บทที่ 3 เทวะบัญชา3

ญ) จะมีใคร ไหนเลย เฉลยความ

ว่าที่ตาม รักตามชอบ หอบเสน่หา

ทุกแห่งหน ดั้นด้นไป ใจพี่ยา

มีตัวน้อง บ้างไหมหนา ช่างคาใจ

ช) จะรักใคร ใจของเขา เข้าใจด้วย

ถึงรูปสวย ใช่จะช่วย ให้หลงใหล

หากจะรัก ก็ควรรัก จากข้างใน

ถึงตามไป ให้ทุกทิศ ก็ผิดทาง..

"ท่านเป็นใคร!"

แก้วอัปสราแทบล้มเพราะตกใจเมื่อมีร่างสูงสันทัด ขาวอย่างกับกระดาษโผล่พรวดขึ้นจากสระปทุมวัน ที่มีดอกบัวงดงามที่สุดบนสวรรค์แห่งนี้

"ข้าเป็นใคร ไม่สำคัญ และไม่ใช่เรื่องของเจ้า" 

"แล้วท่านมายุ่งเรื่องของข้าทำไม" สีหน้าที่หล่อเหลาเอาการแต่เรียบเฉยยันแววตานั้น ช่างน่าหมั่นไส้เหลือเกิน

"ใครไปยุ่งเรื่องของเจ้า แค่ขัดหูในสิ่งที่พร่ำเพ้อ เลยช่วยตอบกลับไปเท่านั้น"

"ข้าจะรักใครชอบใครก็เรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมาช่วยแนะนำ ไปสอนคนรักเจ้าเถอะ"

ตู้มม!

“กรี๊ดด!!.. อุ๊บ”

"จะ..เจ้า..เจ้า..เจ้า.." 

แก้วอัปสรายืนตะลึงนิ่งไปทีเดียว เมื่อถูกกระชากแบบไม่รู้ตัวลงสระ แถมถูกปิดปากกลบเสียงหวีดร้องด้วยจุมพิตจากอีกฝ่ายแบบไม่ทันตั้งตัว

"ข้าสั่งสอนนางแล้วตามที่เจ้าบอก" คนตอบหน้านิ่งไม่เปลี่ยนเลย

"เจ้าต้องเสียใจแน่ ที่ทำเยี่ยงนี้กับข้า! รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!" ไม่รอคำตอบ ฝ่ามือดิ่งไปที่ใบหน้าอย่างเต็มกำลัง

หมับ!! ช้ากว่าผู้เป็นเป้าหมายแถมกลับเป็นฝ่ายถูกบีบข้อมือเสียเจ็บ

"ที่รู้ๆ ข้าไม่ใช่ผู้ที่เสียใจแน่ๆ"

"เจ้า! เป็นครุฑ!" บุรุษรูปงามลอยขึ้นด้วยปีกที่สยายใหญ่สีนวลขาวหันมาเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนบินลับไป

"เราจะได้เจอกันอีกแน่นอนธิดาท่านท้าวมหานาคะนาคราช แก้วอัปสรา!"

...อีกด้านหนึ่ง...

ศรีสุพรรณกันยานั่งมองดูดอกบัวสายในสระอุบลวัน บนก้อนหินใหญ่ที่เป็นรัตนะสีเขียวมรกต ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ช่างว้าวุ่นสับสนในใจยิ่งนัก แม้จะเห็นใจพระบิดา

แต่ก็มิได้ต้องการอภิเษกกับผู้ที่ตนไม่รู้จัก แม้พญาครุฑาท่านนั้นจะดูมีเมตตาต่อนางก็ตามที

"พี่นางเจ้าขาา ช่วยน้องด้วย ฮึกๆ ฮือๆ"

"แก้วอัปสรา! เจ้าเป็นอันใด ร้องไห้ทำไมกันน้องพี่" ยิ่งเห็นน้องสาวเปียกไปทั้งองค์ร้องไห้ไม่หยุด ก็ยิ่งใจไม่ดี

"พี่นางเจ้าขา น้องเองกลัดกลุ้มเรื่องท่านนันทเสนว่ามีใจให้น้องหรือไม่ก็มากพออยู่แล้ว ยังถูกจับอภิเษกกับครุฑาคราวพ่อ แล้วยังจะมาเจอครุฑอวดดีที่ไหนไม่รู้ล่วงเกินน้อง ฮือๆ ฮือๆ!"

"ใจเย็นๆก่อน ค่อยๆเล่านะ ใครทำอะไรเจ้า"

"มันผู้นั้น เขา..เขา  เขาจูบน้อง!"

"คุณพระ! ตายจริง! ทำไมช่างกล้าเช่นนี้"

"น้องก็ไม่รู้ ว่าเขาเป็นใครแต่เรี่ยวแรงมากทีเดียว กระชากน้องเบาๆ แต่น้องร่วงลงสระปทุมวันแทบไปติดอกเขาเลย ดูไม่หวั่นเกรงใครแถมรู้ว่าน้องเป็นใครอีกด้วยเจ้าค่ะ ฮึกๆ!"

"เจ้าหยุดร้องเถอะนะน้องพี่ เฮ้อ! ยังจะมีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกหรอ" ศรีสุพรรณกันยาหน่ายใจแทบจะร้องไห้ตามอยู่แล้ว

"ตัดใจเถอะนะแก้วอัปสรา ท่านนันทเสนทรงมีนางในดวงใจแล้ว อีกอย่างไม่นานเจ้าก็ต้องอภิเษกกับพญาครุฑาอยู่ดี" 

เสียงของ’แก้วเกษรา’พี่นางอีกองค์เอ่ยขึ้นพร้อมเดินมาลูบผมน้องสาว

"พี่นางแก้วเกษราจริงหรือเจ้าคะที่ท่านมีนางในดวงใจแล้ว?" ครานี้น้ำตาไหลแบบทำนบแตกเลยทีเดียว หัวใจแทบสลายกับรักที่มอบให้มานานแรมปีนับแต่ที่ได้พบกัน

"พี่นางศรีสุพรรณกันยาก็รู้ดี หากไม่กล้าบอกเจ้า"

"ว่าแต่พี่นางทราบหรือยังเจ้าคะผู้ใดที่ช่วยพี่นางในครานั้น" คำถามนี้ทำเอาศรีสุพรรณกันยาต้องถอนหายใจ

"พี่จะรู้ได้เยี่ยงไร ในเมื่อตอนนั้นไม่เห็นอะไรนอกจากสีเขียวลางๆ จากภูษาที่เขาสวมใส่เท่านั้น แต่จะมีประโยชน์อันใดเล่าในเมื่ออีกไม่กี่เพลาพี่เองก็ต้องอภิเษกกับครุฑา"

"โธ่เอ๊ย! พี่นางของน้อง น้องนางของพี่แต่ละคนน่าเห็นใจยิ่งนัก ป่านนี้เมธาวีเองก็คงร่ำไห้อยู่กับท่านแสน"

"โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน มีแต่ความพลัดพราก ความสุขนั้นหาจีรังยั่งยืนเลยสักนิด" นราณีเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาแบบหมดแรง

"นราณี เจ้าคงบอกกล่าวท่านวสันตะแล้วใช่มั้ย?"

"ก็เพราะคุยกันแล้วน่ะสิ ข้าถึงหมดแรงเช่นนี้"

"..หืม?"

สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องพี่ใหญ่สุดในที่นี้ ที่กำลังสะบัดแข้งสะบัดขา บีบนวดตนเองใกล้ๆศรีสุพรรณกันยา

"นี่..พวกเจ้ามองข้าทำไมมีอะไรหรือ?"

"เอ่อ..พี่นางนราณี พี่กับท่านวสันตะ เอ่อคือ...โอ๊ย!"

นราณีประทานมะเหงกแก้วอัปสราเป็นคำตอบ

"บ้า! พวกเจ้าคิดอันใดกัน! ที่ข้าบอกหมดเรี่ยวแรงเพราะคอยรั้งตัวท่านพี่วสันตะ ไม่ให้ไปเอาเรื่องพญาสุบรรณไพรษีน่ะสิ อารมณ์ร้อนยิ่งกว่าไฟ กว่าจะห้ามได้"

"เฮ้อ...โล่ง!" ทั้งสามถอนหายใจพร้อมกัน  นราณีได้แต่ส่ายหน้า

"วันรุ่งน้องจะเข้าเฝ้าพระมารดา ขอให้พระมารดาช่วยในเรื่องนี้" เสียงของเมธาวีดังขึ้นในขณะที่เดินมานั่งข้างๆสระเคียงข้างแก้วเกษรา

"น้องจะไปด้วย พระมารดาจะออกจากสมาบัติเมื่อรุ่งสุริโย" แก้วเกษรากุมมือเมธาวีไว้ อีกมือหนึ่งกุมมือแก้วอัปสราที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ใกล้กัน

"พี่กับศรีสุพรรณกันยา ก็จะไปด้วยเช่นกัน" นราณีเอื้อมมือไปกุมศรีสุพรรณกันยา

ตอนนี้มือทุกมือล้วนจับกันมั่น สัมพันธ์พี่น้องกระชับแน่นแฟ้น แม้กาลข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ก็จะร่วมสู้ฝ่าฟันไปด้วยกัน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป