บทที่ 10 งานแต่งงาน
บทที่ 10 งานแต่งงาน
เมื่อวันแต่งงานมาถึง เผิงฟู่หลินถูกจับแต่งตัวแต่งหน้าอย่างสวยงามตั้งแต่รุ่งสาง นางได้แต่น้ำตาเอ่อคลออย่างยอมรับชะตากรรม
“หลินเอ๋อร์ เจ้าแต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว ต่อไปเจ้าต้องทำตัวให้ดี เกิดเป็นหญิงหากมีสามีรักใคร่ ชั่วชีวิตเจ้าจะได้ไม่ลำบาก” ฮูหยินเซียงลูบไล้ผมบุตรสาวพร้อมพร่ำสอน นางใช่ว่าจะไม่ปวดใจเมื่อเห็นสภาพของบุตรสาวตนเป็นเช่นนี้
เผิงฟู่หลินเบนหน้าหนีมารดาของตน นางสะกดกลั้นอารมณ์ใด ๆ ท่าทีนางจึงมีเพียงความเฉยชาและเหม่อลอย
“เจ้าจู ต่อไปข้าคงต้องฝากเจ้าดูแลหลินเอ๋อร์ให้ดี หากมีเรื่องลำบากใจอันใดให้เจ้ารีบกลับมาแจ้งข้าโดยเร็ว เข้าใจหรือไม่” ฮูหยินเซียงหันไปกำชับเจ้าจู นางรีบรับคำอย่างแข็งขัน “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลคุณหนูเท่าชีวิตของข้าเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเซียงพยักหน้ารับพร้อมส่งสายตาขอบคุณ พร้อมหันมามองบุตรสาวอย่างทอดถอนใจ
จวบจนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าจวน เผิงฟู่หลินจำต้องเดินขึ้นเกี้ยวด้วยความจำใจ บัดนี้นางดั่งร่างที่ไร้วิญญาณก็ไม่ปาน เผิงเสี่ยวว่านที่มองเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่นึกสะใจเมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นของน้องสาวตน
พิธีแต่งงานถูกจัดอย่างสมเกียรติ หนี่เส้าจวินและเผิงฟู่หลินทำการกราบไหว้ฟ้าดิน จังหวะที่นางก้มหน้าลง น้ำตาของนางร่วงหล่นลงมาตกกระทบยังพื้นอย่างมิอาจกลั้นได้ หนี่เส้าจวินที่สังเกตเห็นหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นก็พลันหยุดชะงัก ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาราบเรียบเช่นเดิมอีกครั้ง
เผิงฟู่หลินนั่งอยู่ในห้องหอด้วยความประหม่า จวบจนกระทั่งหนี่เส้าจวินเดินเข้ามาภายในห้อง นางได้แต่หัวใจเต้นรัว สองมือกุมขยำชายเสื้อกันแน่นด้วยหวาดกลัวในชะตากรรมที่ต้องเผชิญ
หนี่เส้าจวินเปิดผ้าคลุมเจ้าสาวขึ้นมา เขามองรอยคราบน้ำตาที่ยังเปื้อนแก้มขาวนวลที่ยังติดเป็นคราบอยู่บนใบหน้า เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก “แต่งงานกับข้า เจ้าผิดหวังมากหรือ” หนี่เส้าจวินถามด้วยเสียงเข้มขรึม
เผิงฟู่หลินเงยหน้ามองเขาด้วยสายตารังเกียจ “แน่นอน ข้าย่อมต้องผิดหวัง ในเมื่อข้าไม่ได้รักท่าน ข้าจะทำให้ท่านสำนึกเสียใจที่แต่งงานกับข้าทีเดียว” นางเอกกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“งั้นหรือ แล้วข้าจะคอยดู” หนี่เส้าจวินยกยิ้มมุมปาก เขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่ท้าทาย
“ท่าน...” นางเอกโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด้วยความโมโห แววตามาดร้ายเอาแต่ใจฉายออกมาอย่างชัดเจน
หนี่เส้าจวินหัวเราะออกมากับท่าทีของเผิงฟู่หลินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหานาง ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดแข็งแรงของตน
“ปล่อยข้านะ ท่านจะทำอะไร” เผิงฟู่หลินโวยวายใส่หนี่เส้าจวินทันที นางพยายามสะบัดตัวดิ้นหนีอ้อมกอดแกร่ง แต่ก็มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการไปได้
“ข้าก็ทำในสิ่งที่ข้าสมควรทำมิใช่หรือ” หนี่เส้าจวินพูดจบก็โน้มตัวลงมาจูบนางเอกที่ริมฝีปากบาง อย่างหิวกระหาย เผิงฟู่หลินพยายามดิ้นรนทุบตีเขาอย่างสุดแรง หนี่เส้าจวินจึงใช้มือข้างหนึ่งจับมือทั้งสองข้างของนางไพล่หลังเอาไว้ ในขณะที่อีกมือก็ยกมากุมท้ายทอยนางไว้กันไม่ให้นางดิ้นรน ริมฝีปากหนาบดเบียดซุกไซ้เข้าไปควานหาความหอมหวานของริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม
เผิงฟู่หลินได้แต่รอรับสัมผัสที่นางรังเกียจอย่างไม่อาจขยับกายหนีออกไปจากสัมผัสได้ น้ำตาไหลออกมาจากปลายหางตาอย่างไม่อาจห้ามได้ ทว่าถัดมาเมื่อเขาเริ่มลูบไล้ไปตามลำตัวของนางอย่างถือดี เผิงฟู่หลินได้แต่เบิกตากว้าง พร้อมพยายามดิ้นรนอีกครั้ง นางจึงตัดสินใจกัดไปที่ริมฝีปากหนาจนเต็มแรง
“โอ๊ะ...” หนี่เส้าจวินร้องออกมาด้วยความตกใจ ความหวามไหวต้องสะดุดลงเพราะความเจ็บแสบที่บริเวณริมฝีปาก เขาใช้ลิ้นเลียมุมปากก็ได้สัมผัสรสชาติเค็มปะแล่มจากเลือดที่ไหลซึมออกมา หนี่เส้าจวินจ้องมองเผิงฟู่หลินด้วยสีหน้าดุดัน
เผิงฟู่หลินถึงกับขวัญเสีย นางได้แต่เดินถอยหลังเพื่อให้หนีออกห่างจากเขา สายตาหวาดผวาของนางดั่งเสือที่ได้รับบาดเจ็บ หนี่เส้าจวินย่างสามขุมเข้ามาหานางในทันที “เจ้ากล้ามานะ” เสียงกระซิบขู่ของเขา ทำเอานางถึงกับขนลุกชัน “ท่านอ๋อง ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ” เผิงฟู่หลินรำพันออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว
หนี่เส้าจวินยกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าเป็นชายาของข้า” ก่อนที่เขาจะโถมตัวเข้าหานางอีกครั้ง ร่างบางถูกอุ้มขึ้นมาแนบออกไว้แน่น ไม่ว่านางจะพยายามทุบตีเขาอย่างไรก็ไม่ต่างจากเอาไข่ไปกระทบหิน
เผิงฟู่หลินถูกวางลงบนเตียงนุ่ม พร้อมกับที่หนี่เส้าจวินโถมเข้าหานาง “หากเจ้ากล้ากัดข้าอีกครั้ง ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจจนวันตาย” เสียงขู่ของเขาทำเอานางถึงกับร่างกายแข็งเกร็ง
หนี่เส้าจวินจูบลงบนริมฝีปากบางอีกครั้ง สองมือของนางถูกรวบขึ้นไว้เหนือหัว มืออีกข้างลูบไล้พร้อมปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่เกะกะออกจนพ้นตัว ปากหนาลามไล้ลงไปตามติ่งหูลากยาวลงมาถึงคอและหน้าอกนุ่ม
“อย่า...อย่าทำข้า” เผิงฟู่หลินร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้เขาหยุดยั้งการกระทำอันป่าเถื่อนลงไปได้
“ได้โปรด ข้าขอร้อง...หยุดเดี๋ยวนี้...ข้าเจ็บ” เผิงฟู่หลินร้องไห้อ้อนวอนออกมาอย่างน่าเวทนา
หนี่เส้าจวินชะงักค้างไปในทันที เขาเม้มปากแน่นอย่างต้องการสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะขยับกายพลิกร่างกลับมานอนแผ่หราตามเดิม สายตาจ้องมองเพดานดั่งต้องการใช้ความคิด แม้เขาจะต้องการสั่งสอนนางเสียหน่อยแต่ก็มิกล้าหักหาญน้ำใจของนางมากจนเกินควรได้
เผิงฟู่หลินได้แต่กระถดหัวหนีห่างจากเขา พร้อมหันหน้าร้องไห้อย่างพยายามกลั้นเสียงนั้นไว้ แต่เสียงสะอื้นที่ดังออกมาเป็นช่วง ๆ ทำให้เขาถึงกับหรี่ตามองร่างบางที่นอนหันหลังให้ด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก เขากระถดตัวเขาหาร่างบาง ก่อนจะดึงนางเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างอ่อนโยน
“หลินเอ๋อร์ นอนเสียเถิด” เสียงกระซิบที่ดังข้างหู ทำให้เผิงฟู่หลินหันมามองหน้าเขาด้วยแววตารังเกียจ “ออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้” ท่าทางกลับมาพยศอีกครั้งของนางทำเอาหนี่เส้าจวินนึกขำขึ้นมา เขาแสยะยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าพูดใหม่สิ” ยังไม่ทันที่หนี่เส้าจวินจะทันได้พูดสิ่งใดต่อ เผิงฟู่หลินก็รีบหันหลังให้เขาพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมปิดร่างตัวเองในทันที หนี่เส้าจวินได้แต่หัวเราะหึๆ ออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะนอนหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง
