บทที่ 5 จุติ2
"คิดว่าข้าจะยินยอมกระนั้นหรือวสันตะ! วันนี้นราณีจะต้องไปกับข้าเตรียมตัวอภิเษก!"
พญาสุบรรณไพรษีเข้ายืนตรงหน้าวสันตะพิรุณนาคาธิราชเหมือนจะประกาศพร้อมรบ
"เจ้าไพรษี!!" วสันตะแทบจะกระโจนใส่ในทันที ทว่าจ้าวนาคแสนไวกว่ากดบ่าด้วยพละกำลังให้นั่งลง
"วสันตะ! สงบอารมณ์ท่านก่อนเห็นแก่ท่านท้าวเถิด"
เจ้าตัวสูดลมแรงๆพยายามข่มใจ สายตาจ้องเขม็งไปที่พญาสุบรรณไพรษี
"เอาล่ะ ขอเชิญทุกท่านประทับนั่งให้เย็นใจกันเสียก่อน ไหนๆก็มากันแล้วจะได้พูดคุยตกลงกันให้ได้ความไป” บรรยากาศตอนนี้ทำให้องค์รานีผู้เป็นมารดาของเหล่าธิดาถึงกับอึดอัดทำพระพักตร์ไม่ถูก ได้แต่พยายามวางตนให้นิ่งเข้าไว้แล้วเดินไปประทับนั่งข้างองค์สวามี
"มหาราชครุฑาทั้งสี่ เราท้าวมหานาคะนาคราชผู้เป็นบิดาของเหล่าธิดาที่พวกท่านเลือกไปเป็นชายา ในฐานะบิดาขอถามพวกท่านสักคำเถิด เหตุใดจึงเลือกพวกนางด้วยต่างก็ทราบว่าธิดาของเราที่ท่านเลือกต่างก็มีคู่หมายอยู่ก่อนแล้ว หากไม่เช่นนั้น เราอยากจะขอให้ท่านเลือกธิดาองค์อื่นที่ไร้คู่หมาย หรือจะเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นก็ย่อมได้"
"ข้า อัคคีครุฑามันต์ จะไม่ขอเปลี่ยนข้าเลือกเมธาวีเพราะ ข้ารักนางมานานแล้ว มิใช่ว่าใครก็ได้ ใจข้ามีเพียงนางเท่านั้น !”
คำตอบของอัคคีครุฑามันต์ดั่งเอาไฟมาสุมอกจ้าวนาคแสน คำกล่าวชัดเจนหมายแย่งชิงยอดดวงใจ!
"ตัวข้าน้อยพญาสุบรรณไพรษี จะไม่ยอมสูญเสียนราณีไปเด็ดขาด ข้าหลงรักนางตั้งแต่แรกพบในสนามรบครั้งแรก ถูกใจข้าเป็นที่สุดนางเหมาะสมที่จะเป็นชายาแห่งข้า!"
ดั่งการประกาศสงคราม นาคาหนุ่มรุ่มร้อนหนัก วสันตะพิรุณนาคาธิราช แม้ศักดิ์จะเป็นถึงหลานท่านท้าววิรูปักข์ผู้เป็นใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ผู้คุมกฏแห่งสวรรค์ชั้นจาตุก็มิสร้างความหวั่นเกรงให้แก่พญาครุฑาตนนี้เลย
"หม่อมฉัน พญาพินฑราครุฑราช ขอเลือกพระธิดาศรีสุพรรณกันยาไม่ขอเปลี่ยนเช่นเดียวกันพระเจ้าข้า หม่อมฉันเห็นนางมานานแล้วหลงรักนางมาเนิ่นนาน เพียงมิกล้าเอ่ยบอกและตัวนางเองก็มิได้มีคนรักมิใช่หรือ เช่นนั้นคงไม่มีปัญหาอันใดสำหรับหม่อมฉันที่จะรับนางไปเป็นชายา"
"ตัวข้าพญาศรัทธาครุฑาภัทร มหาราชปักษาจากแดนใต้ ตัวข้านั้นหาได้มีประสงค์ที่จะเลือกพระธิดาแก้วอัปสรา ไปเป็นชายาตนเอง แต่ทว่าข้าต้องการจะให้นางไปเป็นพระสุนิษาอภิเษกกับโอรสแห่งข้า’พญาเวหาครุฑาภักดิ์’ต่างหาก และตัวนางเองก็ยังไร้คู่หมายมิใช่หรือจะมีปัญหาอันใดเล่า"
แต่ละองค์นั้นกล่าวย้ำชัดแจ้งในประสงค์มิมีผู้ใดคิดเปลี่ยนแปลง สร้างความหนักใจแก่ท่านท้าวและองค์รานีเป็นอย่างยิ่ง
"ท่านท้าวมหานาคะ ตรัสแล้วคงไม่คืนคำนะพระองค์ ตัวข้าเองก็รอเวลานี้มานาน ข้ามีสิทธิ์อันชอบธรรมจะไม่ยอมเสียไป มิเช่นนั้นเห็นทีข้าจะต้องปกป้องซึ่งเกียรติแห่งพญาครุฑา!"
พญาอัคคีครุฑามันต์เอ่ยประโยคนี้ทุกคนล่วงรู้โดยมิต้องสาธยาย หากมิยอมเห็นทีจะเกิดศึกใหญ่เป็นแน่แท้...
"เราต้องยอมส่วนรวมต้องมาก่อนความต้องการส่วนตนรู้ใช่หรือไม่หากไม่ยอมจะเกิดอันใดขึ้น" บัดนี้เหล่าครุฑากลับไปแล้ว ความเจ็บปวดรวดร้าวยากเกินจะทำใจ
นาคาหนุ่มทั้งสองย่อมรู้แก่ใจ หากแข็งขืนความสูญเสียครั้งใหญ่แก่เหล่าบริวารจะเกิดอย่างเลี่ยงมิได้ด้วยต่างก็เป็นกษัตริย์ปกครองเหล่านาค ส่วนรวมย่อมต้องมาก่อน ทั้งเจ็บใจทั้งเจ็บปวดที่กำลังจะสูญเสียนางอันเป็นที่รัก
"เจ็บใจยิ่งนัก แย่งคนรักข้า!" วสันตะลุกขึ้นหุนหันออกไปอย่างรวดเร็ว
"วสันตะ!" เสียงกล่าวเรียกจากท้าวมหานาคะหาได้หยุดนาคาหนุ่มเลือดร้อนได้เลย
"อย่ากังวลไปเลยพระองค์ วสันตะมิทำการวู่วามใดๆดอก เขาเพียงไปหาที่ระบายเท่านั้น"
"ท่านแสน ข้าเสียใจที่ต้องเป็นเช่นนี้ หากข้าจะขอไถ่โทษแก่ท่าน ด้วยการยกธิดาองค์อื่นให้แก่ท่านจะได้หรือไม่?" สายตาเริ่มเย็นชาเมื่อได้ยินคำมองไปที่มหาราชแห่งนาคา เอ่ยตอบอย่างข่มเสียงมิให้แข็งกร้าว
"ขอบพระทัยพระเจ้าข้า แต่ข้าไม่ขอรับนางใดหากไม่ใช่เมธาวีนางเดียวเท่านั้น ไม่มีนางข้าจะไม่ครองคู่ใคร! ข้าขอตัวก่อนพระองค์"
นาคาหนุ่มคมเข้มเดินองอาจออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงพ้นเขตทิพยวิมานก็กลายร่างเป็นนาคราชสีดำใหญ่แผลงเศียรเก้าเศียรพุ่งทะยานลงสู่นาคพิภพโดยพลัน..
"วันอภิเษกสมรสจะเป็นวันตายของลูก พระมารดา!" หยาดน้ำตาร่วงหล่นไม่ขาดสาย เมื่อความหวังนั้นหลุดลอยไปเสียแล้ว
"เมธาวี ไยกล่าวเยี่ยงนั้นน่าตีนัก" แม้จะสงสารจนไม่รู้จะปลอบโยนเช่นไร แต่ก็ต้องเตือนให้เห็นแก่ส่วนรวม
"พรุ่งนี้ครบร้อยปีที่ต้นปาริชาตจะออกดอก ถือเป็นนิมิตหมายอันดี พวกเขาจะมารับพวกเจ้าทั้งสี่จงเตรียมตัวเถิด"
"พระมารดา!"
เมธาวีแทบเอ่ยไม่ออก ยังจะมีอะไรให้เสียใจไปยิ่งกว่านี้อีกร้องจนแทบไม่มีน้ำตา นราณีทั้งแค้นทั้งเสียใจ ศรีสุพรรณกันยาได้แต่ยอมรับในชะตากรรม
แก้วอัปสราก็อกสั่นขวัญแขวน มีรักก็ไม่สมหวังแถมจะต้องไปเป็นชายาใครก็ไม่รู้ แก้วเกษราได้แต่สงสารพี่น้องทั้งสี่ ร่วมร้องไห้กับเมธาวีและแก้วอัปสราไปอีกคน..
