บทที่ 9 ตอนที่ 8 หมากที่น่าสนใจ

ตอนที่ 8 หมากที่น่าสนใจ

ศาลต้าหลี่คือสถานที่ที่ผู้คนหวาดกลัวตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวผ่านประตู

ตั้งแต่ลานหน้าศาลจรดคุกใต้ดิน ทุกอณูอากาศล้วนอบอวลด้วยกลิ่นอำนาจและโทษทัณฑ์

ทว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า

ในส่วนลึกสุดของสถานที่แห่งนี้

จะซ่อนเรือนไม้หลังงามริมน้ำเอาไว้ ราวกับโลกอีกใบที่ไม่ข้องเกี่ยวกับความโหดร้ายเบื้องหน้า

เซี่ยหลัวเยี่ยนถูกนำตัวออกมาทางประตูหลัง

ก่อนหน้านั้นนางถูกสั่งให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการตนเองให้สะอาดหมดจด

ราวกับมิใช่ผู้ต้องโทษ หากเป็นแขกที่กำลังจะเข้าเฝ้า

ทุกย่างก้าวของนางมั่นคง

สายตากวาดมองเส้นทางอย่างไม่เร่งรีบ

ต้นไม้ใหญ่เรียงรายหลังแนวกำแพงหิน ทำหน้าที่แบ่งโลกคุกหลวงออกจากพื้นที่ลับอย่างชัดเจน

เมื่อเรือนไม้ทรงวิจิตรปรากฏตรงหน้า

หลังคาสีดำสนิทสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสาย

บานหน้าต่างฉลุลวดลายทั้งกลมและเหลี่ยมอย่างประณีต

สระบัวเบื้องหน้าสงบนิ่ง ดอกบัวสีชมพูอ่อนเบ่งบานกระจัดกระจาย

ทุกอย่างงดงาม

งดงามเสียจนผิดที่ผิดทาง

เซี่ยหลัวเยี่ยนก้าวขึ้นไปบนระเบียงหิน

หยุดยืนในโถงกว้างของเรือน

เบื้องหน้าคือฉากกั้นทิวทัศน์

และเงาร่างของผู้หนึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหลัง

มือเรียวยกกาน้ำชา เทลงในถ้วยอย่างใจเย็น

แสงสว่างทำให้นางเห็นเขาไม่ชัด

รู้เพียงว่าเขาสูงโปร่ง กายตั้งตรง

ท่าทางสง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงขุนนางธรรมดา

“ถวายบังคมองค์รัชทายาทสิ”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเตือนเสียงเข้ม

เซี่ยหลัวเยี่ยนเหลือบตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ

ก่อนจะย่อตัวคำนับอย่างเรียบร้อย ทว่าท่าทางยังคงสง่ามั่นคง

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท เพคะ”

นางลุกขึ้น

ยืนตรงดังเดิม

เงียบ

ไม่มีรับสั่งใดตอบกลับ

เขายังคงเทชา

ราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้น

หลิวจิ้งเหยียนเข้าใจดี ว่านายต้องการอะไร

เขาจึงคำนับ แล้วถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ

เหลือเพียงคนสองคน

และความเงียบที่กดดันยิ่งกว่าคุกใต้ดิน

เซี่ยหลัวเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ

เชิดหน้า ตั้งคอตรง

เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น

“เจ้าคือเซี่ยหลัวเยี่ยนสินะ”

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นในที่สุด

นุ่ม ทุ้ม และนิ่ง

ต่างจากภาพความโหดเหี้ยมของศาลต้าหลี่โดยสิ้นเชิง

นางสะดุดใจเพียงชั่วขณะ

ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ใช่เพคะ”

โม่จิ่งเหิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ

ทอดพระเนตรสระบัวเบื้องหน้าอย่างไม่รีบร้อน

“บิดาเจ้าต้องโทษกบฏ”

ตรัสเหมือนเล่าเรื่องอากาศ

“รู้หรือไม่ว่าเจ้าก็มีจุดจบไม่ต่างกัน”

“พระองค์ต้องการสิ่งใดเพคะ”

คำถามของนางตรงไปตรงมา

ไม่อ้อมค้อม

ไม่แฝงความหวาดกลัว

เขาหยุด

วางถ้วยชา

แล้วหันมามองนางผ่านฉากกั้น

แววตาคมกริบสำรวจหญิงสาวตรงหน้า

ราวกับกำลังประเมินอาวุธชิ้นหนึ่ง

“เจ้ากล้าดี”

เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“ถามข้าตรง ๆ เช่นนี้”

“เพราะชีวิตของหม่อมฉันแขวนอยู่บนเส้นด้าย”

นางตอบอย่างสงบ

“อ้อมค้อมไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น”

เงาร่างสูงโปร่งหลังฉากลุกขึ้น

ก้าวออกมาหยุดตรงหน้านางในระยะเพียงช่วงแขน

รัศมีของเขากดทับลงมาอย่างชัดเจน ใบหน้านั้นงดงามราวเทพสงคราม

แม้จะตื่นตะลึงต่อบุรุษตรงหน้าไปชั่วครู่ แต่เซี่ยหลัวเยี่ยนก็ไม่ก้าวถอยหนี

“แล้วเจ้าจะเสนออะไรให้ข้า”

เสียงเขาทุ้มต่ำลง

“เพื่อแลกกับทางรอด”ยามเอ่ยสายตาจ้องลึกเข้าไปราวค้นหา

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ใจหวั่นไหว

แต่ยังคงสบตาเขานิ่ง

“ขอพระองค์ทรงตรัสพระประสงค์มาก่อนเพคะ”

มุมปากโม่จิ่งเหิงยกขึ้น

ราวกับพบของเล่นถูกใจ

“มาเป็นนางบำเรอลับของข้าเป็นอย่างไร”

โม่จิ่งเหิงตรัสออกมาอย่างสบาย

เหมือนพูดถึงเรื่องเล็กน้อย

ใบหน้าหญิงสาวแข็งค้างเพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะตั้งสติได้

“พระองค์ทรงล้อเล่น”

นางยิ้มบาง

“สิ่งที่พระองค์ต้องการไม่ใช่ตัวหม่อมฉันหรอกเพคะ แต่เป็นหมาก”

ดวงตาเขาวาววับ

พึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง

“ฉลาดดีนี่”

เขากล่าว

“แล้วเจ้ายินยอมหรือไม่”

“หากข้ายินยอมพร้อมเงื่อนไข”

นางรีบตอบ เมื่อได้มีโอกาสเรียกราคา

“พระองค์จะรับฟังหรือไม่”

“ว่ามา”

“หนึ่ง ข้าต้องมีอิสระในการเลือกวิธี

สอง ข้าต้องได้ผลประโยชน์พอจะยืนได้ด้วยตนเอง

และสาม—”

นางหยุด

ก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“หากวันหนึ่งทั้งวังต้องการกำจัดข้า

พระองค์ต้องเป็นผู้ตัดสินเอง

และปกป้องบิดาข้า”

โม่จิ่งเหิงเดินวนรอบตัวนาง

ช้า ๆ

เหมือนผู้ล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่หนี

“คนอื่นถูกข้าสั่งให้ตาย ยังต้องคุกเข่าขอร้อง”

เขากระซิบข้างหู

“แต่เจ้ากลับกล้าต่อรอง”

ลมหายใจอุ่นรดข้างแก้มนวลขาว

หัวใจนางเต้นแรง

แต่ยังคงยืนนิ่งสงบ

“หากพระองค์คิดว่าไม่คุ้มค่า”

นางกล่าวหนักแน่น

“ก็ปล่อยให้พวกเราตายเสียเถิดเพคะ”

เขาหยุด เหลือบแลนางนิ่งแว่บหนึ่ง

ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

“เอาเถิด”

“ข้าจะลองดู”

นางผ่อนลมหายใจคลายลง

แต่คำถัดมากลับทำหัวใจนางเย็นเฉียบ

“แต่บิดาเจ้าจะรอดหรือไม่”

เขายกยิ้มริมฝีปากเพียงเสี้ยว

“ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของเจ้า”

“พระองค์”นางเผลอเรียกเสียงเข้ม ดวงตานางฉายแวววาบผ่าน

“หลิวจิ้งเหยียนจะบอกเจ้าว่าต้องทำอย่างไร”

เขาเอ่ยตัดบท

“เจ้ากลับไปเถิด”

ผู้คุมก้าวเข้ามา

เซี่ยหลัวเยี่ยนคำนับเรียบร้อย ฝืนใบหน้าเรียบนิ่ง

แล้วหันหลังเดินจากไป

เมื่อเรือนเงียบลง

โม่จิ่งเหิงทอดพระเนตรสระบัว

ยกยิ้มบางอย่างพึงพอใจ

“น่าสนใจจริง…”

“สตรีที่ไม่คิดจะยั่วยวนข้า

แต่กล้าต่อรองกับข้า”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“หมากกระดานนี้ช่างน่าสนใจ”

โม่จิ่งเหิงยิ้ม…

รอยยิ้มของผู้ที่เพิ่งได้หมากซึ่งอันตรายพอที่อาจจะทำลายทั้งกระดาน

แต่เขาเลือกเต็มใจที่จะเสี่ยง

เซี่ยหลัวเยี่ยนก้าวต่อไป

ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่ไม่มีผู้ใดเห็น

หากพระองค์คิดว่านี่คือเกมที่ควบคุมได้ทั้งหมด

เช่นนั้น…

ก็ขอให้รอดูให้ดี

เพราะนับตั้งแต่วินาทีนี้

หมากตัวนี้

จะไม่ยอมเดินตามทางที่ถูกวางไว้เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป