บทที่ 9 ไม่รู้ว่าผู้ใดปากเก่งกว่ากัน
หลังจากส่งสหายออกจากจวนไปแล้ว ซูเหยี่ยนจื้อก็ถูกสาวใช้ของฮูหยินผู้เฒ่ามาแจ้งให้ไปพบฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือน
“จื้อเออร์มาแล้ว ญาติผู้น้องของเจ้ามาขอความช่วยเหลือ นางอยากเชิญอาจารย์หญิงมาสอนนาง ข้าเองก็เห็นด้วย เจ้าพอจะแนะนำให้นางได้หรือไม่”
ฟางซินยังคงนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ข้างท่านย่าของเขา นับจากเกิดเรื่องดูเหมือนว่านางสงบเสงี่ยมขึ้นเยอะ ทั้งยังไม่เคยมองหน้าเขาตรงๆ เลยสักครั้ง
“ก่อนหน้านี้คุณชายหลี่บอกเรื่องอาจารย์หญิงที่สอนคุณหนูหลี่ หยุดสอนนางแล้ว ข้าจะลองไปสอบถามให้ขอรับ”
“ดีดี ซินซิน ญาติผู้พี่เจ้ารับปากแล้ว ขาดเหลือสิ่งใดเจ้าก็มาบอกข้าก็แล้วกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมยินดีที่ฟางซินนางคิดจะหาความรู้ใส่ตัว
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย ขอบคุณญาติผู้พี่เจ้าค่ะ” เดิมทีนางก็ไม่อยากจะรบกวนเขา แต่จะให้นางไปตามหาอาจารย์หญิงเองก็คงจะไม่ได้
ทั้งสองออกมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกัน จะว่าพร้อมก็ไม่ได้ ฟางซินรอให้ซูเหยี่ยนจื้อเดินห่างออกไปก่อน นางถึงได้เดินตามหลังออกมา แต่ไม่คิดว่านางจะเดินมาทันเขาเสียได้
“เจ้าจะเล่นลูกไม้อันใดอีก เมื่อก่อนไม่เห็นอยากจะหาความรู้ใส่ตัวเช่นนี้ ดีแต่หาเรื่องใส่ตัวมากกว่า”
ฟางซินถึงกับหัวคิ้วกระตุก แต่นางไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะโต้เถียงกับเขาได้ คนไม่ชอบหน้ากันอธิบายอย่างไรก็ไม่ชอบหน้าเช่นเดิม
“หากเป็นการรบกวนญาติผู้พี่เกินไป ข้าจะคิดหาหนทางเองเจ้าค่ะ” นางก้มหัวให้เขา แล้วเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง
“หึ คงอยากให้ท่านย่าตำหนิข้าที่รับปากแล้วใช่หรือไม่ แผนการของเจ้าช่างล้ำลึกนัก”
ฟางซินอดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ก่อนจะเงยหน้าเพื่อสบตากับเขา สายตาที่ว่างเปล่าและแฝงความไม่พอใจอยู่สองส่วนทำให้ซูเหยี่ยนจื้อต้องพิจารณามองนางใหม่
“เดิมทีข้าเองก็อยากจะไปเสาะหาอาจารย์หญิงมาสอนด้วยตัวเอง แต่ท่านย่าเห็นว่าท่านมีความรู้กว้างขวางคงจะพอรู้จักอาจารย์หญิงอยู่บ้าง ข้าเองก็รู้ตัวดีว่าท่านรังเกียจข้า หากท่านไม่ต้องการช่วยเหลือเหตุใดถึงไม่พูดกับท่านย่าตรงๆ เล่า มาถากถางข้าเช่นนี้ดูจะใจแคบไปสักหน่อยกระมัง”
ซูเหยี่ยนจื้อขยับตัวเข้ามาบีบต้นแขนของนางเอาไว้แน่น ฟางซินแม้จะเจ็บปวดราวแต่นางก็ไม่แสดงออกมาเลยสักนิด
“ปากเจ้าเก่งถึงเพียงนี้ ข้าว่าอาจารย์หญิงคงไม่จำเป็นสำหรับเจ้าแล้วกระมัง รู้ตัวก็ดีว่าข้ารังเกียจเจ้า ต่อไปอย่าได้ยุ่งวุ่นวายกับข้าอีก” เขาดันตัวนางออกจนเกือบล้ม เสี่ยวชิงกระวนกระวายแต่ก็ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ ยังดีที่นางรับตัวฟางซินเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไป
“คุณชายซูพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะจำให้ขึ้นใจ หากท่านอยู่ทิศเหนือข้าจะหลบไปทิศใต้ จะไม่ให้ท่านเห็นหน้าข้าให้เป็นที่เคืองตาอีก” ฟางซินหมุนตัวกลับออกไปทันที
ซูเหยี่ยนจื้อจ้องมองแผ่นหลังของนางราวกับจะพุ่งตัวเขาไปกัดนางสักคำ นับจากหายป่วยนางก็เปลี่ยนไปไม่น้อย หากเป็นเมื่อก่อนคำพูดเมื่อครู่ต้องไม่หลุดออกมาจากปากของนางเป็นแน่
ฟางซินกลับมาถึงเรือนพัก เสี่ยวชิงก็รีบเข้ามาดูแขนข้างที่ถูกซูเหยี่ยนจื้อบีบทันที
“คุณชายซูทำรุนแรงเกินไปแล้ว ผิวของคุณหนูบอบบางเช่นนี้ เพียงจับเบาๆ ก็เกิดรอยแดง แต่นี่...เพียงครู่เดียวก็เขียวช้ำไปหมดแล้ว”
“เลิกพูดได้แล้ว อีกไม่กี่วันก็หาย เดี๋ยวแม่นมได้ยินนางจะไม่สบายใจอีก”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงรีบไปหายามาทาให้ฟางซิน
“ข้ามีตำราติดมาด้วยหรือไม่ เมื่อก่อนข้าได้ร่ำเรียนหรือไม่”
“เรียนเจ้าค่ะ คุณหนูถือว่ามีความรู้ไม่น้อย นายท่านกับฮูหยินให้คุณหนูเริ่มจับพู่กันตั้งแต่สามขวบ คัดอักษรพันตัวตั้งแต่ห้าขวบ” เสี่ยวชิงเล่าความเก่งของเจ้าของร่างเดิมออกมาอย่างภูมิใจ
“เจ้าพาข้าไปดูตำราเสียหน่อย เพื่อข้าจะนึกอะไรออก”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
สองนายบ่าวไปที่ห้องเก็บของด้านข้างทันที ภายในห้องมีหีบเก็บของวางซ้อนกันจนเกือบติดเพดานห้องหลายสิบแถว กว่าจะหากองตำราเจอก็เล่นเอาสองนายบ่าวเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว
“มีอยู่หลายหีบเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าควรเริ่มเรียนจนเล่มไหนก่อน”
“บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็เรียกสาวใช้มาขนออกไป เจ้าไปพบพี่หญิงเยว่ให้นางมาช่วยข้าเสียหน่อย”
ดูท่าซูเหยี่ยนจื้อคงไม่หาอาจารย์หญิงให้นางแล้ว ฟางซินจึงต้องหาทางออกด้วยตนเองไปก่อน หากจะออกไปซื้อจวนหรือยืนด้วยขาของตนเอง นางก็ควรจะอ่านตัวอักษรโบราณได้เสียก่อน
สาวใช้ช่วยกันขนหีบตำราออกมา ในตอนแรกคิดว่ามีเพียงไม่กี่หีบ พอดูแล้วฟางซินสามารถสร้างห้องตำราได้หนึ่งห้องเลยด้วยซ้ำ ต่อให้เปิดออกดู นางก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสมควรเริ่มเรียนรู้จากเล่มใด
หมิงเยว่ ได้รับคำขอร้องก็รีบมาพบฟางซินทันที เมื่อเห็นหีบตำรานับสิบกว่าหีบ ปากของนางก็อ้าออกด้วยความตกใจ
“เจ้าจะสร้างห้องตำราหรือ”
“มิใช่เจ้าค่ะ พี่หญิงเยว่ท่านก็รู้ว่าข้าไร้ซึ่งความทรงจำเดิม แม้แต่ตัวอักษรพวกนี้ข้าก็ลืมเลือนไปจนสิ้น ข้าหวังว่าท่านจะช่วยเหลือข้าได้ ชี้แนะว่าข้าควรเริ่มต้นจากเล่มใด”
“ให้ดูทีละเล่มเห็นจะปวดหัว ข้าจะไปเอาตำราที่ห้องตำราของพี่ชายใหญ่มาให้ และจะสอนเจ้าด้วย”
“ไม่ไปรบกวนคุณชายใหญ่ได้หรือไม่เจ้าคะ” นางเพิ่งบอกว่าจะไม่ยุ่งกับเขา ยังไม่ข้ามวันนางก็หาเรื่องไปวุ่นวายกับเขาเสียแล้ว มิเช่นนี้จะไม่เสียหน้าเกินไปหน่อยหรือ
