บทที่ 1 ชนะศึกทางใต้ 1/1

“รายงานท่านแม่ทัพขณะนี้ทัพแคว้นโจวได้ตั้งฐานทัพอยู่ทางตอนเหนือของทัพเราแล้วขอรับ” ทหารนายหนึ่งรายงานเสียงหนักแน่น

“อย่างนั้นรึ… ดี ดีมาก” เสียงทรงอำนาจของผู้ที่ได้ขึ้นว่าแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเว่ยดังขึ้น

“ฟังคำสั่งข้า… ประการแรกให้ปลดธงลง ประการที่สองห้ามเคลื่อนไหวโดยพลการ ประการที่สามข้าศึกมาถึงจงอยู่อย่างสงบ ประการสุดท้ายเปิดประตูค่ายให้พวกข้าศึกเข้ามา ใครไม่ทำตามนี้ประหารมันเสีย”

ทหารนายนั้นได้ฟังถึงกับงงงวยแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

“กั๋วซิงเจ้าจงไปรบ ห้ามชนะ ลวงข้าศึกเข้ามาจุดนี้ได้ถือเป็นผลงาน”

“ท่านแม่ทัพ ท่านคิดว่าแผนนี้จะได้ผลหรือ” กุนซือหนุ่มใคร่ถามออกมา

“ประการแรกข้าศึกจะคิดว่าเรายอมแพ้เลยได้ใจ ประการที่สองทัพเรามีน้อยกว่าทัพโจว ประการที่สามเราจะล่อพวกข้าศึกมาในค่ายแล้วจัดการมันเสีย เพียงเท่านี้ฝ่ายเราก็จะชนะศึกโดยไม่ต้องเสียกำลังพลมากนัก”

“ท่านแม่ทัพปราดเปรื่องยิ่งนัก ไม่ทราบว่ากลยุทธ์นี้ชื่อว่าอันใด”

“กลศึกนี้ชื่อว่า ล่อเสือออกจากถ้ำ[1]”

กลศึกนี้ถือเป็นกลศึกในตำราพิชัยสงคราม ที่ขงเบ้งใช้กลยุทธ์ในการทำศึกเรียกว่า แผนล่อเสือออกจากถ้ำ เมื่อล่อฝ่ายศัตรูเข้ามาก็จะทำให้ชนะศึกได้โดยง่าย แม่ทัพหนุ่มจึงเลือกใช้กลยุทธ์เช่นเดียวกับขงเบ้งเพื่อที่จะได้ชนะศึกในครั้งนี้

นายทหารที่ได้ฟังคำสั่งจากท่านแม่ทัพต่างก็งงงวยไปตาม ๆ กัน ขุนพลบางคนรู้แผนคร่าว ๆ แต่บางคนก็ไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าตนนั้นต้องทำอย่างไรเท่านั้น

ท่านแม่ทัพใหญ่กำชับขุนพลว่า “ห้ามพลาดเป็นอันขาด”

เขาสั่งให้กุนซือคนสนิทไปรบแล้วทำทีแกล้งแพ้เพื่อให้ฝ่ายศัตรูได้ใจบุกรุกเข้ามายังค่ายของตนได้โดยง่าย

แผนนี้มีเพียงแค่เขาและกุนซือเท่านั้นที่รู้ ยิ่งรู้น้อยเท่าไรความลับก็จะไม่รั่วไหล

เสียงของอาวุธนับร้อยนับพันต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ ฝ่ายได้เปรียบในครั้งนี้เห็นทีจะเป็นทัพแคว้นโจวที่กำลังทหารมากกว่า

ทัพแคว้นโจวกรีธาทัพรุกไล่ทัพแคว้นเว่ยโดยมีรัชทายาทแคว้นโจว ‘เฉินย่าจุน’ เป็นผู้นำทัพ ทัพแคว้นเว่ยถอยทัพลงทางตอนล่างเรื่อย ๆ แม่ทัพแคว้นโจวเห็นเยี่ยงนั้นก็ยิ่งได้ใจรุกตามทัพแคว้นเว่ยจนมาถึงหน้าค่ายแต่ดูเหมือนแคว้นเว่ยจะไม่เตรียมทหารหรือกำลังพลไว้รบกับแคว้นโจวแม้แต่น้อย

แปลกมันแปลกเกินไป...

เมื่อฉุกคิดได้ก็ไม่ทันเสียแล้วบัดนี้ทัพแคว้นโจวได้เข้ามาอยู่ใจกลางทัพแคว้นเว่ยเป็นที่เรียบร้อย

“ใครไม่ยอมจำนนฆ่าทิ้งเสียให้สิ้น” เสียงพยัคฆ์ร้ายแห่งแคว้นเว่ยดังขึ้นพอหันไปตามเสียงก็พบกับแม่ทัพใหญ่

‘หลี่ซื่อซิน’ แห่งแคว้นเว่ยนั่งบนหลังอาชาตัวสีดำสนิทด้วยท่าทีองอาจสมชายชาตินักรบพร้อมด้วยทหารนับแสนที่ล้อมทัพแคว้นโจวไว้

เห็นทีครานี้แคว้นโจวจะต้องแพ้ศึกแก่แคว้นเว่ยเสียแล้ว

สามวันให้หลังยามค่ำคืนในเวลานี้ช่างเป็นบรรยากาศที่คึกคักหลังจากตึงเครียดกันมานาน เหล่าทหารรินสุราให้กันอย่างสุขสมเพราะศึกในครานี้พวกเขาได้รับชัยชนะเหนือแคว้นโจวที่เข้าตีเมืองทางใต้ แม้จะผ่านมาสามวันสามคืนแล้ว พวกเขาก็ยังฉลองชัยชนะในครั้งนี้อยู่ จบศึกครานี้แคว้นโจวคงไม่มารุกรานแคว้นเว่ยอีกนาน

“ท่านแม่ทัพขอรับ”

ดวงตากลมเรียวหันไปมองกุนซือคนสนิทที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับตนมาเป็นเวลานาน เขาไม่เข้าใจว่าทำไม ‘จางกั๋วซิง’ ถึงไม่ยอมไปฉลองกับพวกทหารกลับตามติดเขาอย่างนี้

“เจ้ามีอะไร”

“มีราชโองการขอรับ”

“ราชโองการอย่างนั้นหรือ” เขาพูดแล้วคุกเข่าเพื่อรับราชโองการ ข่าวการชนะศึกครั้งนี้คงไปถึงเมืองหลวงแล้วเป็นแน่

“มีอะไรหรือขอรับท่านแม่ทัพ”

“อีกสองวันเราจะเดินทางกลับเมืองหลวง ไปบอกพวกทหารให้เตรียมตัวเถอะ” จางกั๋วซิงได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มรีบทำตามคำสั่งในทันที ขณะที่รินสุราให้ท่านแม่ทัพใหญ่ไปด้วย

เมืองหลวงแคว้นเว่ย

แคว้นเว่ยถูกปกครองโดยราชวงศ์เว่ย นับเป็นราชวงศ์ที่มีความสงบสุขที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งแคว้น ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันถือเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถในเรื่องค้าขาย ทำให้ราษฎรอยู่ดีมีสุขนับตั้งแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาฮ่องเต้เว่ยหลีจุนที่ทรงสวรรคตไป

“เสด็จแม่จะให้ลูกแต่งกับแม่ทัพหลี่จริง ๆ อย่างนั้นหรือ”

สุรเสียงไพเราะเอ่ยถามผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นไทเฮา พระองค์ไม่เข้าใจเสด็จแม่ของพระองค์แม้แต่น้อย ตัวพระองค์เองเป็นถึงโอรสสวรรค์ เหตุใดจึงต้องไปแต่งงานกับแม่ทัพด้วยเล่า

“ฟังแม่นะฝ่าบาท การที่แม่ให้ฝ่าบาทอภิเษกกับแม่ทัพหลี่นั้นเหตุเพราะว่าเขาเป็นแม่ทัพไร้พ่ายที่พึ่งชนะศึกโจวมา ตอนนี้คนผู้นี้ถือว่ามีอำนาจทหารอยู่ในมือมากนัก ถ้าเขาคิดก่อการกบฏขึ้นมาก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ไม่ดีกว่าหรือที่เราจะให้เขามาเป็นสนมของเจ้าเพื่อที่เขาจะไม่คิดก่อกบฏในภายภาคหน้า”

“ลูกเข้าใจเสด็จแม่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีมากฝ่าบาท อีกสองวันแม่ทัพหลี่จะนำทัพกลับเมืองหลวงเจ้าจงไปเตรียมตัวเถิด”

“พ่ะย่ะค่ะ ลูกทูลลา”

ชื่อเสียงของแม่ทัพใหญ่หลี่ซื่อซินถูกกล่าวขานไปทั่วเมืองหลวง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา ‘แม่ทัพไร้พ่าย’ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง กล่าวถึงชื่อแม่ทัพหลี่แล้วนั้น ทุกคนก็ต้องเกรงกลัวไปตาม ๆ กัน

เล่ากันว่าแม่ทัพหลี่ รูปร่างใหญ่โตกำยำ ใบหน้าดุดัน ดวงตาแข็งกร้าว เพียงแค่ใช้สายตาก็สามารถเชือดศัตรูให้ยอมแพ้ได้โดยง่ายดายและดูเหมือนฟ้าประทานให้เขาได้รับสมรสพระราชทานจาก

ฮองไทเฮา ให้อภิเษกสมรสกับ ‘ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้’ ผู้ซึ่งมีพระพักตร์งดงามราวเทพเซียนมาจุติยังโลกมนุษย์ ผู้ใดได้พบเจอก็ต้องหลงใหลในใบหน้าแสนงดงามนั่น แต่น่าเสียดายที่พระองค์อาภัพนักต้องมาอภิเษกกับแม่ทัพป่าเถื่อนอย่างหลี่ซื่อซิน ชาวเมืองบางคนเมื่อได้ยินข่าวนี้ถึงกลับร่ำไห้เพราะสงสารเจ้าเหนือหัวจับใจ

กรรมไหนหนอที่คนงามทำถึงได้พบชะตากรรมเช่นนี้

[1] ล่อเสือออกจากถ้ำ หรือ เตี้ยวหู่หลีซาน เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่ใช้ภาพลวงที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อให้ศัตรูเกิดความประมาท การชะล่าใจในการทำศึกสงคราม ละทิ้งแนวฐานการป้องกันของกองทัพซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เป็นโอกาสของการฉกฉวยจังหวะที่ศัตรูเกิดความอ่อนแอหลงเชื่อในภาพลวงที่สร้างขึ้น นำกำลังบุกเข้าโจมตีหรือทำลายเสียให้สิ้นซากช่วงชิงชัยชนะมาเป็นของตน

บทถัดไป