บทที่ 6 จุติ3

เสียงเป่าสังข์ดังกังวาล ขบวนเสด็จเหล่ามหาราชครุฑากำลังมาถึงแต่ละองค์ทรงกษัตริย์เต็มยศประกาศศักดาแห่งครุฑาขบวนรับองค์ชายา เรียงเป็นหน้ากระดานเว้นระยะห่างกำลังพอดี ริมสุดเป็นพญาอัคคีครุฑามันต์ มีธงแดงประจำองค์นำมา ถัดไปทางขวามือเป็นพญาพิณฑราครุฑราชมีธงเขียวประจำองค์นำมาถัดไปอีกเป็นพญาครุฑาศรัทธาภัทรมากับโอรสผู้ที่จะอภิเษก พญาเวหา

ครุฑาภักดิ์ มีธงขาวประจำองค์นำมา สุดท้ายคือพญาสุบรรณไพรษีมีธงดำนำมา

"พวกเขากำลังมากันแล้ว.."

แก้วเกษราเอ่ยบอกเหล่าพี่น้องเสียงเศร้า ทุกองค์แต่งกายสมเป็นธิดาแห่งท้าวมหานาคะนาคราชผู้ยิ่งใหญ่งดงามทั้งองค์ เมธาวีทรงภูษาสีขาวประดับรัตนะมณีแพรวพราวล้วนเป็นเพชรสีขาวทั้งสิ้น ศรีสุพรรณกันยาทรงภูษาชมพูอมส้ม ดูอ่อนหวานประดับรัตนะมณีสีชมพูอ่อนระยิบระยับทั้งองค์ นราณี ทรงภูษาสีแดงประดับรัดเกล้าด้วยทอง รัตนะมณีประดับองค์เป็นนพเก้า

ส่วนแก้วอัปสราทรงภูษาสีเขียว ประดับรัตนะมณีเป็นมรกตทั้งองค์

"พร้อมแล้วใช่ไหมลูก มาเถอะเข้ามาหาแม่" อ้อมแขนของแม่เปิดอ้ารับขวัญลูกๆแต่ละนางเดินเข้าไปรับปิ่นนาคราชประจำองค์ แล้วสวมกอดพระมารดาที่รักยิ่ง

กอดนี้นานและแนบแน่น เมธาวีเดินเข้าไปเป็นคนสุดท้าย สวมกอดมารดาพร้อมหยาดน้ำตาที่หลั่งริน กอดนี้กระชับจนไม่อยากปล่อย ทำเอามารดาน้ำตาร่วงตามด้วยความสงสาร

"อย่าร้องนะคนดีของแม่ ทุกอย่างต้องมีทางออกเมื่อถึงเวลา" มืออุ่นซับน้ำตาของลูกพยายามยิ้มให้กำลังใจ

"ลูกอยากพบเจ้าพี่แสน ก่อนที่จะต้องจากกันเจ้าค่ะ ท่านหายไปตั้งแต่ไปคุยกับพระบิดา ป่านนี้จะเป็นเยี่ยงไรลูกห่วงเจ้าพี่" น้ำเสียงนั้นแทบขาดใจในอาลัยแห่งรัก

"พี่อยู่ที่นี่ เมธาวี" ร่างสูงสง่าคำนับองค์รานีขออนุญาตเข้ามา

"เจ้าพี่!" ทันทีที่ได้เห็น เมธาวีโผเข้ากอดโดยไม่สนใจสายตาผู้ใด สะอึกสะอื้นแนบกับแผงอกกว้าง ผิวเข้มของนาคาหนุ่มตัดกับผิวขาวนวลของคนรัก ยิ่งทำให้ดูโดดเด่นน่ามอง ต่างเสริมซึ่งกันและกัน

"เมธาวีจำคำพี่ให้ดี เจ้าคือดวงใจพี่จะมีเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้จะไม่ได้ครองคู่กันในภพนี้ พี่ก็จะรอเจ้า รอจนกว่าจะได้ครองคู่กัน!" กอดนี้กระชับแน่นยิ่งกว่าทุกครั้ง

ภาพตรงหน้าทำให้ทุกสายตามีหยดน้ำไหลออกมาด้วยความสงสาร

"พระมารดาส่งลูกไปแทนเมธาวีเถิดเจ้าค่ะ" แก้วเกษราสุดทนกับภาพตรงหน้า

นางเห็นถึงความรักของทั้งคู่มาโดยตลอดรักมั่นสม่ำเสมอไม่คลายต่อกัน

"ทำเยี่ยงนั้นมิได้ พญาอัคคีทรงหมายตาเพียงเมธาวี แม้กระทั่งพญาไพรษีก็ไม่คิดจะปล่อยนราณี เช่นกัน" มารดาย่อมมองเห็นถึงภัยหากคิดกระทำดั่งแก้วเกษราเสนอมา

"แย่แล้วเจ้าค่ะ! แย่แล้ว เกิดเรื่องแล้วพระแม่เจ้า!!"

 วิมณฑานางสนองพระโอษฐ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา

"มีอันใดเกิดขึ้นหรือวิมณฑา เจ้าค่อยๆพูดสิ" องค์รานีปรามนางสนองพระโอษฐ์ให้ใจเย็นๆ

"ท่านวสันตะเจ้าค่ะ!! ท่านวสันตะ!!"

"ท่านพี่วสันตะเป็นอันใด เกิดอันใดกับท่าน?" นราณีเพียงได้ยินนามคนรักร้อนรนขึ้นมาทันใด

"ท่านเข้าปะทะกับพญาสุบรรณไพรษีเจ้าค่ะ ใครห้ามก็ไม่ฟังตอนนี้สั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ"

"ว่าเยี่ยงไรนะ !!!" 

ทุกคนตกตะลึงไปตามๆกัน ไม่คิดว่านาคาหนุ่มหลานท้าววิรูปักข์จะเลือดร้อนวู่วามเช่นนี้

"แย่แล้ว! ข้าต้องรีบไปห้าม มิฉะนั้นเกิดศึกใหญ่แน่!" 

นราณีผลีผลามวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยนางเองก็เป็นนักรบเช่นกัน

"เมธาวี น้องรออยู่ที่นี่พี่จะไปช่วยห้ามศึก" จ้าวนาคแสนโจนทะยานไปอีกคน

"พระมารดา ลูกจะไปแจ้งพระบิดาเจ้าค่ะ" ศรีสุพรรณกันยาเสนอตนไปส่งข่าว

"เจ้ารีบไปเถอะ ป่านนี้คงยังอยู่กับท้าวสักกเทวราชและท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ เนื่องจากจะเรียนเชิญท่านไปเป็นประธานในงานครั้งนี้"

เมื่อศรีสุพรรณกันยาเร่งฝีเท้าออกไป พระมารดาสั่งกำชับให้ เมธาวี แก้วอัปสราและแก้วเกษรารออยู่ที่นี่แล้วจึงตามนราณีกับจ้าวนาคแสนเพื่อห้ามศึกรอพระสวามีมาจัดการต่อ

"น้องจะไปดู พี่นางทั้งสองอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ"

"แก้วอัปสรา พระมารดาสั่งห้ามเจ้าจะขัดคำสั่งหรือ?" แก้วเกษราเตือนน้อง

"ถ้าเช่นนั้นพี่ไปด้วย ห่วงพี่นางและเจ้าพี่แสน"

ไม่พูดเปล่า เมธาวีจับมือแก้วอัปสราแล้วกลายร่างเป็นเทวะนาคี ร่างนาคราชเพียงครึ่งเดียวของส่วนล่างและปีกสีขาวกางออก เช่นเดียวกับแก้วอัปสราครึ่งล่างเป็นนาคราชสีเขียวปีกสีขาวกางออกจากทางด้านหลัง แล้วโผตัวออกจากทิพยวิมานในทันใด

"เมธาวี! แก้วอัปสรา!" แก้วเกษราเรียกไว้ไม่ทันสุดท้ายนางก็ต้องแปลงกายแล้วตามไป

"วสันตะ! อย่าคิดว่าจะได้นราณีไปข้าไม่มีวันยกให้เจ้า!"

 บัดนี้พญาสุบรรณไพรษี แปลงเป็นพญาครุฑาสีดำปีกอันกว้างใหญ่กระพือดัง เล็บอันแหลมคมพร้อมจะทิ่มแทงฝังลงในเกร็ดสีทองของนาคราชหนุ่ม ที่ตอนนี้กลายเป็นนาคราชใหญ่สีทองเจ็ดเศียร

"หากหมายจะแย่งชิงคนรักข้าก็ต้องได้เห็นดีกัน แน่จริงไปสู้กับข้าที่ป่าหิมพานต์ ที่นี่เห็นจะไม่สะดวก" นาคาหนุ่มท้าทาย

"ได้เลย! อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้า"

พญาครุฑาสีดำเร่งตามไปทันที ประจวบกับนราณีและจ้าวนาคแสนมาถึงทันได้ยินที่นัดหมายต่างพากันตามทั้งสองไป 

"จ้าวนาคแสน! เจ้าคิดจะทวงคืนเมธาวีสินะ ได้เห็นดีกันในวันนี้ล่ะ!" แล้วพญาอัคคีครุฑามันต์ก็ตามไปอีกคน

"เจ้าทั้งสองไม่ตามไปด้วยหรือ?” พญาครุฑาศรัทธาภัทรหันไปถามโอรส และพญาพินฑราครุฑราช

"หาใช่เรื่องของข้าท่านพ่อ" ใบหน้าไร้อารมณ์ใดๆกล่าวตอบแล้วยืนนิ่งเช่นเดิม

"แล้วท่านล่ะท่านพินฑราครุฑราช?"

"หาใช่เรื่องของข้าเช่นกันและคงไม่มีใครมาแย่งชิง

ศรีสุพรรณกันยากับข้า" แม้จะไม่ทำหน้าไร้อารมณ์เช่นโอรสของท่านศรัทธาภัทร แต่ก็ดูไม่รู้สึกรู้สาอันใดกับท่านอื่นๆทั้งที่ก็เป็นสหายสนิทกับพญาอัคคี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป