บทที่ 8 ตอนที่ 8 อย่าคิดว่าข้าจะขอบคุณ
ตอนที่ 8 อย่าคิดว่าข้าจะขอบคุณ
จางจิ้งอีอยากจะสลัดมือหนาที่โอบไหล่ของตนเองออกไป หัวไหล่ของนางเจ็บแทบจะทรุด เขาไม่ใช่เพียงแค่โอบนาง ทว่าเขาบีบแน่นเสียจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ยิ่งเขาเดินออกมาไกลจากมารดาเลี้ยงเขามากเท่าใด ความเจ็บปวดก็ยิ่งทบทวีขึ้นมากเท่านั้น!
ตุบ! ครั้นเข้ามาถึงในห้อง เซียวเจ๋อหย่วนก็ผลักร่างอรชรล้มลงไปกองกับพื้น ข้อมือที่บาดเจ็บ ปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง พยายามหยัดกายลุกขึ้น และเดินหนีออกไปอีกทาง แต่คนใจร้ายก็ยังคงตามมารังควาน
หมับ!
“ทำไม ไม่แสร้งปล่อยเพื่อจับแล้วหรือ ข้าบอกแล้วว่ามันไม่ได้ผล จางจิ้งอีอย่าได้คิดว่าข้าจะขอบคุณเจ้า หากเจ้าไม่เข้ามาข้าก็จัดการเองได้ แต่ที่เจ้าเข้ามาขัดขวางมิใช่ว่า อยากจะแสดงอำนาจฮูหยินน้อยต่อหน้าสหายของเจ้าหรอกหรือ ดีใจหรือไม่เล่าที่แย่งชิงคนรักของสหายมาได้ อย่าบอกนะว่าไม่ ในเมื่อเจ้ามีใจให้ข้ามาตลอดนี่ ไม่ว่าข้าไปที่ใด เจ้าก็ตามไปแอบมองข้าอยู่เสมอ หึ...แพศยา!”
“ซื่อจื่อเข้าใจผิดแล้ว ข้าก็แค่ไม่อยากให้เรื่องราวที่ฉาวโฉ่อยู่แล้วกลับมาคาวคลุ้งอีกครั้ง น้อยลงสักเรื่องก็ยังดีกว่ามากเรื่องให้ปวดหัว ส่วนเรื่องที่ท่านกับท่านแม่ จะมีอันใดเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ข้าไม่สนใจแม้แต่น้อย ข้าไม่สนใจ แต่เกรงว่าท่านพ่อคงไม่คิดเช่นนั้น ซื่อจื่อท่านว่าหรือไม่”
“จางจิ้งอี!...เจ้าขู่ข้าหรือ” เซียวเจ๋อหย่วนเดินมาคว้าข้อมือที่บาดเจ็บของนาง กระชากเข้าหาตนเอง
จางจิ้งอีเชิดหน้าขึ้น จ้องมองชายหนุ่มอย่างแข็งกร้าว ข้อมือของนางปวดจนแทบจะทนไม่ไหว แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแสดงสีหน้าใด ๆ ออกไป ทว่ากลับปิดบังหยาดเหงื่อที่ไหลตามขมับและกรอบหน้ามิได้
“ซื่อจื่อปล่อยข้า ที่มาจับกันไว้ มิใช่ว่านึกมีใจให้ข้ากระมัง” คราวนี้มือที่ไม่ยอมปล่อยอยู่นาน พลันคลายออกราวกับเป็นสิ่งสกปรก
จางจิ้งอีรีบเก็บมือตนเองไปซ่อนไว้ที่ด้านหลัง อีกมือก็ลูบคลำไปมา
“เจ้าเก็บกวาดในสวนเสร็จแล้วหรือ”
“ย่อมต้องเสร็จแล้ว หากซื่อจื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัว” กล่าวจบก็รีบหมุนกายเดินออกไป ทว่ายังไม่ทันจะถึงประตู ก็ถูกเรียกเอาไว้อีกครั้ง
“เดี๋ยว!”
“ข้าเริ่มจะคิดแล้วนะเจ้าคะ ซื่อจื่อรั้งข้าเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง มิใช่ว่าอยากให้ข้าภรรยาอยู่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยหรอกหรือ หากเป็นความต้องการของสามี ข้าภรรยาย่อม...”
“แพศยา! นางจิ้งจอกหางโผล่แล้วหรือ หึ! ฝันไปแล้วกระมัง ไสหัวออกไป” ริมฝีปากบางยกขึ้น นางไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แม้แต่ชั่วเสี้ยวนาที ยามนี้ข้อมือปวดร้าวไปถึงกระดูก ยาที่เจียดขึ้นมาเอง เริ่มจะเอาไม่อยู่แล้ว
“อ้อ...บ่อเลี้ยงปลาที่ภูเขาจำลองของข้า ประเดี๋ยวกินข้าวเสร็จ เจ้าก็ไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่จงระวังเอาไว้ปลาหลีฮื้อ[1]ของข้า มิใช่สามัญ เป็นปลาพระราชทานจากฮ่องเต้ หวังว่าเจ้าจะดูแลมันให้ดี เพราะชีวิตไร้ค่าของเจ้าเทียบไม่ได้แม้แต่ปลาหลีฮื้อหนึ่งตัว!”
“ได้ ข้าทราบแล้ว”
ไม่รู้เพราะเหตุใด สีหน้าไร้ความทุกข์ร้อนของจางจิ้งอี กลับทำให้เซียวเจ๋อหย่วนไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าร่ำไห้จะเป็นจะตาย เพราะเขาไม่สนใจหรอกหรือ ซื่อจื่อหนุ่มเดินกระแทกเท้าไปนั่งที่โต๊ะ พลางคว้ากาสุรามากรอกใส่ปาก ครั้นเมื่อเทลงมา สุราในกาไม่มีแม้แต่หยดแล้ว เขาก็เขวี้ยงมันลงพื้นจนแตกกระจาย
“ไปเอาสุรามาให้ข้า”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้ด้านข้างขานรับ และรีบเดินออกไปหยิบกาสุราที่เตรียมเอาไว้เอามา
“ซื่อจื่อบ่าวรินสุราให้เจ้าค่ะ” เซียวเจ๋อหย่วนมิได้ขัดข้อง เขารับจอกสุราจากสาวใช้ กรอกลงไปในลำคอ จอกแล้วจอกเล่า
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม สุราสามไหก็พลันหมดลง พร้อมกับอาภรณ์ของสาวใช้หน้าหวานที่เริ่มคลายตัวออก นางคุกเข่ารินสุราลงไปในจอกอีกครั้ง ครั้งนี้แขนเสื้อกว้าง หล่นลงมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือขาวนวล ดูน่าสัมผัส ทว่าใช้ไม่ได้กับเซียวเจ๋อหย่วน
เซียวเจ๋อหย่วนชะงักสายตา จ้องมองข้อมือขาวที่จงใจเปิดเผย สาวใช้ผู้นั้นย่อมเห็นสายตาของซื่อจื่อหนุ่ม นางเอียงลำคอก้มหน้าใบหน้าแดงซ่าน พยายามขยับตัวให้อกเสื้อเปิดกว้างขึ้น
“ซื่อจื่อดื่มสุราเจ้าค่ะ” ร่างอรชรหอมฟุ้ง แอ่นอกอวบมาใกล้ พร้อมกับสุราที่ไหลลงจอก เกิดเสียงไพเราะราวดนตรีขับกล่อม
เซียวเจ๋อหย่วนกวาดสายตามองไปด้านบน เนินอกโผล่พ้นสาบเสื้อ เห็นเป็นภูเขาขนาดย่อม เขายกยิ้มขึ้น
“จวนโหวของข้า อัตคัดถึงเพียงนี้” สาวใช้แน่งน้อย ไม่เข้าใจในวาจาของชายหนุ่ม นางกัดริมฝีปากช้อนสายตายั่วยวนมอง
“ซื่อจื่อกล่าวอันใดหรือเจ้าคะ”
“ข้าถามเจ้าว่า จวนโหวของข้ายากจนข้นแค้นมากเลยหรือ อาภรณ์ของสาวใช้ถึงได้ทั้งบาง ทั้งน้อยชิ้นเช่นนี้”
“หะ...หามิได้เจ้าค่ะ”
“หามิได้ แล้วเช่นนั้นเจ้าจะเปลื้องผ้าให้ผู้ใดดู หรือคิดว่าบุรุษในใต้หล้าจะต้องสยบอยู่ใต้ชายกระโปรงของสตรี หลิวซูลากนังชั้นต่ำออกไปโบยห้าสิบครั้ง แล้วให้พ่อบ้านเจียงขายออกไป”
“ขอรับ!”
“ซะ...ซื่อจื่อ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวผิดไปแล้ว ขอซื่อจื่อโปรดยกโทษให้กับความโง่เขลาของบ่าวด้วย”
สาวใช้ที่หวังปีนเตียงเจ้านาย ถูกหลิวซูบ่าวรับใช้คนสนิทลากตัวออกไปจากห้อง มีเพียงเสียงร้องขอชีวิตดังแว่วออกมาจากปากนาง บ่าวหนุ่มก้มลงถอดถุงเท้าตนเองออกมายัดเข้าไปในปากของนาง
“เพ้ย! หุบปากของเจ้าเสีย ถุย ๆ ดูเอาเถิดข้าต้องเสียถุงเท้าไปหนึ่งข้างเพราะเจ้า หาใช่เรื่องจริง ๆ” เสียงสบถด่าของหลิวซูดังไกลออกไป หลิวอานผู้เป็นพี่ชาย อยากจะยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองนัก มันจะใช้ปากทำงานเพื่อสิ่งใด!
หลังจากกินอาหารกลางวันกับสาวใช้เสร็จ จางจิ้งอีก็กลับมาล้างบ่อปลาตามคำสั่ง ทว่าในขณะที่กำลังทำงานก็ได้ยินเสียงร้องอู้อี้และก่นด่าดังไปตามทาง นางเงยหน้าจากบ่อปลาหลีฮื้อ จ้องมองหลิวซูที่ลากสาวใช้แน่งน้อยออกไปจนลับสายตา
จางจิ้งอีย่อมจำได้ ก็สาวใช้นางนี้ที่กำเริบเสิบสานกับนาง ในวันที่ซื่อจื่อเมากลับจวน หลังจากแต่งงานกันได้แปดวันมิใช่หรือ ดูท่านางคงจะทำสิ่งใดขัดใจเขากระมัง เขาจึงได้ลากนางออกไปเช่นนี้
[1] ปลาหลีฮื้อ 鲤鱼 (เป็นการออกสำเนียงในภาษาแต้จิ๋ว) หรือ หลี่อวิ๋ อยู่ในตระกูลปลาคาร์ป
