บทที่ 7 จุติ4

"พวกท่าน! เกิดอันใดขึ้นหรือแล้วท่านวสันตะกับพญาสุบรรณไพรษีอยู่ที่ใด?" พระแม่เจ้าศิริมหามินตราวดีเทวีมาถึงก็หาพบซึ่งผู้เป็นต้นเหตุเสียแล้ว

"เรียนองค์รานี บัดนี้พวกเขาไปสู้กันที่ป่าหิมพานต์พระเจ้าข้า" พญาครุฑาศรัทธาภัทรเป็นผู้ตอบคำถาม

"แล้วนราณีธิดาของเราล่ะ?"

"นางตามไปแล้วพร้อมจ้าวนาคแสนองค์รานี"

"เราต้องไปห้าม!หากท่านท้าวมาถึงขอท่านจงช่วย

กราบทูลต่อท่านด้วย"แล้วพระนางก็ตามไปพร้อมด้วยนางสนองพระโอษฐ์วิมณฑา

"วันอภิเษกของข้าช่างวุ่นวายดีแท้นะท่านพ่อ" ครุฑาหนุ่มยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม

"พี่นางเมธาวีเร็วเข้า! อ้าว! ไปไหนกันหมดแล้ว?"

 แก้วอัปสราชะงักทันทีเมื่อพบชายหนุ่มคุ้นตาตรงหน้า สีหน้าเฉยชาไร้อารมณ์เช่นนี้ ผิวขาวปานกระดาษเยี่ยงนี้ ช่างคุ้นเสียจริง

"เจ้า! เจ้าคนอวดดีมาทำอะไรที่นี่!!"

"มาอภิเษกสมรสไงล่ะ" ช่างตอบได้เรียบเฉยจนพญาพินฑราครุฑราชต้องลอบยิ้ม

"ว่าเยี่ยงไรนะ! กับใคร?" แก้วอัปสราชักตะหงิดใจเมื่อเห็นคนข้างๆกันคือผู้ที่มาสู่ขอตน

"เจ้าอย่างไรล่ะ แก้วอัปสรา"

"ห่ะ! ข้าไม่อภิเษกกับคนฉวยโอกาสเช่นเจ้า" แก้วอัปสราแทบร่วงลงพื้นทันทีที่ได้ยิน

"หรือเจ้าอยากอภิเษกกับท่านพ่อข้า"

 แก้วอัปสราแทบจะกระโจนฟาดหางใส่สักที คนอะไรพูดได้หน้าตาเฉย เฉยจริงๆถ้าไม่ติดว่าตอนนี้หน้าสิ่วหน้าขวานล่ะก็…

"เชอะ!ฝากไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ท่านวสันตะอยู่ที่ใดกัน พี่นางกับพระมารดาล่ะเห็นหรือไม่?"

"ไปที่ป่าหิมพานต์กันหมดแล้วพระธิดา" ครานี้พญาพิน ฑราครุฑราชเป็นผู้ตอบ

"พี่นาง เรารีบไปกันเถอะ!" แล้วสองธิดาก็ตามไปอีก

"ท่านพ่อรอที่นี่ ข้าจะไปป่าหิมพานต์"

"ไหนว่าไม่ใช่เรื่องของเจ้าอย่างไรเล่า"

"ตอนนี้ใช่แล้ว" กล่าวจบก็กลายเป็นครุฑาขาวใหญ่ สยายปีกตามสองนางธิดานาคีเทวะไปทันที..

ณ.ป่าหิมพานต์..

เปรี๊ยง!!! สายอสุนีบาตฟาดลงพื้นเสียงดังสนั่น ขวานทองเทวาฤทธิ์ลอยกลับสู่มือนาคาหนุ่ม

"เจ้าใช้ขวาน ข้าจะใช้หอกเทพฤทธิ์! วสันตะ!"

"ข้าจะโค่นเจ้าในวันนี้เจ้าไพรษี หลายคราที่เจ้ามาคอยเกี้ยวนราณีอย่านึกว่าข้าไม่รู้!"

"แต่ครานี้ ข้าจะเอานางมาเป็นชายา!"

พญาไพรษียกยิ้มร้าย ส่งปลายหอกพุ่งตรงมาที่ร่างกำยำ แต่อีกฝ่ายกระโดดลอยขึ้นขว้างขวานสวนไปในทันทีฝีมือสูสีจนแทบมองไม่ออกว่าใครเหนือชั้นกว่าใคร ผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีท่าทีอ่อนแรง

"หยุดเดี๋ยวนี้! ทั้งสองคน!" นราณีที่มาถึงตะโกนสุดเสียง

"ข้าบอกให้หยุด!"

"ไม่มีประโยชน์ดอกนราณี เดี๋ยวข้าจัดการเอง" 

จ้าวนาคแสนเรียกตรีศูลพุ่งไปยังอาวุธทั้งสองที่ปะทะกัน เกี่ยวเอาขวานและหอกไปปักที่พื้นดินแน่น

"ท่านแสนอย่าห้ามข้า ท่านน่าจะเข้าใจความรู้สึกข้าดีที่ต้องโดนแย่งคนรัก"

วสันตะไม่พูดเปล่าพุ่งเข้าใส่พญาสุบรรณไพรษีทันที จ้าวนาคแสนไวกว่ากระโจนคว้าตัวได้ทันก่อนถึงตัวของอีกฝ่าย

"เจ้าจักต้องใจเย็นกว่านี้วสันตะ!"

"ข้าไม่เย็นแล้วมันหยามกันเกินไป!"

วสันตะสะบัดสุดแรงกระโจนทะยานขึ้นฟ้าเป็นนาคราชเจ็ดเศียรสีทองร่างใหญ่สง่างาม พญาสุบรรณไพรษีเห็นเช่นนั้นเปลี่ยนกายเป็นพญาครุฑาสีดำใหญ่โผขึ้นฟ้าตามมาประจันหน้ากัน จ้าวนาคแสนรีบเปลี่ยนกายเป็นนาคราชดำเก้าเศียรตามมาขวางไว้ ในขณะเดียวกันพญาอัคคีครุฑามันต์ตามมาถึง เห็นเหตุตรงหน้าเข้าใจว่าฝ่ายตนกำลังเสียเปรียบจึงกลายร่างเป็นพญาครุฑาสีแดงเพลิงน่ายำเกรงเข้ามาสมทบ

"สองต่อหนึ่งจะเอาเปรียบกันไปนะ มาข้าจะร่วมสู้ด้วยจะได้เท่าเทียมกัน" พูดจบตั้งท่าพร้อมรบทันที

"พญาอัคคีท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามาห้ามศึกมิได้มาร่วมศึก" จ้าวนาคแสนพยายามอธิบายแต่อีกฝ่ายหาสนใจอันใดด้วยหมายจะเอาเรื่องเป็นทุนเดิม

"อย่าเสียเวลา! จ้าวแสนเข้ามา!" 

เมื่อเห็นจ้าวแสนไม่บุกจึงพุ่งเข้าใส่หมายจะล้มให้ได้ จ้าวนาคแสนว่องไว หลบหลีกได้ทุกท่วงท่าและไม่ตอบโต้เพียงป้องกันตนเท่านั้น

ทางด้านวสันตะกับพญาสุบรรณไพรษียังโรมรันใส่กัน

ไม่หยุดหย่อน แม้ว่านราณีจะตะโกนห้ามจนเสียงแหบแห้ง

"โอ้ว! แย่จริงห้ามไม่ทันหรือนี่" องค์รานีมาถึงแทบจะพร้อมๆ กับเมธาวีและแก้วอัปสราเลยทีเดียว

"เจ้าพี่แสน!" เมธาวีหวั่นใจยิ่งนักเมื่อเห็นภาพครุฑาแดงใหญ่ตรงหน้ากำลังเข้าโจมตีนาคราชดำคนรักน้ำตาแทบร่วง

"เมธาวี! แก้วอัปสรา! ใครให้เจ้ามาที่นี่แม่สั่งห้ามแล้วใช่หรือไม่!" ผู้เป็นมารดาตกใจยิ่งนักเมื่อเห็นธิดาอีกสององค์มาโผล่อยู่ตรงนี้

"จะให้ลูกนิ่งเฉยได้อย่างไรเมื่อคนรักลูก มีอันตรายเช่นนี้!" เมธาวีตอบเสียงสั่น

"วสันตะ! วันนี้เจ้าต้องปราชัยต่อข้า"

เมื่อปีกดำใหญ่สะบัดปะทะลำตัวนาคาสีทองเต็มแรงร่วงกระแทกพื้นใกล้ๆอาวุธที่ฝังบนพื้นพอดี นราณีใจหายวาบ เห็นท่าไม่ดีเมื่อพญาไพรษีตามลงมาเหยียบลำตัวนาคาสีทองไว้

กรงเล็บแหลมจิกทะลุเกล็ดหนาเลือดสีแดงกระฉูดออกมา เสียงนาคาหนุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด พญาไพรษีรีบหยิบหอกขึ้นมาหมายจะแทงซ้ำ

"ไม่!!!"

นราณีลืมตัวโผเข้าไปบังร่างคนรัก ก่อนที่ปลายหอกจะถึงตัวนาคีสาว แก้วมณีสีขาวใสดวงใหญ่พุ่งมาขวางไว้พอดี

พญาสุบรรณไพรษีชะงัก ซึ่งในขณะเดียวกันแก้วอัปสราก็พ่นไฟใส่พญาครุฑาเพื่อช่วยพี่สาว พญาสุบรรณไพรษีถูกไฟแสบร้อนหันมามองด้วยความแค้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป