บทที่ 4 จุติ

"พระมารดากลับมาแล้วใช่หรือไม่"

นราณีเอ่ยถามวิมณฑานางสนองพระโอษฐ์ผู้ใกล้ชิดพระมารดา หลังมาถึงที่พำนักพร้อมๆกับพี่น้องอีกสี่นาง ที่พร้อมใจกันมาเข้าเฝ้าด้วยความร้อนใจ

 "พระแม่เจ้าทรงพักอยู่ในห้องบรรทมเจ้าค่ะ"

"วิมณฑาเจ้าจงไปกราบทูลพระมารดา ว่าพวกเราจะขอเข้าเฝ้าตอนนี้มีเรื่องสำคัญมาก"

"เจ้าค่ะ พระธิดานราณีทรงรอสักครู่นะเจ้าคะ" หลังโค้งคำนับเหล่าธิดาก็แล่นหายเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

"ทูลเชิญพระธิดาทั้งห้าเจ้าค่ะ พระแม่เจ้าทรงรออยู่แล้วเจ้าค่ะ" สิ้นคำนราณีเดินนำเหล่าพี่น้องเข้าไปโดยมีแก้วอัปสราเป็นคนสุดท้าย

"น้อมกราบพระมารดาเจ้าค่ะ"

 ธิดาโฉมงามทั้งห้าหมอบกราบแทบพระบาทผู้เป็นพระมารดา มือของแม่สัมผัสลงที่ศีรษะธิดาทั้งห้านางด้วยความรักความเมตตาและคิดถึงสุดประมาณ ทันทีที่มือของแม่สัมผัสน้ำตาแห่งความอัดอั้นก็ไหลรินลงมาเป็นสาย

"เป็นอย่างไรกันบ้าง เหตุใดต้องถึงกับร้องไห้แม่ไปไม่กี่เพลาเท่านั้น"

"พระมารดาเจ้าขา ลูกคิดถึงเหลือเกินครานี้เห็นทีจะได้เข้าเฝ้าพระมารดาเป็นครั้งสุดท้าย" หยาดน้ำตาหลั่งรินสะอื้นไห้เป็นระยะจากธิดาทั้งสี่ทำเอาหัวใจผู้เป็นแม่สั่นไหว

"เกิดอันใดขึ้นลูกแม่ ไยเจ้าเอ่ยวาจาเยี่ยงร่ำลาเช่นนี้เมธาวี" 

"พระมารดาเมตตาพวกลูกด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ลูกต้องไปเป็นชายาพญาครุฑา ลูกยินดีที่จะลงสู่นาคพิภพเพื่อบำเพ็ญเพียรมากกว่าต้องอภิเษกสมรส พระมารดาช่วยคัดค้านเรื่องนี้กับพระบิดาเถอะนะเจ้าคะ"

เมธาวีหยุดสะอื้นเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น สลับกับเหล่าพี่น้องให้ผู้เป็นแม่ฟังจนจบความอย่างละเอียดยิบ ผู้เป็นแม่ตรวจดูด้วยทิพยจักษุอีกครั้งจนเข้าใจเรื่องทั้งหมด

"โธ่เอ๊ย..ลูกรักของแม่ช่างน่าสงสารเสียจริงจะทำเยี่ยงไรกันเล่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ จะทำตามอำเภอใจก็หาได้ไม่ เกียรติแห่งพระบิดาเจ้าเล่าต้องคำนึงให้ดีนะลูก" แม้สงสารจับใจแต่ก็ต้องเคารพในเกียรติของพระสวามีผู้เป็นมหาราช

"พระมารดาเจ้าคะ พวกลูกต้องยอมอภิเษกหรือเจ้าคะ" แก้วกัญญาเอ่ยถามเสียงสลด

"แต่ลูกรักเจ้าพี่แสนเพียงผู้เดียวเท่านั้น ลูกไม่อภิเษก" เมธาวียืนกรานหนักแน่น

"ลูกรักท่านพี่วสันตะเจ้าค่ะ" นราณีเอ่ยบ้าง

"ลูกรักท่านนันทเสน ! แม้ท่านมีนางในดวงใจแล้ว แต่...ลูกก็ไม่อยากถูกจับอภิเษกกับผู้อื่นเจ้าค่ะ" แก้วอัปสราขอพูดด้วย

"ลูกจะเข้าพิธิอภิเษกเจ้าค่ะ พระมารดา"

"ศรีสุพรรณกันยา!!!"

ประโยคนี้สร้างความประหลาดใจ อึ้งไปตามๆกัน ในคำของนาง

"พี่นาง ตัดสินใจดีแล้วหรือเจ้าค่ะ " 

แก้วเกษราถามย้ำในความคิดของพี่นาง แม้แก้วเกษราจะไม่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่นางก็อาทรร้อนใจไปกับเหล่าพี่น้องที่สนิทกันมากที่สุด

"เจ้าเร่งไปบำเพ็ญเถิดแก้วเกษรา อย่าเสียเวลากับเรื่องของพวกพี่เลย" ศรีสุพรรณกันยาเอ่ยบอกอย่างจริงจัง

"น้องจะไปได้เช่นไรเมื่อพวกพี่นางต้องทุกข์อยู่เช่นนี้น้องยังไม่ไปเจ้าค่ะ"

"เอาล่ะ แม่จะลองไปคุยกับพ่อเจ้าดู ว่าจะขอเปลี่ยนรางวัลแก่พญาครุฑาเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ พวกลูกๆ คลายทุกข์ คลายกังวลลงก่อนเถิด"

หากแต่พระพักต์ผู้เป็นแม่นั้น แสดงถึงความกังวลเป็นอย่างยิ่ง โอกาศนั้นดูน้อยนิด แต่ก็คงดีกว่าไม่กระทำการณ์ใดๆเลย สายตาของลูกที่เว้าวอน ไฉนเลยจะนิ่งเฉยอยู่ได้...

"วสันตะ ! เจ้าอย่าวู่วามจะก่อศึกแห่งเผ่าพันธุ์"

เสียงท้าวมหานาคะสั่งปรามดังลั่น หากแต่จะดังที่สุดเพียงแค่ภายในทิพยวิมานนี้เท่านั้น มิอาจหลุดรอดออกไปด้านนอกแม้แต่แว่วเสียงลมหายใจ

"ท่านแสนยังใจเย็นกว่าเจ้า ทั้งที่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน"

ครั้นท่านท้าวหันมามองผู้เป็นคนรักของเมธาวีก็นิ่งไป ด้วยนาคาผู้คมเข้มเองก็นั่งกำหมัดแน่นพยายามคุมอารมณ์

"ข้ารู้ ! พวกเจ้าไม่พึงพอใจข้า ที่มีบัญชาเช่นนั้นแต่ข้าจำเป็น พวกเจ้าเองก็ร่วมรบในครานั้น พญามารปลุกทัพเป็นสองเท่าของทัพฟ้า หากไม่ขอให้พวกเขาช่วย อย่าว่าแต่จะได้ครองคู่เลย อาจต้องดับสลายกันหมด"

"หม่อมฉัน ไม่เข้าใจเหตุใดต้องยกพวกนางให้เป็นรางวัล ธิดาองค์อื่นที่ไร้คู่มีมากมาย หรือทรงประทานเป็นสิ่งอื่นมิได้หรือพระองค์" วสันตะยังไม่ยอมความง่ายๆ

"พวกเขาตกลงกับข้าตั้งแต่ครานั้น ว่าจะขอเลือกเอง ข้าก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะเลือกเมธาวี และนราณีเพราะทั้งจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ ต่างก็รู้ไปทั่วว่าคู่เจ้าทั้งสองนั้นจะอภิเษกต่อกัน"

"ถ้าเช่นนั้นเกล้ากระหม่อมจะชิงอภิเษกกับเมธาวีเสียก่อน ท่านอัคคีครุฑามันต์จะได้ทรงเลือกนางอื่นที่ยังไร้คู่หมาย" ผู้นั่งเงียบฟังอยู่นานเอ่ยคำที่ท้าวมหานาคะคาดไม่ถึง

"หม่อมฉันด้วยพระเจ้าข้า"

วสันตะนึกขอบใจจ้าวนาคแสนศาสตรายะวิจิตร ที่คิดแผนเด็ดออกมาได้แทบตบเข่าฉาดด้วยความถูกใจ

"น้องเห็นด้วยเจ้าค่ะ เจ้าพี่ควรเร่งการณ์ ต้องขอประทานอภัยที่เข้ามาโดยยังมิทันอนุญาตด้วยหม่อมฉันร้อนใจยิ่งนัก"

องค์เทวีโค้งคำนับพร้อมย่อลงเล็กน้อย ถวายความเคารพผู้เป็นพระสวามี นาคาหนุ่มทั้งสองรีบลุกขึ้นทำความเคารพองค์รานีแห่งท้าวมหานาคะนาคราช

"น้องหญิง เจ้าเป็นถึงองค์รานี คิดว่ากระทำเช่นนี้พวกเขาจะยินยอมกระนั้นหรือ ?"

 ยังมิทันจะได้คำตอบจากพระนาง องครักษ์คนสนิทเร่งเดินเข้าอย่างรีบร้อน พร้อมคำนับรายงาน

"ขอประทานอภัยพระเจ้าข้า บัดนี้ท่านพญาครุฑาผู้เป็นมหาราชทั้งสี่ มาขอเข้าพบพระเจ้าข้า !" สิ้นคำรายงานผู้มาเยือนก้าวเข้ามาแทบจะทันที

"เราไม่ยินยอม! ขออภัยที่ได้ยินพอดี" 

รอยยิ้มหยันมุมปากของพญาอัคคีครุฑามันต์กับแววตาที่จดจ้องมายังจ้าวนาคแสนศาสตรายะวิจิตรนาคราช ราวกับสะใจที่เอาชนะอีกฝ่ายได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป