย่างรังเกียจ บางคนก็มองอย่างเห็นใจที่ถูกรังแกว่าเป็นเด็กกำพร้า

ฟางซินมิได้มองคุณหนูหม่าเลย นางมองไปที่ตัวต้นเรื่องแทน หลี่หลิวอวี้แม้จะก้มหน้าแสร้งดึงตัวและพูดห้ามปรามคุณหนูหม่าเสียงดัง แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นอย่างพอใจ

ฟางซินอดจะหัวเราะในใจไม่ได้ นางเป็นถึงนักแสดงหากไม่แสดงฝีมือออกมาจะกลายเป็นเสียชื่อได้

ดวงตาของฟางซินค่อยๆ แดงเรื่อขึ้นทั้งยังมีน้ำตาเอ่อคลอชวนให้คนรู้สึกเวทนา “คุณหนูหม่าพูดเหมือนฮูหยินหลี่ไม่ผิด ข้าคิดว่าตัวเองถูกฮูหยินหลี่สั่งสอนเรื่องเป็นบุตรกำพร้าไร้บิดามารดาสั่งสอนไปแล้วเรื่องจะจบตั้งแต่ในจวนตระกูลหลี่ แต่ไม่คิดว่า...จะทำให้คุณหนูหลี่เจ็บแค้นจนคุณหนูหม่าต้องออกหน้าแทน” ฟางซินคุกเข่าลงตรงหน้าโดยที่คุณหนูหม่าและหลี่หลิวอวี้ไม่ทันตั้งตัว

“หากท่านต้องการให้ข้าโขกศีรษะอีกครั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ข้าเองก็ยินดี” น้ำตาของนางไหลออกมาราวกับสั่งได้

คุณหนูที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกใจและส่งสายตาตำหนิไปทางคุณหนูหม่ากับหลี่หลิวอวี้แทน ฟางซินไปขออภัยถึงที่จวนหลี่ แต่กลับไปยอมให้อภัยนางดูจะใจดำเกินไปเสียหน่อย

“ซินซิน เจ้าทำอันใด ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!! เจ้าไปคุกเข่าขอโทษนางที่จวนหลี่แล้ว ทั้งยังโดนด่าว่าไร้บิดามารดาสั่งสอนจนฐานไฟเข้าแทรกเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากนางไม่ให้อภัยเจ้าก็ไม่ต้องสนใจแล้ว” หมิงเยว่ดึงตัวฟางซินให้มาหลบอยู่ด้านหลังของนาง

เสียงพูดคุยของคุณหนูดังขึ้นไม่น้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนดอกไม้ย่อมไปถึงหูบรรดาฮูหยินที่นั่งพูดคุยดื่มชากันในศาลา

จินซื่อพอได้ยินก็รีบลุกขึ้นมาดูทันที ฟางซินล้มป่วยหลังจากกลับมาจากตระกูลหลี่ทำให้นางหวาดกลัวไม่หาย หากครั้งนี้กลับไปนางเอาแต่คิดมากจนล้มป่วยอีก นางเองก็ไม่รู้จะเกิดเรื่องร้ายแรงเพียงใด

หลี่หลิวอวี้ไม่คิดว่าฟางซินจะคุกเข่าลงต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ พอได้สติจินซื่อก็โผล่มาเสียแล้ว

“ยัยหนูซิน เจ้าหยุดร้องก่อน หากล้มป่วยไปอีกป้าสะใภ้คงได้ถูกท่านยายเจ้าถลกหนังแน่” จินซื่อรีบร้อนเช็ดหน้าเช็ดตาให้นางทันที

ฮูหยินกั๋วกงก็เดินพาบรรดาฮูหยินเข้ามาดูเหตุการณ์วุ่นวายเช่นกัน ด้านหลังยังมีฮูหยินหลี่ที่ใบหน้าดำคล้ำไม่น่ามองอยู่ด้วย

“เกิดเรื่องใดขึ้น”

หานหรงเซียน บุตรีฮูหยินกั๋วกงวัยสิบสามหนาว รีบเดินเข้าไปเล่าเหตุการณ์ให้ผู้เป็นมารดาฟัง ฮูหยินที่อยู่ติดตามมาด้วยต่างก็ได้ยิน

การรังแกบุตรกำพร้านับว่าเป็นเรื่องไร้คุณธรรมอย่างหนึ่ง เรื่องที่ตระกูลหลี่ปิดบังเอาไว้ถูกเอามาเปิดเผยจากคำพูดย้อนกลับของฟางซิน ย่อมทำให้ผู้อื่นมองนางด้วยสายตาตำหนิ บางคนก็ยืนรอชมเรื่องสนุก

“พาคุณหนูเถียนไปล้างหน้าล้างตาก่อน หากพวกเจ้าไม่มีเรื่องใดแล้วก็กลับไปนั่งในศาลาเถิด” ฮูหยินกั๋วกงมองคุณหนูหม่าอย่างดูแคลน ทั้งสายตาที่มองหลี่หลิวอวี้ก็ผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

หลี่หลิวอวี้ย่อมเป็นตัวเลือกแรกๆ ของตำแหน่งชายารององค์รัชทายาท แต่พอมีเรื่องความใจแคบของนางออกมา ต่างก็ต้องมองนางเสียใหม่

“ข้าห้ามคุณหนูหม่าแล้วเจ้าค่ะ แต่นางไม่ยอมหยุด” หลี่หลิวอวี้ต้องรีบดึงตัวเองออกจากบ่อโคลนโดยเร็ว

“จะ เจ้า” คุณหนูหม่ามองหลี่หลิวอวี้สหายของนางอย่างไม่เชื่อ

หากมิใช่ว่าหลี่หลิวอวี้บอกว่าฟางซินไม่สำนึกผิดเรื่องที่คิดทำร้ายนาง นางจะกล้าออกหน้าให้สหายหรือ ตอนนี้กลับผลักนางให้กลายเป็นตัวร้ายอยู่เพียงผู้เดียว

“คุณหนูหม่าเจ้าไปฟังเรื่องไร้สาระมาจากที่ใด ข้ามิเคยตำหนิคุณหนูเถียนรุนแรงถึงเพียงนั้น แล้วเรื่องก็จบไปตั้งนานแล้วด้วย” ฮูหยินหลี่เอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

คุณหนูหม่านางเคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เสียที่ไหน ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้สายตาของคนทั้งหลายจ้องมองนางอย่างรังเกียจ มารดาของคุณหนูหม่ารีบเข้ามาดึงตัวนางแล้วขอตัวกลับไปทันที

ฟางซินได้แต่ก้มหน้าซ่อนสายตาที่เย็นชาของนาง โลกก็เป็นเช่นนี้ผู้ใดอ่อนแอ ไร้ซึ่งอำนาจยอมจะโดนคนที่เหนือกว่าเหยียบย้ำจนติดดิน

“ญาติผู้น้องของเจ้าช่างน่าสงสารนัก” เยี่ยเลี่ยงหรง องค์รัชทายาทเอ่ยพูดกับซูเหยี่ยนจื้อ

ทางฝั่งบุรุษย่อมเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณชายไม่น้อยเลยที่อยากจะเข้ามาปกป้องฟางซินที่ดูบอบบางไร้หนทางสู้ แต่ติดที่พวกตนกำลังแอบมองเหล่าคุณหนูอยู่จึงไม่สะดวกเปิดเผยตัว

ซูเหยี่ยนจื้อกำมือแน่น แต่ใบหน้าของเขายังไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาเช่นเดิม ไม่รู้ว่าเขาโกรธแค้นฟางซินที่หักหน้าสตรีในดวงใจ หรือเจ็บแค้นแทนฟางซินที่ถูกคุณหนูหม่ารังแก

พอเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไป งานเลี้ยงน้ำชาก็เริ่มขึ้น ฟางซินกลับมาพูดคุยเล่นกับเหล่าคุณหนูที่สนใจเครื่องหอม เสื้อผ้าอีกครั้ง จินซื่อเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลางซื่อที่ได้รับน้ำใจจากฟางซินเรื่องเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ทำให้นางกลายเป็นที่อิจฉาในงานเลี้ยง ก็เริ่มพูดเรื่องที่นางล้มป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอดออกมา

“ยังดีที่ยัยหนูซินไม่เก็บเรื่องราวในสวนดอกไม้มาสุมอก มิเช่นนั้นกลับไปนางคงได้ล้มป่วยอีก” แม้จะพูดคุยในโต๊ะของตนเอง แต่เสียงย่อมไปถึงหูของฮูหยินหลี่เช่นกัน

“อันใดกัน ก่อนหน้านี้นางล้มป่วยเกือบเอาชีวิตไม่รอดจริงหรือ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป