บทที่ 8 ผู้วางยา

ไหลเยี่ยนฟางไม่ทันได้มองสายตาของคุณหนูตระกูลอื่น เพราะนางดันเหลือบตาไปเห็นสายพระเนตรของโอรสหนุ่มทั้งสองพระองค์เสียก่อน หญิงสาวจึงได้แต่หลุบตาลงต่ำด้วยความประหม่า ถึงนางจะพอรู้ว่าที่ทั้งสองพระองค์มองนางนั้น อาจเป็นเพราะคำพูดที่นางเอ่ยกับเยว่ซูซินเมื่อหลายวันก่อนที่ภัตตาคาร แต่อย่างไรทั้งสองพระองค์ก็เป็นบุรุษ และนางก็เป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ไหนเลยหญิงสาวจะกล้าสู้สายตาขององค์ชายทั้งสองพระองค์ได้

ส่วนไหลชิงเยี่ยนที่นั่งชมการแสดงด้วยความประหม่าอยู่นั้น ก็พอจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตร ที่มองมาทางครอบครัวของเขา แต่อาลักษณ์ไหลก็มิได้หันไปมองดวงตาเหล่านั้น เขาเพียงดูการแสดงต่อไป โดยทำเป็นไม่สนใจสายตาที่มองมา

ทางด้านไหลฮูหยิน อย่างไรนางก็เป็นบุตรีตระกูลโต้ว ที่บิดาเป็นถึงอัครเสนาบดี พี่ชายเป็นรองเสนาบดีกรมคลัง เมื่อถูกสายตาที่ไม่เป็นมิตรมองมา นางย่อมรู้สึกได้และไม่รอช้าที่จะมองกลับ ถึงนางจะเป็นภรรยาของขุนนางขั้นห้า แต่การที่ถูกเลี้ยงดูมาจากตระกูลขุนนางใหญ่มีอำนาจ ก็ทำให้นางมีนิสัยไม่ยอมคนติดมาด้วย

ทว่าเพียงโต้วหวายจู๋กวาดตามองสายตาเหล่านั้นก็รู้ได้ทันทีว่า สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเจือความเกลียดชังเหล่านั้น มิได้มองมาที่นางกับสามี ทว่ากลับจดจ้องไปยังบุตรสาวที่นางไม่ได้ให้กำเนิด ไหลฮูหยินจึงนั่งชมการแสดงต่ออย่างสบายใจ อีกทั้งยังรู้สึกดีใจที่บุตรสาวนอกไส้สามารถสร้างศัตรูได้มากมายภายในชั่วพริบตาเช่นนี้

งานเลี้ยงดำเนินไปได้เกือบ ๆ หนึ่งชั่วยาม [1] เฟยห้าวอันก็รู้สึกร้อนเนื้อร้อนตัวขึ้นมาอย่างประหลาด เพียงไม่กี่ลมหายใจเขาก็รู้ได้ทันทีว่า เขาถูกคนไม่หวังดีเล่นงานเอาเสียแล้ว

เฟยห้าวอันลุกขึ้นไปขอตัวกับเยว่เยี่ยนคุนและเฟยห้าวซุน เพื่อไปพักผ่อนยังเรือนที่ตระกูลเยว่เตรียมเอาไว้รองรับแขก โดยอ้างว่ารู้สึกเมาจึงอยากพักผ่อนสักครู่

ถึงบุรุษทั้งสองจะพยักหน้าตอบรับให้บุรุษอายุน้อยกว่าไปพักผ่อนตามคำขอ แต่ทั้งสองรู้ดีว่าเฟยห้าวอันมิใช่คนคออ่อน แต่ที่กล่าวเช่นนี้คงเป็นเพราะไม่ชอบความวุ่นวายในงานเลี้ยง บุรุษทั้งสองจึงไม่คิดรั้งเขาเอาไว้

บุรุษหนุ่มสูงเกือบเก้าฉื่อ [2] หยัดตัวเหยียดตรง เมื่อเห็นว่าบุรุษทั้งสองพยักหน้าตกลง ชายหนุ่มยังคงทำตัวราวกับไม่ได้เกิดอันใดขึ้น ทั้งที่ร่างกายร้อนวูบวาบเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาบนใบหน้า เขาพยายามตั้งสติและประคองตนเองให้เดินเป็นปกติเพื่อออกจากงานเลี้ยงไปยังเรือนรับรองที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้แขกเหรื่อ

เนื่องจากอย่างไรเสียงานเลี้ยงในวันนี้ ก็คืองานเลี้ยงวันเกิดของเยว่เยี่ยนคุน ซึ่งเป็นท่านตาของเขา เฟยห้าวอันจึงไม่อยากให้งานเลี้ยงในวันนี้ต้องล่มลง และแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เพียงเพราะเขาต้องการสืบหาคนวางยา และอีกอย่างโทษของการวางยาราชวงศ์ก็มิใช่เรื่องเล็กน้อยที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ถึงตระกูลเยว่จะไม่ได้เป็นผู้กระทำ แต่ก็ไม่อาจหลีกพ้นความผิดไปได้ และอาจเปิดโอกาสให้ขุนนางที่ไม่ชอบตระกูลเยว่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้โอกาสนี้มาเล่นงานท่านตากับท่านน้าของเขา ดังนั้นเฟยห้าวอันจึงทำได้เพียงเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ เพราะเขาเชื่อว่าอีกไม่นาน ผู้ที่วางยาเขาจะต้องปรากฏตัว โดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องตามหา

ครั้นเฟยห้าวอันเสด็จออกมาจากงานเลี้ยงได้ไม่ไกลนัก หานเปี๋ยหลีองครักษ์คนสนิทของเฟยห้าวอัน ก็รีบเดินเข้ามาพยุงผู้เป็นนายของตนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้วิชาตัวเบาพาเฟยห้าวอันไปยังเรือนรับรอง

เมื่อมาถึงหน้าห้องรับรองที่ตระกูลเยว่จัดเตรียมเอาไว้ให้ เฟยห้าวอันก็สั่งให้องครักษ์คนสนิทไปหาน้ำเย็นมาให้เขาแช่กายทันที หานเปี๋ยหลีเมื่อได้ยินคำสั่งก็ไม่รอช้ารีบไปอย่างรวดเร็ว

ห้าวอันอ๋องไม่อาจทนความร้อนรุ่มในกายเอาไว้ได้ โดยเฉพาะยามนี้ที่สติของเขาเริ่มเลือนรางขึ้นทุกที เขารีบเข้าไปยังด้านในห้องก่อนจะเริ่มถอดชุดตนเองออก เพื่อคลายความร้อนที่กำลังแผดเผาเขาให้กลายเป็นผง ขณะที่บุรุษหนุ่มกำลังถอดชุดออกนั้นขาของเขาก็พลางเดินไปยังอ่างอาบน้ำ ทว่าเพียงแค่เขาเดินไปยังหลังฉากกั้น ก็พบกับสตรีผู้หนึ่งกำลังถอดเสื้อตัวนอกอยู่

ความคิดแรกของเฟยห้าวอันที่เห็นสตรีที่ยืนอยู่หลังฉาก ‘หรือเป็นนางที่วางยาข้า’ เพียงเสียงในหัวดังขึ้นมาในแววตาของชายหนุ่มก็พลันเปลี่ยนไป

หญิงสาวรู้สึกแปลก ๆ ราวกำลังถูกจับจ้องมอง จึงกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันหลังมาประสานสายตากับบุรุษสวมหน้ากากเงิน ความกดดันมหาศาลราวกับถูกอำนาจบารมีของเขามากดข่ม ทำให้หญิงสาวหายใจติดขัด นางเผลอร้องเสียงหลงออกมาหนึ่งคราด้วยความตกใจ ก่อนที่จะยกมือของตนเองขึ้นปิดปาก เพราะกลัวว่าจะมีผู้คนกรูกันเข้ามาในห้อง

เพียงพริบตาเดียวความตกใจก็แปรเปลี่ยนไป เมื่อสตรีวัยดรุณได้เห็นสายตาของบุรุษสวมหน้ากากเงิน ร่างกายของหญิงสาวก็สั่นอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจของนางเต้นระรัว ความรู้สึกกลัวปนความประหลาดใจโถมเข้ามา ทว่าหญิงสาวร่างบางยังมิทันได้กล่าวสิ่งใด และยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตั้งสติพอที่จะสามารถคิดอันใดได้ บุรุษหนุ่มสวมหน้ากากเงินก็พุ่งตัวเข้ามาหานาง พร้อมทั้งใช้มือบีบที่ลำคอของหญิงสาวเอาไว้ เขาไม่ได้ออกแรงมากมายนัก ไม่เช่นนั้นคอของนางคงหักไปแล้ว

ดวงตาของสตรีร่างบางเบิกโตร่างกายของนางเย็นเฉียบ ทว่ากลับมีเหงื่อผุดออกมาไม่หยุด หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับข้อมือของอีกฝ่าย ส่วนมืออีกข้างก็ออกแรงดันหน้าอกของเขา แต่ด้วยขนาดของร่างกายและกำลังของคนทั้งสองห่างกันมาก แรงที่หญิงสาวใช้จึงไม่เกิดผลใด ๆ

เฟยห้าวอันใช้มืออีกข้างปัดมือของหญิงสาวที่ดันหน้าอกของเขาออก ทั้ง ๆ ที่มืออีกข้างยังคงบีบคอของสตรีตรงหน้าเอาไว้ ก่อนจะดันร่างของหญิงสาวให้ชิดกับผนังห้อง แล้วโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของนาง ยามนี้ใบหน้าของคนทั้งสองใกล้กันจนต่างฝ่ายต่างรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่าย

[1] 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

[2] 1 ฉื่อ เท่ากับ 10 นิ้ว หรือเท่ากับ 22.7-23.1ซม.

บทก่อนหน้า
บทถัดไป