บทที่ 11 ตอนที่ 10 คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง
ตอนที่ 10 คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง
คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง ยังคงเป็นเรื่องที่มีผู้เฝ้ารอ องค์รัชทายาทเสนอขอเป็นผู้ตัดสินเอง
ศาลต้าหลี่ ยังคงกักขังตัวเซี่ยอวี้เทียนและเซี่ยหลัวเยี่ยนสองพ่อลูกไว้
กำแพง พื้น หินเย็นเฉียบ เหม็นอับชื้น ไร้สิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงพื้นกับฟางแห้งที่กักเก็บกลิ่นสกปรก
เซี่ยหลัวเยี่ยนรู้สึกทรมาน อึดอัด นางนั่งไม่ขยับ ไม่เปลี่ยนที่ หลังจากปัดเศษฟางและรองด้วยผ้าสะอาดเพียงผืนเดียวที่ร้องขอจากผู้คุม
อาหารมิต้องพูดถึง แย่ยิ่งกว่าให้สุนัขกิน เพียงแค่สองวันที่นางเข้ามาอยู่ ราวกับชั่วกัปย์ชั่วกัลป์
หลิงจิ่งเหยียนยังไม่เข้ามาพบนางตามที่องค์รัชทายาทตรัสบอก
และนางเองก็ยังไม่ได้พบหน้าบิดา หรือข่าวคราวของท่านแม้แต่น้อย
ใจที่เคยนิ่ง เริ่มหวั่นไหว ยิ่งนานวัน ความตายก็จะยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว
ความตึงเครียดในหัวก็ยิ่งทวีคูณ
“นายท่านทั้งสอง ข้าขอพบกับนายท่านหลิวจิ้งเหยียนได้หรือไม่”
ในที่สุดนางก็ไม่อาจนิ่งต่อไปได้
ชายผู้คุมสองคน ใบหน้าขึงขัง แววตาดุร้าย
“เจ้าเป็นใครจะมาขอพบ ท่านหลิว ช่างไม่เจียมตัว”หนึ่งในสองคนนั้นกล่าว
“ท่านช่วยข้าหน่อยเถอะ แจ้งเขาว่าองค์รัชทายาทมีรับสั่งให้ข้าบอกเขาด้วยตัวเอง”
นางยังโน้มน้าวไม่ลดละ
ทั้งสองต่างมองหน้ากัน กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
เมื่อนางเห็นว่าต้องจ่ายเดิมพันสักเล็กน้อย
จึงยื่นกำไลหยกวงที่อยู่ในมือ ให้ ในเมื่อมันมีอันเดียว นางจึงทำทียื่นให้คนทางซ้ายที่ดูอายุน้อยกว่าคนด้านขวา
ได้ผล ชายที่มีอายุกว่ารีบเดินเข้ามากระชากไปจากมือ อีกคนยังมีทีท่าลังเล
“พี่ซาง แบ่งข้าด้วยนะขอรับเล็กน้อยก็ยังดี”
ผู้ที่ถูกเรียกชื่อ ทำเสียง เฮอะ! ขึ้นจมูก นั่งบนเก้าอี้ยกขาขึ้นมาข้างหนึ่งเอาแขนท้าวขา ทำทีไม่สนใจ
อีกคนต้องเข้าประจบสอพลอ
เซี่ยหลัวเยี่ยนนึกดูถูกในใจ ปากพลางกล่าวสิ่งตรงกันข้ามกับที่คิด
“พี่ซาง ท่านช่วยข้าไปตามท่านหลิวมาเถอะ กำไลนั่นแค่เพียงเล็กน้อย”
นางกล่าวจบสองผู้คุมต่างหันมามองนางพร้อมกันและหันไปสบตากันอีกครั้ง
“เจ้าไปเชิญท่านหลิวมา ห้ามบอกเรื่องกำไลนี่กับเขานะ”เขาสั่งลูกน้อง
และหันมาหานาง
“ข้าให้คนไปบอกแล้วแต่เขาจะมาหรือไม่ นั่นไม่เกี่ยวกับข้า”
“ได้ ถ้าเขาไม่มาท่านก็อดเช่นกัน”นางแสร้งไม่สนใจ เดินกลับไปนั่งที่เดิม
ท่าทางผู้คุมแซ่ซางก็เริ่มลังเลเพราะความโลภ
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหลายคู่เดินใกล้เข้ามา
หลิวจิ่งเหยียนปรากฏขึ้นในชุดหัวหน้าตุลาการกับใบหน้านิ่งขรึมที่ขัดกับดวงตามีเสน่ห์คู่นั้น
“นำตัวนางออกมา ไปพบข้าที่ห้องไต่สวนคดี”
เขาเอ่ยสั่งและเดินนำออกไปก่อน
เซี่ยหลัวเยี่ยนมองดูกุญแจที่ถูกไข เมื่อนางก้าวออกจากประตูนี้ไป
นั่นหมายถึงการเดินหมากได้เริ่มต้นแล้ว
ภายในห้องไต่สวน บัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่า กลับมีร่างชุ่มด้วยเลือดถูกขึงตรึงไว้กับแท่นทรมาน เขายืนห้อยหัวลง
ผมเผ้ายุ่งเหยิงใบหน้าเปื้อนเปรอะแทบจำไม่ได้
เซี่ยหลัวเยี่ยนใจแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นถนัดตา เพราะนั่นคืน บิดาของนาง
“แม่ทัพเซี่ย”
ชายผู้มีรูปร่างสูงใหญ่องอาจกำยำ สง่างาม ยามนี้มิผิดกับขอทานข้างถนน
“ท่านพ่อ”นางร้องเรียก น้ำตาไหลลงสองแก้ม
“พวกเจ้าทำไมถึงทำกับเขาขนาดนี้ องค์รัชทายาทรับปากกับข้าแล้วมิใช่หรือ”นางหันไปเกรี้ยวกราดใส่หลิวจิ้งเหยียน ดวงตาวาวอาฆาต
ชายหนุ่มใบหน้าเข้ม มิได้โต้แย้ง
เดินไปจับศีรษะเซี่ยอวี้เทียนให้แหงนเงยขึ้น
“นี่แค่การเตือนสติเจ้า หากทำแผนขององค์รัชทายาทพัง บิดาเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ซาก”ดวงตาทรงเสน่ห์ดุดัน รอยยิ้มหยันปรากฎไม่ปิดบัง
“หลัวเยี่ยน”เสียงแม่ทัพพยายามเอ่ยออกมา ลืมตามองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวน อย่างยากลำบาก
กิริยานั้นทำเซี่ยหลัวเยี่ยนแทบคลั่ง สะบัดมือจากผู้คุม วิ่งไปจับใบหน้าบิดา
“ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง ท่านต้องอดทนไว้นะ ข้าจะต้องหาทางช่วยท่านให้ได้”
ร่างบางถูกดึงออกห่างจากบิดา ผู้คุมจับสองแขนของนางไว้
หลิวจิ้งเหยียนเดินมาหยุดยืนข้างหน้า
“องค์รัชทายาทมีรับสั่ง พรุ่งนี้เจ้าจะต้อง ตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับแม่ทัพเซี่ย และเอ่ยประนามเขาต่อหน้าศาล”
สิ้นคำสั่งนั่น เซี่ยหลัวเยี่ยนกัดริมฝีปากแน่น วิธีการนี้อำมหิต องค์รัชทายาทต้องการสิ่งใดกันแน่
นางต้องรู้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น ชีวิตนี้คงไม่อาจรอดพ้นอีกแน่
“ได้ ข้าจะทำ แต่พวกเจ้านับจากนี้ห้ามแตะเขาแม้ปลายเล็บ”
หลิวจิ้งเหยียนมองสบสายตางามนั้น
ร้องเฮอะ นึกขำ นางมีอำนาจใดมาสั่งเขากัน
มีแต่องค์รัชทายาทที่สั่งเขาไว้ก่อนแล้ว
“ได้ เจ้าแค่ทำเรื่องพรุ่งนี้ให้ดี”
เซี่ยหลิวเยี่ยนถูกนำตัวออกไป ร่างบางฝืนรั้งไม่ยินยอมหันหลังมองบิดาจนสุดสายตา
เมื่อนางพ้นประตูไป เซี่ยอวี้เทียนเงยใบหน้าขึ้น แววตายากคาดเดา กายยืดตรงราวกับอาการบาดเจ็บเป็นเรื่องหลอกลวง
“ท่านแม่ทัพ คงเข้าใจพระประสงค์ขององค์รัชทายาทดีแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่บุตรสาวของท่านแล้ว”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยขึ้น แม่ทัพเซี่ยพยักหน้ารับ
ถ้าจะโทษคงต้องโทษเขา เหล้าคาระวะไม่ชอบดื่ม
ในที่สุดก็ต้องตกเป็นหมากในกระดานขององค์รัชทายาทจนได้
ชายฉกรรจ์ทอดถอนใจ
