บทที่ 9 ใครคือผู้วางยากันแน่? 1/2

ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของบุรุษร่างสูง และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรง ทำให้หญิงสาวคิดว่าบุรุษตรงหน้าต้องดื่มสุราที่มียากำหนัดผสมเอาไว้อย่างแน่นอน

‘หรือว่าข้ากับท่านอ๋องจะถูกคนไม่หวังดีเล่นงาน แต่คนผู้นั้นจะอยากให้ข้าเป็นพระชายาของท่านอ๋องไปทำไมกัน แล้วหากข้าได้เป็นพระชายาของท่านอ๋องจริง ๆ คนผู้นั้นจะได้ประโยชน์อันใดจากเรื่องนี้’

หญิงสาวพยายามทบทวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ ทว่านางหารู้ไม่ว่าการนิ่งเงียบของนางทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ เฟยห้าวอันจึงได้ออกแรงบีบคอของหญิงสาวเพิ่มขึ้น

ครั้นถูกบีบคอแรงขึ้น หญิงสาวก็หายใจไม่ออก ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที ‘หรือว่าที่จริงคนผู้นั้นไม่ได้ต้องการให้ข้าเป็นพระชายา แต่มันต้องการจะยืมมือท่านอ๋องฆ่าข้า’ เมื่อคิดได้หญิงสาวก็พยายามดิ้นสุดกำลัง เพื่อจะหาโอกาสเอ่ยขอความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย

“ทะ...ท่าน...ท่านอ๋องเพคะ” หญิงสาวดิ้นไปมาอีกทั้งยังพยายามจะอธิบาย ทว่าชายหนุ่มเหมือนกับไม่สนใจอยากฟัง

“หยุด เดี๋ยวนี้” อ๋องหนุ่มตรัสออกมาเสียงเบา ๆ แต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความดุดัน ก่อนจะคลายมือที่บีบคอของนางออกแล้วยกมือขึ้นปิดปากของหญิงสาวแทน

สตรีร่างบางได้ยินน้ำเสียงของห้าวอันอ๋องก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากกว่าเก่า แต่ทว่านางก็มิอาจทำตามรับสั่งที่อ๋องหนุ่มตรัสได้ เพราะมิเช่นนั้นนางคงได้ตายทั้งที่ยังมิทันได้ทูลขอความเมตตาให้กับตนเองเลยสักคำ

ที่เฟยห้าวอันใช้มือปิดปากของหญิงสาวเอาไว้ เพราะเขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่คุ้นเคย ประสานกับเสียงระย้าของเครื่องประดับที่ดังกระทบกันเดินเข้ามาใกล้ จึงมิอยากให้หญิงสาวส่งเสียงดัง เพราะกลัวว่าหากมีผู้ใดมาได้ยินเข้า จะทำให้ตระกูลเยว่และราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียเกียรติ

ครั้นดูท่าแล้วหญิงสาวจะมิยอมหยุดนิ่งอย่างที่เขาเตือน เขาจึงทำอันใดไม่ได้นอกจากกักขังนางให้อยู่ในอ้อมแขนของเขา นางจะได้ดิ้นไม่หลุด แต่ทว่ายิ่งเขาพยายามรวบตัวของนางมากเท่าใด หญิงสาวก็ยิ่งขัดขืนมากเท่านั้น ทำให้ร่างกายของคนทั้งสองยิ่งเสียดสีกันไปมามากยิ่งขึ้น

ด้วยฤทธิ์ยาที่กำลังแล่นไปทั่วร่างของคนทั้งสอง ครั้นได้สัมผัสกับร่างกายของกันและกัน ก็ทำให้ความร้อนที่อยู่ในกายระอุมากขึ้น และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้คนทั้งสองยิ่งอยากให้เรือนร่างของตนเอง เสียดสีกับอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองคนก็ยังพยายามฝืนความต้องการของตนเองเอาไว้

ขณะที่ทั้งสองคนในห้องพยายามอดกลั้นความปรารถนาของตนเอง และอีกคนกำลังดิ้นเพื่อจะเอ่ยขอความเมตตา เสียงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าห้องรับรองที่คนทั้งสองอยู่

“ขอประทานอภัยเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันโต้วถานอินเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าท่านอ๋องทรงเมาสุรา จึงได้นำน้ำแกงสร่างเมามาถวายให้เพคะ” หญิงสาวที่หน้าประตูเอ่ยเสียงหวาน

บุรุษหนุ่มที่กำลังต่อสู้กับฤทธิ์ยากำหนัดอยู่ภายในห้อง ครั้นได้ยินเสียงหญิงสาวจากด้านนอก ก็รีบเอ่ยปฏิเสธทันควันด้วยความหงุดหงิด

“ไม่จำเป็น เจ้ากลับไปเถอะ”

โต้วถานอินเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเฟยห้าวอัน ก็รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าบุรุษที่อยู่ภายในห้องกำลังผิดปกติ แต่ในเมื่อโอกาสที่นางต้องการมาถึง มีหรือนางจะยอมกลับไปง่าย ๆ

“ท่านอ๋องเป็นอันใดหรือไม่เพคะ! หม่อมฉันพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง ให้หม่อมฉันเข้าไปดูหน่อยดีหรือไม่เพคะ?” โต้วถานอินแสร้งเอ่ยน้ำเสียงร้อนรนด้วยความเป็นห่วง

“ไสหัวไปให้พ้น อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ” บุรุษที่อยู่ในห้องรู้สึกฉุนเฉียวมากยิ่งขึ้น เพราะยามนี้เขารู้ตัวดีว่าตนเองกำลังจะต่อต้านฤทธิ์ยาเอาไว้ไม่ไหว

แต่มีหรือหญิงสาวที่อยู่หน้าประตูจะปล่อยโอกาสในครั้งนี้ไป ถึงนางจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า จะทำให้อ๋องหนุ่มโกรธมากหากนางขัดคำสั่งของเขา แต่ที่ทำให้โต้วถานอินเกิดความกล้านั้น เพราะนางรู้ดีว่าอีกไม่นานพระวรกายของห้าวอันอ๋องจะต้องรับมือกับฤทธิ์ยาไม่ไหว และในไม่ช้าเฟยห้าวอันจะต้องตรัสเรียกนางเข้าไปในห้องเพื่อคลายฤทธิ์ยากำหนัด นางจึงยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเช่นนั้นไม่ไปไหน

ขณะที่โต้วถานอินกำลังยืนรออยู่ที่หน้าห้อง ความอดทนของเฟยห้าวอันกับไหลเยี่ยนฟางก็ใกล้หมดลงทุกที หญิงสาวตระกูลไหลรู้แล้วว่ามีคนมาจึงไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน แต่ทว่าอ๋องหนุ่มกลับยังไม่ยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระ มือข้างหนึ่งของเขายังคงปิดปากของนางเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กอดเอวบางของนางเอาไว้แน่น

ในที่สุดคนที่พ่ายแพ้ให้กับฤทธิ์ยากำหนัดก่อนก็คือ ไหลเยี่ยนฟาง มือที่ดันอกของอ๋องหนุ่มอยู่ กลายเป็นค่อย ๆ ลูบแผงอกของเขาอย่างช้า ๆ

เฟยห้าวอันถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนที่กำลังปะทุอยู่ในกายยิ่งร้อนระอุหนักขึ้นกว่าเก่า เส้นฟางเส้นสุดท้ายของเขากำลังจะขาดสะบั้น เขาจึงระบายอารมณ์ด้วยการบีบเอวของหญิงสาวตรงหน้า แรงที่ห้าวอันอ๋องใช้นั้นก็หนักเบาตามอารมณ์ที่คุณหนูตระกูลไหลส่งมาให้เขา

ทว่าห้าวอันอ๋องกลับหารู้ไม่ว่าการที่เขาบีบเอวของไหลเยี่ยนฟางนั้น ทำให้ราคะที่อยู่ในตัวของหญิงสาวยิ่งลุกโชนมากยิ่งขึ้น คุณหนูตระกูลไหลใช้มือลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนลงไปถึงหน้าท้องแข็งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เพียงมืออุ่นร้อนแตะโดยหน้าท้องแข็ง ชายหนุ่มก็เสียวเกร็งจนมัดกล้ามที่หน้าท้องเด่นชัดขึ้นกว่าเก่า

ในที่สุดห้าวอันอ๋องก็ทนไม่ไหว จำต้องปล่อยมือที่ปิดปากของไหลเยี่ยนฟางออก แล้วปัดมือของหญิงสาวออกจากหน้าท้องของเขา ทว่าคุณหนูตระกูลไหลก็ยังคงมีมานะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ จนในที่สุดชายหนุ่มสูงศักดิ์ก็ทนไม่ไหว จับมือของนางทั้งสองข้างรวบขึ้นเอาไว้เหนือหัว

“ทะ ท่าน ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันไม่ไหวแล้ว ได้โปรดเมตตาช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” ไหลเยี่ยนฟางเอ่ยเสียงหวานแผ่วเบาราวกระซิบ เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป