บทที่ 9 หออภิรมย์ 4/2

เมื่อนางจะออกไป เว่ยหรู่อี้ก็ทำทีนั่งชมความงามของแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเมืองหลวงอย่างแม่น้ำหวงเหอและดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างปกติตามที่เว่ยหรู่อี้คาดการณ์ไว้ เรือสำเภาสินค้าลำใหญ่ได้จอดเทียบท่าแม่น้ำแห่งนี้ สินค้ามากมายถูกส่งลงมาจากเรือสำเภาใหญ่

“คุณชายเจ้าขา เชิญดื่มเจ้าค่ะ รั่วเอ๋อร์จะรินสุราให้”

เว่ยหรู่อี้ทำทีรับสุราในจอกมาดื่มก่อนจะใช้ทีเผลอเทมันทิ้งไป เขาเป็นถึงฮ่องเต้จะมากินดื่มอะไรง่าย ๆ เช่นนี้ไม่ได้ คร้านภัยจะมาถึงตัวเอาได้

“แม่นางรั่ว ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีฝีมือบรรเลงกู่เจิงไพเราะยิ่ง ไม่ทราบว่าเจ้าจะเล่นให้ข้าฟังได้หรือไม่” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นนางก็ยิ้มอย่างเขินอาย นาน ๆ ครั้งจะมีคุณชายรูปงามมานั่งฟังนางบรรเลงกู่เจิง

เสียงบรรเลงกู่เจิงของแม่นางรั่วเอ๋อร์นับว่าไพเราะยิ่ง สมกับคำร่ำลือที่ว่าหญิงคณิกาแห่งหออภิรมย์ไม่เพียงแค่ขายเรือนร่างเท่านั้นหากแต่ก็ขายศิลปะด้วยเช่นกัน เว่ยหรู่อี้ชื่นชมนางในส่วนของจุดนี้ ในระหว่างที่เขานั่งฟังกู่เจิงบรรเลงอยู่นั้นเขาก็จับสังเกตได้ว่ามีชายน่าสงสัยกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นไปยังเรือสำเภาที่จอดเทียบท่าอยู่

หึ! มาแล้วสินะ เราจะจับพวกมันให้ได้

“ว้าย! คุณชายจะไปไหนเจ้าคะ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงเรียกของหญิงคณิกา ร่างของเว่ยหรู่อี้ก็พุ่งทะยานออกสู่หน้าต่างบานใหญ่ไปในอากาศ เขาใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานลงไปที่เรือสำเภานั้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ด้านปี้หลันเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดูในทันที

ฮ่องเต้หาย! ฝ่าบาทพระองค์ทำไมทำกับกระหม่อมเยี่ยงนี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ ปี้หลันได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ

“รีบ ๆ ขนเข้า เดี๋ยวจะไม่ทันการ” เสียงของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าพูดขึ้น

“ขอรับ” พวกมันตอบรับก่อนจะขนอะไรบางอย่างลงจากเรือ ด้านเว่ยหรู่อี้ก็จับตาดูพวกมันอยู่ห่างๆ ท่าทางของพวกมันระวังตัวกันมาก ไม่แน่ว่าของข้างในลังไม้จะเป็นของผิดกฎหมายก็เป็นได้

แกร่ก! ไม่ทันระวังเว่ยหรู่อี้ก็เหยียบกับบางอย่างเข้า

“ใคร! ข้าถามว่าใคร พวกเจ้าเข้าไปดูสิ”

“ขอรับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกมันก็ต่างตอบรับ รีบหาที่มาของเสียงทันที หากมีใครรู้ว่าพวกมันกำลังขนอะไรอยู่ละก็มีหวังชีวิตของพวกมันคงไม่เหลือรอดเป็นแน่

เว่ยหรู่อี้ปิดปากเงียบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ หากเขาถูกจับได้ขึ้นมามีหวังแผนการที่วางไว้ต้องล่มเป็นแน่

“พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นทำให้พวกมันเลิกสนใจตามหาเขาแล้วหันไปตามเสียงนั้นแทนก็พบกับชายร่างกายกำยำผู้หนึ่งในมือก็ถือกระบี่อยู่ด้วย เว่ยหรู่อี้เห็นดังนั้นรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นเป็นใคร

พระสนมหลี่ซื่อซิน! เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้

“เจ้าเป็นใคร?” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าถามขึ้น

“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

“หึ! คิดจะลองดีอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าจัดการมัน”

พวกมันเมื่อได้ยินผู้เป็นนายสั่งก็รีบถลาเข้าจัดการชายตรงหน้าทันทีแต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยสักนิด เพียงแค่หลี่ซื่อซินใช้วรยุทธ์เพียงไม่กี่กระบวนท่าพวกมันก็ล้มหงายหลังไปตาม ๆ กัน

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าเมื่อเห็นดังนั้นก็ใช้ทีเผลอขณะที่บุรุษตรงหน้ากำลังจัดการลูกน้องตนอยู่นั้น นำไม้ใกล้ๆฝาดเข้าที่กลางหลังของอีกฝ่ายในทันที

“พระสนม!” ภาพตรงหน้าทำให้เว่ยหรู่อี้โกรธจัดจนควันออกหู

บังอาจ! มาทำร้ายพระสนมของเขาเห็นทีจะได้เห็นดีกัน!

“ฝ่าบาท! มาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้องพูดให้มากความ จัดการพวกมันก่อน” ว่าแล้วก็ใช้วรยุทธ์ดัชนีพิฆาตสกัดจุดพวกมันด้วยความไว

หลี่ซื่อซินอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะมีวรยุทธ์สูงส่งเช่นนี้ เขาเพียงแค่คิดว่าฮ่องเต้เป็นเด็กเอาแต่ใจก็เท่านั้น เห็นทีเขาต้องถามให้ได้ว่าไปเรียนวิชานี้มาจากสำนักไหน เหตุเพราะวิชานี้ไม่ใช่ใครที่ไหนก็จะฝึกได้ ดูท่าแล้วเขาคงจะดูถูกฝีมือฮ่องเต้มากเกินไป

“พระสนมยืนอึ้งอะไรอยู่ มาเร็วก่อนที่พวกมันจะแห่กันมา” เว่ยหรู่อี้เมื่อเห็นว่าพระสนมของตนยืนนิ่งอย่างนั้นก็พูดขึ้น

“พะ… พ่ะย่ะค่ะ”

ไม่ทันที่หลี่ซื่อซินจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาก็โดนอีกฝ่ายลากให้วิ่งตามตนไป เขาที่กำลังอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ต้องวิ่งตามฮ่องเต้ไปโดยเลี่ยงไม่ได้

“เดี๋ยวพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เมื่อมาถึงจุดที่หลี่ซื่อซินคิดว่าปลอดภัยเขาจึงหยุดชะงักทำให้ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ต้องหยุดไปด้วย

“มีอะไรพระสนม เราต้องรีบไปขืนพวกมันจับได้คงแย่แน่”

“พวกมันไม่ตามมาแล้วฝ่าบาท”

“อย่างนั้นหรอกหรือ เราไม่ทันได้ดู”

“พ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่ฝ่าบาททำไมถึงมาอยู่ที่นี่เวลาแบบนี้”

หลี่ซื่อซินพูดสิ่งที่ตนสงสัยออกไป จะว่าฝ่าบาทเสด็จประพาสต้นที่หออภิรมย์ก็คงไม่ใช่ นี่มันข้างหออภิรมย์ไม่ใช่หรือ... หรือฝ่าบาทจะทรงอยากมาหาเสพสุขที่นี่กัน แน่ล่ะ... ที่แห่งนี้มีแต่บรรดาสาวงาม หนุ่มน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งนั้นเขาก็ยังเคยมาเลย

“เอ่อ… คือว่าเราไม่ได้มาเที่ยวนะ ท่านอย่าพึ่งเข้าใจผิด” คนตรงหน้าสีหน้าร้อนรน รีบอธิบายทันที

“แล้วอย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ หรือฝ่าบาทเสด็จประพาสต้นที่หออภิรมย์แห่งนี้” อีกฝ่ายมีสีหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดเท่าใดนัก หากแต่เขาก็หาข้ออ้างมาตอบได้เช่นกัน

“ใช่ เรามาดูความเรียบร้อย” เว่ยหรู่อี้ไม่ได้พูดปดแม้นแต่คำใด เขามาดูความเรียบร้อยของที่นี่จริง ๆ

“อย่างนั้นหรอกหรือ กระหม่อมไม่ทราบว่าผู้ที่เป็นถึงฮ่องเต้จะมาตรวจความเรียบร้อยด้วยพระองค์เองแบบนี้ ช่างน่ายินดีแก่เหล่าราษฎรยิ่งนัก” ได้ทีหลี่ซื่อซินก็กล่าววาจาเสียดสีคนตรงหน้าเสียเต็มประดา

“ว่าแต่ท่านเถิดพระสนมมาที่นี่ทำไม”

“กระหม่อมก็มาตรวจดูความเรียบร้อยเหมือนกับฝ่าบาท”

เว่ยหรู่อี้พยักหน้ารับ ไม่ถามอะไรให้มากความอีกเพราะดูเหมือนว่าพระสนมจะมีจุดประสงค์เดียวกับตน พระสนมหลี่ต้องรู้เรื่องที่เขาตามสืบเป็นแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป