บทที่ 10 ใครคือผู้วางยากันแน่? 2/2

เสียงหวานใสผสานกับสายตาหยาดเยิ้มที่มองมายังเขา บวกกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรง ยั่วยวนให้บุรุษที่เต็มไปด้วยตัณหามิอาจยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้อีกต่อไป เขาปล่อยมือของนางให้เป็นอิสระ ก่อนจะจับคางของหญิงสาวให้ใบหน้าของนางเชิดขึ้น เพื่อมองตาของเขา

“เจ้าพูดเช่นนี้ เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่าจะมีผลลัพธ์เช่นไร” เสียงของห้าวอันอ๋องแหบพร่า เนื่องจากยามนี้คอของเขาแห้งผากราวกับคนกระหายน้ำ

“เพคะ หม่อมฉันรู้ตัวดีเพคะ” เสียงของหญิงสาวกระเส่าราวจงใจยั่วอีกฝ่าย

“เช่นนั้นข้าจะเมตตาเจ้าสักครั้ง แต่เจ้าอย่ามาโทษข้าทีหลังแล้วกันว่า ข้ารังแกเจ้า” ถึงยามนี้ชายหนุ่มเองจะมีความต้องการจนยากที่จะกดข่มเอาไว้ได้ แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ ทำให้เขาต้องหาข้ออ้างเอาไว้แก้ต่าง

ไหลเยี่ยนฟางยกมือขึ้นลูบไปที่ลูกกระเดือกของอ๋องหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะตอบ “หม่อมฉันจะโทษท่านอ๋องได้อย่างไรเพคะ ในเมื่อท่านอ๋องคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของหม่อมฉัน”

โต้วถานอินที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูห้อง ยังคงใจจดใจจ่อรอให้เฟยห้าวอันทนไม่ไหวเดินออกมาหานาง หรือไม่ก็เรียกนางเข้าไปด้านในห้อง แต่สตรีตระกูลโต้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อหานเปี๋ยหลีเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของนาง

“คุณหนูโต้วทำอันใดอยู่อย่างนั้นหรือ?” องครักษ์คนสนิทของห้าวอันอ๋องถามเสียงแข็ง สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องเมาสุรา จึงได้นำน้ำแกงสร่างเมามาถวาย” โต้วถานอินตอบเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา เพราะนางรู้ว่าหานเปี๋ยหลีมิใช่เพียงองครักษ์คนสนิทของเฟยห้าวอัน แต่ยังเป็นสหายสนิทอีกด้วย นางจึงต้องรักษาท่าทีคุณหนูที่แสนดีต่อหน้าขององครักษ์หนุ่ม

“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณคุณหนูโต้วแทนท่านอ๋องด้วย ข้าจะนำน้ำแกงสร่างเมาไปให้ท่านอ๋องเอง” หานเปี๋ยหลีเอื้อมมือไปหยิบถาดใส่น้ำแกงจากคุณหนูตระกูลโต้ว ทว่านางกลับเบี่ยงถาดหนี

“คุณหนูโต้วหมายความว่าอย่างไร หรือว่าคุณหนูโต้วคิดจะเข้าไปด้านในห้องเพื่อมอบให้ท่านอ๋องเองอย่างนั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้น....”

หานเปี๋ยหลีพูดออกมาแล้วค่อยนึกได้จึงไม่พูดต่อ เพราะอย่างไรคนตรงหน้าเขาก็คือสตรีจากตระกูลขุนนางขั้นสูง หากเขาพูดตรง ๆ ก็อาจจะดูรุนแรงเกินไป

“หากข้าอยากเข้าไปถวายน้ำแกงด้วยตนเอง จะเป็นเช่นไรอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวถามกลับด้วยน้ำเสียงโมโหอย่างไม่ลังเล

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมถอยให้ด้วยความฉุนเฉียวที่ถูกขัดขวางแผนการ โต้วถานอินจึงเผลอเผยธาตุแท้ออกมา

ส่วนหานเปี๋ยหลียังไม่ทันที่จะได้ตอบคำถามของโต้วถานอิน เสียงของห้าวอันอ๋องจากในห้องก็ดังแหวกอากาศออกมา ด้วยความเย็นชาละคนโทสะราวกับไม่พอใจโต้วถานอินอย่างแรง ที่กล้ามาวุ่นวายไม่เลิกราบวกกับทำน้ำเสียงวางอำนาจใส่คนของเขา

“ข้าจะให้เสด็จแม่ส่งมัวมัวมาอบรมสั่งสอนเจ้า พร้อมพระราชทานตำราสอนหญิงให้ตระกูลของเจ้าเอาไว้สั่งสอนลูกหลานดีหรือไม่”

ถึงเสียงของเฟยห้าวอันจะแหบพร่าเจือหอบเหนื่อยอย่างชัดเจน แต่ด้วยรับสั่งอันดุดันของห้าวอันอ๋องเมื่อครู่ โต้วถานอินก็มิกล้าพอที่จะฝ่าฝืนเข้าไปด้านในห้อง

“ยังไม่ไปอีกหรือ? หรือจะให้เราไปเอาตำราสอนหญิงของท่านยาย ไปให้บิดาของเจ้าที่อยู่ในงานเลี้ยงตอนนี้” น้ำเสียงของห้าวอันอ๋องเปี่ยมโทสะมากขึ้นกว่าเก่า

ความดื้อดึงของสตรีตระกูลโต้วทำให้เฟยห้าวอันรู้สึกว่าบางทีคนที่วางยาเขาอาจไม่ใช่ไหลเยี่ยนฟาง ‘แต่ทำไมคุณหนูไหลจึงเข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้’ ทว่าเพราะยังมีเรื่องข้องใจ เฟยห้าวอันจึงยังด่วนตัดสินใจไม่ได้ว่าเขาถูกใครวางยากันแน่

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของโต้วถานอินชาแข็งจนไม่ขยับ เพราะหากนางได้รับตำราสอนหญิงในงานเลี้ยงจริง ๆ พรุ่งนี้เกรงว่าทั่วทั้งเมืองหลวงคงพูดถึงเรื่องนี้กันจนตระกูลโต้วไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเป็นแน่ และดีไม่ดีต่อไปเรื่องการแต่งงานของคนในตระกูลโต้ว ก็คงหาบุตรหลานดี ๆ จากตระกูลใหญ่ไม่ได้อีกต่อไป

“หม่อมฉันรู้ผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้เพคะ” โต้วถานอินกดเสียงต่ำด้วยความเจ็บใจ ทว่านางก็ไม่อาจทำอันใดได้ ความอับอายในครั้งนี้นางทำได้เพียงเก็บซ่อนเอาไว้ในใจเท่านั้น

เพียงกล่าวจบคุณหนูตระกูลโต้วก็ยื่นถาดน้ำแกงสร่างเมาให้กับหานเปี๋ยหลีอย่างจำใจ ก่อนจะเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปยังงานเลี้ยงอย่างไม่เต็มใจ

เมื่อหานเปี๋ยหลีเห็นสีหน้าของคุณหนูตระกูลโต้วก็รู้ได้ทันทีว่ามีโทสะมากเพียงใด และถึงผู้เป็นนายของเขาจะไม่เคยมีสตรีใดเข้าใกล้มาก่อน แต่การกระทำของสตรีตระกูลใหญ่ที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่ หานเปี๋ยหลีก็รู้ได้ทันทีว่าโต้วถานอินคิดใช้โอกาสที่ห้าวอันอ๋องเมาปีนขึ้นเตียง

‘หรือว่านางจะรู้อยู่แล้วว่า ท่านอ๋องไม่ได้เมา แต่ถูกวางยากำหนัด ถึงได้ดันทุรังจะเข้าไปในห้อง!’ 

หานเปี๋ยหลีไม่กล้าพูดออกมาได้แต่คิดอยู่ในใจ เพราะกลัวว่าจะมีผู้ใดมาได้ยิน ถึงเขาจะนึกสงสัยแต่ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด เขาก็ไม่กล้าด่วนสรุป เนื่องจากเรื่องนี้ใหญ่โตจนสามารถทำลายชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่งรวมไปถึงตระกูลของนางได้

เมื่อคิดถึงเรื่องวางยา หานเปี๋ยหลีก็นึกถึงผู้เป็นนายขึ้นมาได้ เขาหมุนตัวจะเปิดประตูเข้าไปด้านในห้อง เพื่อดูอาการของห้าวอันอ๋อง และจะรายงานว่าน้ำแข็งกำลังจะมาถึงอีกในไม่ช้า ตอนนี้ให้ท่านอ๋องอดทนแช่น้ำในอ่างหลังฉากไปก่อน ทว่าองครักษ์หนุ่มยังไม่ทันได้เปิดประตู เฟยห้าวอันกลับตรัสสั่งห้ามเสียงแข็ง

“เจ้าอย่าเข้ามา และถอยออกไปห่าง ๆ คอยจับตาดูอย่าให้ใครเข้ามาใกล้ห้องนี้เป็นอันขาด หากข้าไม่อนุญาตใครเข้ามาให้ตัดหัวมันเสีย”

“ขอรับ” ถึงหานเปี๋ยหลีจะไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นด้านในห้อง น้ำเสียงของเฟยห้าวอันจึงแหบพร่าเช่นนี้ แต่เมื่อเป็นรับสั่งของเจ้านายชายหนุ่มย่อมไม่อาจขัด

หานเปี๋ยหลีได้ฟังคำสั่งของห้าวอันอ๋อง ก็รีบไปไล่เหล่าบ่าวรับใช้ที่กำลังนำน้ำแข็งมาที่เรือนรับรองให้กลับไป ก่อนจะไปสั่งให้คนรับใช้ทั้งหญิงชายที่อยู่แถวนั้นถอยออกไปไกล ๆ หลังจากนั้นเขาจึงกลับมายืนอยู่ห่าง ๆ ห้องที่เฟยห้าวอันอยู่ เพื่อคอยดูไม่ให้ผู้ใดเข้ามาใกล้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป